การเดินทางด้วยเครื่องบินอาจทำให้ผิวดูแห้ง ขาดความสดใส และแต่งหน้าไม่ค่อยติดเหมือนปกติ โดยเฉพาะไฟลต์ที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง เพราะอากาศภายในห้องโดยสารมีความชื้นต่ำกว่าที่ผิวคุ้นเคย การเตรียมผิวให้พร้อมก่อนขึ้นเครื่องจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม หากอยากให้ผิวยังคงดูอิ่มฟูและสดใสตั้งแต่เริ่มเดินทางจนถึงปลายทาง โว้กบิวตี้แนะนำ 6 ทิปส์ง่ายๆ ที่สามารถทำได้ก่อนเตรียมตัวขึ้นเครื่อง
-
เติมความชุ่มชื้นให้ผิวตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน
ก่อนขึ้นเครื่องควรเน้นการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเป็นพิเศษ เริ่มจากใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้ำและทำให้ผิวรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง หากเป็นคนผิวแห้ง อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่างเซราไมด์ กลีเซอรีน หรือกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งช่วยดูแลความชุ่มชื้นของผิว ส่วนคนผิวมันก็ยังจำเป็นต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์เช่นกัน เพียงเลือกเนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนอะหนะ และไม่ทำให้รู้สึกหนักผิว การบำรุงให้เพียงพอตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านจะช่วยให้ผิวพร้อมรับมือกับอากาศแห้งบนเครื่องบินได้ดีขึ้น
-
อย่าทดลองสกินแคร์ใหม่ก่อนวันเดินทาง
ช่วงก่อนเดินทางไม่ใช่เวลาที่เหมาะกับการลองผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะสกินแคร์ที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์ค่อนข้างแรง เช่น กรดผลัดเซลล์ผิวหรือเรตินอยด์ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง แห้งลอก หรือผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น หากเกิดอาการแพ้หรือผิวไม่ถูกกับผลิตภัณฑ์ ก็อาจทำให้ต้องเสียเวลาฟื้นฟูผิวระหว่างทริปโดยไม่จำเป็น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผิวคุ้นเคยอยู่แล้ว และรักษารูทีนให้เรียบง่ายที่สุด โดยเน้นการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน เติมความชุ่มชื้น และปกป้องผิว เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการเดินทาง

ภาพ: Magnific
-
ทาครีมกันแดดแม้ต้องนั่งอยู่บนเครื่องบิน
หลายคนอาจคิดว่าเมื่ออยู่บนเครื่องบินแล้วไม่จำเป็นต้องทาครีมกันแดด แต่หากนั่งริมหน้าต่าง รังสี UVA สามารถผ่านกระจกเครื่องบินเข้ามาได้ ซึ่งเป็นรังสีที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของผิวและการเกิดริ้วรอยในระยะยาว จึงควรทาครีมกันแดดชนิด Broad Spectrum ที่ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB ก่อนออกเดินทาง โดยเลือกค่า SPF 30 ขึ้นไปและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม หากเป็นไฟลต์กลางวันหรือต้องนั่งใกล้หน้าต่างเป็นเวลานาน ควรให้ความสำคัญกับการปกป้องผิวเป็นพิเศษ และเติมครีมกันแดดตามความเหมาะสมเมื่อมีโอกาส โดยเฉพาะก่อนสัมผัสแสงแดดหลังลงเครื่อง
-
ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ
การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอเป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลตัวเองที่ไม่ควรมองข้ามระหว่างเดินทาง แม้การดื่มน้ำมากขึ้นจะไม่ได้ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นทันที แต่การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำก็ไม่ใช่เรื่องดี โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในห้องโดยสารที่มีความชื้นต่ำเป็นเวลานาน ควรพกขวดน้ำไว้จิบเป็นระยะ แทนการรอจนรู้สึกกระหายน้ำมากๆ และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจรบกวนการนอนหลับหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ นอกจากนี้ การเลือกอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น ผลไม้สด ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นระหว่างเดินทางได้อีกทางหนึ่ง

ภาพ: Magnific
-
ลดเมกอัปหนักๆ แล้วให้ผิวได้พัก
หากไม่ได้มีแผนทำกิจกรรมต่อทันทีหลังลงเครื่อง การแต่งหน้าแบบบางเบาหรือพักผิวจากเมกอัปก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะช่วยลดจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต้องเติมระหว่างเดินทาง และทำให้ดูแลผิวได้ง่ายขึ้น หากจำเป็นต้องแต่งหน้า ควรลงสกินแคร์ให้ผิวชุ่มชื้นก่อน แล้วเลือกใช้รองพื้นเนื้อบางเบา หรือคอนซีลเลอร์เฉพาะจุด แทนการลงเมกอัปหลายชั้นจนผิวดูหนาและแห้งระหว่างวัน สำหรับคนที่แต่งหน้าก่อนขึ้นเครื่องมาแล้วและเริ่มรู้สึกว่าผิวแห้ง ควรหลีกเลี่ยงการเติมแป้งซ้ำหลายชั้น เพราะอาจยิ่งเน้นให้เห็นผิวแห้งเป็นขุยได้ หากต้องการเติมเมกอัปหลังลงเครื่อง ควรเริ่มจากดูแลความชุ่มชื้นของผิวก่อนเสมอ
-
เตรียมไอเท็มเติมความสดใสไว้ในกระเป๋าถือ
สำหรับไฟลต์ยาว การมีสกินแคร์ชิ้นเล็กๆ ติดตัวไว้ช่วยให้ดูแลผิวได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลิปบาล์ม มอยส์เจอไรเซอร์ขนาดพกพา หรือครีมทามือ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้บริเวณที่แห้งง่ายระหว่างเดินทาง หากผิวรู้สึกแห้งตึงก็สามารถเติมมอยส์เจอไรเซอร์ได้ตามต้องการ ส่วนใครที่ชอบใช้สเปรย์น้ำแร่ ควรเลือกสูตรที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และหากฉีดแล้วผิวยังรู้สึกแห้ง ควรตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น นอกจากนี้ อย่าลืมเตรียมลิปบาล์มไว้ใกล้ตัว เพราะริมฝีปากมักแห้งได้ง่ายเช่นกัน ทั้งนี้ ควรจัดของเหลวและครีมใส่กระเป๋าถือตามข้อกำหนดของสายการบินและสนามบิน เพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวกโดยไม่ติดปัญหาตอนผ่านจุดตรวจ
SKINCAREเตรียมบอกลาผิวขาดน้ำ แนะนำ 4 Jelly Mist เซรั่มมิสต์เนื้อเจลลี่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้กับผิว




