ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ถือเป็นช่วงที่ร่างกายของผู้หญิงเกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านฮอร์โมน รูปร่าง หรือแม้แต่ผิวพรรณ หลายคนอาจเคยชินกับการดูแลผิวหน้า แต่พอท้องกลับต้องเจอปัญหาผิวกายที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เช่น ผิวแห้งตึง คันง่าย ขาดความยืดหยุ่น หรือเกิดรอยแตกลายตามหน้าท้อง สะโพก ต้นขา และหน้าอก ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงทำให้คุณแม่รู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่าง แต่ยังส่งผลต่อความสบายตัวและสุขภาพผิวในระยะยาว จริงอยู่ที่รอยแตกลายและผิวแห้งในช่วงตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและยากจะเลี่ยง แต่การดูแลผิวกายอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วย ลดความรุนแรงของปัญหาผิวและเสริมความมั่นใจให้กับคุณแม่ได้ โว้กบิวตี้รวบรวม 6 เทคนิคสำคัญในการดูแลผิวกายระหว่างตั้งครรภ์ ที่เน้นทั้งการบำรุงจากภายนอกและภายใน
-
ดื่มน้ำและดูโภชนาการให้เพียงพอ
ถึงแม้การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หรือดื่มน้ำให้เพียงพอจะดูเป็นเทคนิคที่เบสิก แต่รู้หรือไม่ว่าผิวของเรามีโครงสร้างที่ต้องการน้ำและสารอาหาร เพื่อคงความยืดหยุ่นและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ การดื่มน้ำเพียงพอและได้รับโปรตีน ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุที่เหมาะสม ช่วยให้ผิวมีพื้นฐานที่ดีขึ้น เพื่อต้านการฉีกขาดเมื่อขยายตัวเร็วๆ ในช่วงตั้งครรภ์นั่นเอง ไม่ใช่แค่ช่วงที่ตั้งครรภ์เท่านั้น การกินอาหารที่สมดุลยังช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีหลังคลอดและช่วยให้ผิวกลับมาสดใสเร็วขึ้นได้อีกด้วย
-
ทาครีมบำรุงเป็นประจำ
ถึงแม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันได้ว่าครีมบำรุงจะสามารถป้องกันรอยแตกลายได้ 100% แต่การทามอยส์เจอไรเซอร์หรือออยล์ช่วยให้ผิว ชุ่มชื้น ลดอาการคัน และทำให้ผิวรู้สึกยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์เชิงป้องกันและช่วยให้สบายตัวในช่วงที่ผิวกำลังขยายตัว เช่น รอบท้องหรือหน้าอก โดยยิ่งเริ่มบำรุงเร็วตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกก็จะช่วยลดอาการคันและเพิ่มความสบายให้กับผิวได้ทันท่วงที แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เน้นความชุ่มชื้น เช่น กลีเซอรีน, กรดไฮยาลูรอนิก, เซราไมด์, เชีย บัตเตอร์, โกโก้ บัตเตอร์ หรือออยล์ที่อ่อนโยน เช่น น้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน หรือน้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์ โดยเน้นการทาบริเวณท้อง สะโพก ต้นขา และหน้าอก ทุกเช้าและเย็น หรือบ่อยกว่านั้นเมื่อผิวแห้ง

Mama Bee Belly Butter (ราคา 1,540 บาท) จาก Burt's Bees
-
นวดด้วยมือ เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียน
การนวดผิวช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและการนำสารอาหารไปสู่เนื้อเยื่อ อีกทั้งการนวดสม่ำเสมอร่วมกับน้ำมัน อาจลดโอกาสเกิดรอยแตกลายได้ นอกจากอาจช่วยเรื่องรอยแตกลายแล้ว ยังช่วยลดอาการตึงคันและเป็นช่วงเวลาดีๆ ในการเชื่อมสัมพันธ์กับลูกในท้อง เทคนิคนี้สามารถทำเป็นประจำทุกวันหรืออย่างน้อยวันเว้นวัน ใช้นิ้วมือทาและนวดเป็นวงกลมอ่อนๆ ตามแนววงกลมรอบท้อง ใช้การนวดเป็นวงกลมเล็กๆ แล้วลากขึ้นเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและช่วยให้ออยล์หรือครีมซึมเข้าผิวได้ดี เวลาที่เหมาะสมคือหลังอาบน้ำเมื่อผิวหมาด เพราะเปิดเกล็ดผมรับความชุ่มชื้นได้ดี หรือก่อนนอนเพื่อผ่อนคลาย
-
ควบคุมน้ำหนักขึ้นอย่างเหมาะสม
การยืดของผิวที่รวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกิดรอยแตกลาย การควบคุมน้ำหนักขึ้นให้เหมาะสมตามข้อแนะนำแพทย์ และการออกกำลังกายแบบที่ปลอดภัยสำหรับการตั้งครรภ์ ช่วยให้ผิวและเนื้อเยื่อค่อยๆ ปรับตัว ลดแรงตึงแบบฉับพลัน และส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยรวม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการออกกำลังกาย โดยทั่วไปการเดิน โยคะแบบคนท้อง ว่ายน้ำ และการออกกำลังกายคาร์ดิโอเบาๆ ถือว่าปลอดภัยเมื่อแพทย์อนุญาต โดยมุ่งเป้าการขึ้นน้ำหนักตามกรอบที่แพทย์แนะนำ ควบคู่กับโภชนาการที่เพียงพอ โดยไม่ทำให้อดอาหาร

ภาพ: istock
-
เลือกส่วนผสมที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงสารต้องห้ามในช่วงตั้งครรภ์
ในช่วงตั้งครรภ์บางสารที่ใช้บนผิวอาจไม่ปลอดภัยต่อทารก โดยเฉพาะสารที่ผ่านผิวหนังและอาจเข้าสู่ระบบต่างๆ ในร่างกาย ตัวอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ Retinoids อย่างวิตามินเอในรูปทรงเรตินอยด์, topical tretinoin และ retinol หรือกรดซาลิไซลิคความเข้มข้นสูงและไฮโดรควิโนน (hydroquinone)
ส่วนผสมที่ปลอดภัย (แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้) เช่น กรดไฮยาลูรอนิก, กลีเซอรีน และเซราไมด์ เพราะช่วยเติมน้ำและเสริมเกราะป้องกันผิวได้ดี รวมถึงออยล์ที่มีความอ่อนโยน เช่น น้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน หรือน้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์ มักใช้เป็นตัวช่วยให้ความชุ่มชื้นและนวดได้ดี โดยเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมแรงหรือสารก่อระคายเคือง แนะนำให้เลือกฉลากที่ระบุว่า ‘hypoallergenic’, ‘fragrance-free’, ‘pregnancy-safe’ หรือปรึกษาแพทย์ประจำตัวจะดีที่สุด

Cocoa Butter Formula (ราคา 470 บาท) จาก Palmer's
-
ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ
ช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และทำให้ผิวแห้งเสียได้ง่าย คุณแม่ควรเลือกกันแดดสูตรอ่อนโยน ปลอดภัยต่อคนท้อง โดยเฉพาะแบบ Physical Sunscreen ที่มี Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide เพื่อสะท้อนรังสี UV ออกไป รวมถึงควรระมัดระวังการใช้สารเคมีกันแดดบางชนิด เช่น Oxybenzone, Octinoxate, Octocrylene, Avobenzone, Homosalate และ para-aminobenzoic acid (PABA) เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายและอาจส่งผลอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ นอกจากนี้มลภาวะอย่างฝุ่นควันก็ควรระวัง เพราะอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองง่าย หลังออกนอกบ้านควรรีบทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยน และบำรุงด้วยครีมหรือออยล์ทันที เพื่อให้ผิวฟื้นตัวและคงความแข็งแรงได้ตลอดการตั้งครรภ์





