SKIN CARE

ไกด์รูทีน 7 ขั้นตอนที่ถ้าทำเป็นประจำจะช่วยลดรอยสิวได้อย่างเห็นผล

กิจวัตรดูแลผิวหน้าด้วยตัวเองที่จะช่วยลดรอยสิวให้จางลงอย่างเห็นได้ชัด

รอยสิว เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการรักษาสิว โดยเฉพาะสิวอักเสบหรือสิวอุดตันที่เมื่อหายแล้วก็มักจะทิ้งรอยเอาไว้ให้เห็นต่างหน้า ซึ่งรอยจะเป็นเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของสิวและความรุนแรง

ลักษณะของรอยสิวทั่วไปจะเป็นจุดสีน้ำตาลหรือแดง เป็นหลุมตื้นๆ สามารถจางหายไปเองได้ ส่วนรอยสิวที่เป็นหลุมลึกจะมีลักษณะเป็นหลุมยุบลงไป มีขนาดกว้างและมีขอบหลุมชัดเจน หรือบางรายอาจจะเป็นรอยแผลเป็นนูนขึ้นมาบนผิวหนัง

การรักษารอยสิวมีด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่ทาครีมลดรอยสิว ไปจนถึงการเข้าคลินิก ทั้งการฉีดฟิลเลอร์ ฉีดสเตียรอยด์ ทำเลเซอร์ การกรอผิว เป็นต้น แต่ก่อนจะไปถึงขั้นที่ต้องรักษาโดยแพทย์ ก็อยากให้ลองทำตามรูทีนเหล่านี้ด้วยตัวเองกันดูก่อน ซึ่งจะช่วยลดรอยสิวทั่วไปให้เลือนและจางลงได้เมื่อทำเป็นประจำต่อเนื่อง

 

Step 1: เช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่งออยล์

การทำความสะอาดผิวถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยขจัดสิ่งสกปรก ความมัน และเมกอัพออกได้อย่างหมดจด แนะนำให้ใช้คลีนซิ่งออยล์ทำความสะอาดผิวหน้า เลือกใช้สูตรที่อ่อนโยนกับผิว ไม่ทำให้อุดตัน และมองหาส่วนผสมอย่าง Polyhydroxy acid (PHA) ซึ่งเป็นกรดอ่อนโยนที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

Try this: Cleansing Oil & Blackhead [PHA] จาก Hanskin (ราคา 810 บาท)

สั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่

 

Step 2: ใช้เจลล้างหน้าที่มีค่า pH ที่เหมาะสม

ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าที่ทำให้ผิวแห้งตึง เปลี่ยนมาใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนและมีค่า pH ที่เหมาะสม โดยระดับที่สมดุลที่สุดคือ 5.5 จะช่วยรักษาอาการสิวให้ดีขึ้น และจะยิ่งดีมากหากมีส่วนผสม อย่าง Allantoin, Pentavitin, Panthenol ที่จะเข้ามาช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าออก จึงช่วยลดเลือนรอยสิวด้วย

Try this: Liquid Face & Body Wash for Sensitive Skin จาก Sebamed 1,000 ml (ราคา 828 บาท)

สั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่

 

Step 3: สครับผิวหน้า

การสครับผิวเป็นขั้นตอนที่จำเป็นมากหากต้องการลดรอยสิว เพราะการสครับผิวหน้าจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก เผยผิวที่เรียบเนียนเกลี้ยงเกลา แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Salicylic Acid เพราะกรดซาลิซิลิกจะช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าบนผิวชั้นนอก ทำความสะอาดรูขุมขน และช่วยสลายสิวหัวขาวและสิวหัวดำได้

Try this: Blackhead Clearing Green Tea Facial Scrub จาก St.Ives (ราคา 215 บาท)

สั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่

 

Step 4: โทนเนอร์ปรับสภาพผิว

โทนเนอร์เป็นส่วนสำคัญในกิจวัตรการดูแลผิว เพราะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่หลงเหลือหลังจากทำความสะอาด ตลอดจนให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว แต่เพื่อรักษารอยสิว แนะนำให้เลือกสูตรที่มีส่วนผสมที่ให้ความกระจ่างใส เพื่อผลัดเซลล์ผิวหน้า เติมความชุ่มชื้น และปรับผิวให้สว่างขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน

Try this: Vinopure Clear Skin Purifying Toner จาก CAUDALIE 200 ml (ราคา 1,040 บาท)

สั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่

 

Step 5: เอสเซนส์เร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว

อีกส่วนสำคัญที่จะช่วยลดรอยสิวได้คือการใช้เอสเซนส์ที่มีคุณสมบัติเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว แนะนำให้มองหาสารที่ชื่อว่า Niacinamide เพราะมันช่วยลดการสร้างเม็ดสี ปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส ช่วยลดรอยสิวและรอยแผลเป็นได้ รวมถึงยังป้องกันริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย

Try this: White Radiance Light Perfecting Essence จาก OLAY (ราคา 699 บาท)

สั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่

 

Step 6: ใช้เซรั่มที่มีวิตามินซี

เซรั่มวิตามินซี เป็นไอเท็มที่ต้องแทรกเข้าไปในรูทีน เพราะช่วยลดปัญหาจุดด่างดำจากสิวและความหมองคล้ำที่เกิดจากการขาดความชุ่มชื่น รวมถึงช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น และยังปกป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรด้วย

Try this: Galactomyces Pure Vitamin C Glow Serum จาก Some by Mi (ราคา 645 บาท)

สั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่

 

Step 7: แต้มครีมลดรอยสิว

ครีมลดรอยสิวใช้แต้มลงบนบริเวณที่เป็นรอยสิว เข้าแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ช่วยลดเลือนเม็ดสีของจุดด่างดำ รอยสิว รอยแผลเป็น อาจมองหาครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินอี  ช่วยลดเลือนได้ทั้งรอยสิวและจุดด่างดำ

Try this: Acne Scar Serum จาก Smooth E (ราคา 275 บาท)

สั่งซื้อสินค้าได้ที่นี่

 

โว้กบิวตี้หวังว่า 7 ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ทุกคนที่กำลังต่อสู่กับรอยสิวได้มีผิวสวยกระจ่างใสอีกครั้ง ทั้งนี้อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ได้กับทุกสภาพผิว ดังนั้นเราควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยลดเลือนรอยสิว ในขณะเดียวกันยังต้องเหมาะกับสภาพผิวของเราด้วย

เรื่อง : วราภรณ์ หงส์วรางกูร
ภาพ : thegoldengirlblog.com