Vogue Beauty Thailand

WELLNESS

คุยกับครูเบิร์ด Sound Healing ช่วยผ่อนคลายได้จริง หรือแค่คิดไปเอง | Vogue Beauty Expert Talk

เทรนด์เวลเนสยังมาแรงอย่างต่อเนื่อง Sound Healing ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตที่เข้าถึงง่าย แต่หลายคนที่เคยได้ลองแล้วอาจเกิดคำถามขึ้นในหัวว่าตัวเองนั้นผ่อนคลายจริงไหม หรือบางคนก็มีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ใครที่เคยเกิดคำถามนี้ โว้กบิวตี้พามาหาคำตอบกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรงกันเลย

17 เมษายน 2569

เมื่อผู้คนกำลังหันมาใส่ใจเรื่องการดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม เรื่อง Wellness จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ในปัจจุบันมีกิจกรรมเพื่อการดูแลร่างกายและจิตใจเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในกิจกรรมเวลเนสที่เห็นผ่านตาบ่อยๆ ก็คือ Sound Healing หรือการบำบัดด้วยคลื่นเสียง โดยส่วนมากมักใช้การตีขัน เรียกว่าเป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนที่เริ่มหันมาดูแลร่างกายและจิตใจอย่างจริงจัง เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายราคาไม่แพง ในบางสถานที่ยังมีจับคู่เข้ากับกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โยคะผสาน Sound Healing หรือ Ice Bath ผสาน Sound Healing ก็มีเช่นกัน

ครั้งนี้โว้กบิวตี้ได้มีโอกาสได้พูดคัยกับ ‘เบิร์ด-อนุชาติ’ หรือครูเบิร์ด ครูสอนโยคะเจ้าของสตูดิโอ Bird of Yoga เพื่อมาหาคำตอบเพื่อไขข้อสงสัยและทำความเข้าใจเรื่องของ Sound Healing ให้มากขึ้นกว่าเดิม

Sound Healing มีการทำงานอย่างไรกับร่างกาย

ครูเบิร์ดได้บอกกับโว้กบิวตี้ไว้ว่า "Sound Healing คือ Vibration Healing การบำบัดด้วยคลื่นเสียงจากขันต่างๆ เครื่องดนตรีซาวด์ฮีลลิ่ง หรือจากขันธิเบต ขันคริสตัล เสียงเหล่านี้จะเข้าไปเคลียร์พลังงานที่ติดค้างอยู่ในร่างกายเราตามจุดต่างๆ บางคนอาจจะรู้สึกหายใจไม่ออก หายใจแรง ตัวกระตุก รู้สึกสั่น หรือปวดหัวอย่าเพิ่งยอมแพ้ มันเป็นช่วงของการเคลียร์ Energy บางอย่างออก ถ้าผ่านช่วงนั้นไปได้สักพักนึงเราจะรู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกค่อยๆ โล่งขึ้น เบาขึ้น"

การทำ Sound Healing สามารถช่วยผ่อนคลายได้อย่างไร

ครูเบิร์ดบอกว่า "จริงๆ มันรู้สึกได้หลากหลายเลย แต่ว่าสิ่งนึงในการทำ Sound Healing ที่อยากจะบอกทุกคนคือ ต้องปล่อย ต้องผ่อนคลาย แล้วก็ไม่คาดหวัง เพราะว่าผลลัพธ์ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่สามารถบอกได้เลยว่าจะต้องรู้สึกแบบนี้ มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความเครียดที่มี สิ่งที่เราเจอมาก่อนหน้านี้ มันมีผลต่อสิ่งที่เราจะรู้สึกเวลาทำ Sound Bath แต่ว่าโดยรวมแล้วหลักๆ พอเราทำ Sound Bath เสร็จแล้ว เราจะรู้สึกรีแลกซ์ รู้สึกผ่อนคลายแน่นอน"

"ต้องเข้าใจอาการ ‘Clear Energy’ ถ้ารู้สึกปวดหัว ตัวกระตุก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่คือช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังจัดระเบียบพลังงานที่ติดขัดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น"

Sound Healing สามารถซื้อขันมาตีเองที่บ้านได้ไหม

สามารถทำได้เขาจะมีโพรโทคอลอันนึงที่เรียกว่าเป็น Self-healing ถ้าเราสมมติว่าเราเรียนรู้วิธีการตีขันได้ ทำให้ตัวเองแล้วก็ทำให้คนในครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง ให้แฟน ให้เพื่อนได้ เป็น Family wellbeing ถือว่าเป็นกิจกรรมครอบครัวที่ทำได้ง่ายๆ ให้ประโยชน์กับคนมากมายด้วย

อยากแนะนำเรื่องอะไรให้กับคนที่กำลังอยากทำ Sound Healing

ชีวิตมันเครียดมากค่ะ จริงๆ ตอนนี้คือคนไทยเป็นคนที่ดราม่าได้ทุกวัน กับทุกเรื่องจริงๆ เราเปิดโซเชียลมาเราก็เจอเรื่องต่างๆ ให้เราคิด เราอาจจะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นทำให้เรารู้สึกไม่พอใจ มันก็เลยทำให้รู้สึกเครียดมาก เราอยากหาความสงบภายใน เราต้องพยายามตัดสิ่งเร้า สิ่งกระทบพวกนั้นออก โดยการหากิจกรรมไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นซาวด์ฮีลลิ่ง หรือว่าจะต้องเป็นโยคะ เป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ที่รู้สึกว่าเราทำแล้วเรารู้สึกมีสมาธิ เราชอบ บางคนอาจจะชอบ อ่า ไปเดิน ไปปั่นจักรยาน ปลูกต้นไม้เล่นกับสัตว์เลี้ยงที่รักก็ได้

"การนอน ก็สำคัญ ถ้านอนหลับยากสามารถใช้การตีขันเพื่อให้สมองสงบได้หรือถ้าไม่มีขันให้เลือกฟังเพลลิสต์ Sound Healing จากแอปพลิเคชั่นก็ได้เช่นกัน"

ข้อควรระวังสำหรับคนทำ Sound Healing คืออะไร

จริงๆ สามารถทำได้ทุกคน แต่ว่าจะมีข้อห้ามบ้าง อย่างเช่นคนที่มีอาการโรคหัวใจอาจจะลองเป็น Private Session ก่อน อาจจะไม่ได้วางขันไว้ใกล้ๆ ตัว อาจจะลองอยู่ระยะห่างๆ ก่อน อย่างคนท้องก็ทำได้ แต่ว่าต้องท้องอ่อนๆ และอีกคนแบบใส่พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องช่วยฟังที่มันจะเป็นคลื่น อาจจะต้องถอดออก หรือคนที่ผ่าตัดแล้วใส่เหล็ก ถ้าเป็นเหล็กไทเทเนียมอะไรที่มันเป็นอะลูมิเนียม อันนี้ใส่ได้ ยกเว้นที่เป็นเหล็กจริงอันนั้นอาจจะมีผลกระทบบ้าง โดยรวมก็ทำได้หมดเลยแค่ต้องระวังเฉยๆ ทำแล้วถ้ารู้สึกสบายไปต่อ ถ้ารู้สึกไม่สบาย เช่นมันดังไปอาจจะถอย อาจจะขยับตัว เปลี่ยนมุม