ดูแลสายตาในยุคใช้จอเยอะ

WELLNESS

เทคนิคการดูแลสายตาในยุคใช้จอเยอะ เพื่อสุขภาพตาและสมองที่ดีขึ้น

วิธีถนอมสายตาในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความล้าและช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น

22 กุมภาพันธ์ 2569

        ในวันที่ชีวิตแทบทั้งหมดผูกอยู่กับหน้าจอ ไม่ว่าจะทำงาน ประชุม ดูซีรีส์ หรือไถฟีดก่อนนอน ดวงตาของเรากำลังทำงานหนักกว่าที่คิด อาการตาแห้ง ปวดกระบอกตา มึนศีรษะ หรือแม้แต่สมาธิลดลง ล้วนเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการใช้สายตาโดยตรง การดูแลดวงตาในยุคดิจิทัลจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสบายตา แต่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพสมองในระยะยาวด้วย โว้กบิวตี้รวม 5 เทคนิคที่ช่วยดูแลสายตาและสมอง หลังจากการใช้สายตาโฟกัสกับจออิเล็กทรอนิกส์มาทั้งวัน

 

  • ใช้กฎ 20-20-20 อย่างจริงจัง

กฎ 20-20-20 คือทุกๆ 20 นาที ให้มองวัตถุที่อยู่ห่างออกไปอย่างน้อย 20 ฟุต หรือประมาณ 6 เมตร นาน 20 วินาที หลักการนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อตาที่หดเกร็งจากการเพ่งหน้าจอได้คลายตัว เพราะเวลาที่เรามองใกล้ตลอดเวลา กล้ามเนื้อโฟกัสจะทำงานค้างโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ล้าสะสมและเกิดอาการปวดตาในช่วงบ่ายหรือเย็น การมองไกลเป็นระยะจึงเหมือนการยืดกล้ามเนื้อให้ดวงตา นอกจากช่วยลดความเมื่อยล้าแล้ว ยังช่วยให้สมองรีเซตจังหวะการเพ่ง ทำให้กลับมามีสมาธิได้ดีขึ้นกว่าการจ้องหน้าจอต่อเนื่องแบบไม่พัก

  • ปรับแสงหน้าจอและสภาพแวดล้อมให้สมดุล

ความสว่างที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักกว่าปกติ หน้าจอควรมีความสว่างใกล้เคียงกับแสงรอบตัว ไม่ควรจ้าโดดออกมาจากห้องมืดสนิท โดยเฉพาะการเล่นโทรศัพท์บนเตียงในห้องที่ปิดไฟหมดแล้ว เพราะจะเพิ่มความต่างของแสงอย่างรุนแรง ทำให้ตาล้าเร็วขึ้น ควรเปิดไฟสลัวๆ เพื่อช่วยบาลานซ์แสง และปรับโหมดถนอมสายตาหรือกรองแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืน เพื่อลดการรบกวนจังหวะการหลับ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพการพักผ่อนของสมอง

Article

ภาพ: Freepik

  • กะพริบตาให้มากขึ้นและเติมความชุ่มชื้นให้ดวงตา

เวลาจ้องหน้าจอ อัตราการกะพริบตาจะลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ฟิล์มน้ำตาบนผิวตาระเหยเร็วและเกิดอาการตาแห้ง แสบ หรือเคืองง่าย การฝึกกะพริบตาให้ครบจังหวะ โดยเฉพาะการหลับตาช้าๆ สัก 2-3 วินาทีเป็นระยะ จะช่วยกระจายน้ำตาให้ทั่วผิวตาได้ดีขึ้น หากรู้สึกแห้งบ่อย สามารถใช้น้ำตาเทียมสูตรไม่มีสารกันเสีย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น การดูแลเรื่องนี้ไม่เพียงช่วยลดความระคายเคือง แต่ยังช่วยให้ภาพที่เห็นคมชัดขึ้น ลดอาการปวดหัวจากการเพ่งนานๆ ได้ด้วย

  • จัดตำแหน่งหน้าจอและท่านั่งให้เหมาะสม

หน้าจอควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย และห่างจากดวงตาประมาณช่วงแขนหนึ่ง เพื่อให้กล้ามเนื้อตาและคอทำงานในท่าที่เป็นธรรมชาติ หากหน้าจอสูงเกินไป จะทำให้ตาเปิดกว้างตลอดเวลา น้ำตาระเหยเร็วขึ้น และเกิดอาการแห้งง่าย ส่วนการก้มมองจอนานๆ จะเพิ่มแรงกดที่ต้นคอ ส่งผลให้ปวดหัวลามไปถึงเบ้าตา การจัดท่าทางให้ถูกต้องจึงช่วยทั้งดวงตา กล้ามเนื้อ และลดความตึงเครียดที่ส่งผลต่อสมองโดยรวม

Article

ภาพ: Freepik

  • ให้เวลากับการพักสายตาแบบไม่ใช้หน้าจอเลย

การพักที่แท้จริงไม่ใช่การเปลี่ยนจากจอคอมไปจอโทรศัพท์ แต่คือการออกไปเดินรับแสงธรรมชาติ หรือทำกิจกรรมที่ไม่ต้องเพ่งใกล้ เช่น อ่านหนังสือเล่มจริง วาดรูป หรือออกกำลังกายเบาๆ แสงธรรมชาติช่วยกระตุ้นจังหวะชีวภาพของร่างกาย ทำให้สมองตื่นตัวในตอนกลางวันและหลับลึกขึ้นในตอนกลางคืน การได้มองระยะไกลและสีเขียวของธรรมชาติยังช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดความเครียดสะสมจากการทำงานหน้าจอทั้งวัน

ภาพปก : Freepik