ช่วงหลังมานี้ ‘Peptide’ ไม่ได้ถูกพูดถึงแค่ในสกินแคร์เท่านั้น แต่ยังเริ่มเข้ามาเป็นส่วนผสมที่พบได้ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมากขึ้น ทั้งแชมพู ครีมนวด ทรีตเมนต์ และเซรั่มสำหรับหนังศีรษะ เพราะเปปไทด์มีโครงสร้างเป็นสายกรดอะมิโนขนาดเล็ก และสามารถทำหน้าที่แตกต่างกันไปตามชนิดและสูตรที่นำมาใช้ แต่สิ่งสำคัญคือ เปปไทด์แต่ละชนิดไม่ได้ให้ผลเหมือนกันทั้งหมด บางชนิดเน้นดูแลเส้นผมที่เสียหาย ขณะที่บางชนิดถูกพัฒนามาเพื่อดูแลหนังศีรษะและสภาพแวดล้อมบริเวณรากผม ดังนั้น ก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเปปไทด์ ลองมาดูว่าจริงๆ แล้วส่วนผสมนี้ช่วยอะไรกับเส้นผมได้บ้าง
-
ช่วยดูแลเส้นผมที่แห้งเสียและผ่านการทำเคมี
เส้นผมประกอบด้วยโปรตีนเป็นหลัก โดยเฉพาะเคราติน และเมื่อผมต้องเจอกับการฟอกสี ย้อม ดัด ยืด รวมถึงความร้อนจากไดร์ เครื่องหนีบ หรือเครื่องม้วนเป็นประจำ โครงสร้างของเส้นผมก็มีโอกาสถูกทำลาย ทำให้ผมแห้ง ชี้ฟู และเปราะขาดง่ายขึ้น เปปไทด์บางชนิดจึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผมเพื่อช่วยดูแลเส้นผมที่ผ่านความเสียหาย โดยเฉพาะเปปไทด์ที่มีขนาดเล็ก ซึ่งสามารถเคลือบหรือเกาะบริเวณเส้นผมที่เสียหาย ช่วยให้เส้นผมรู้สึกเรียบและแข็งแรงขึ้นหลังใช้
-
ช่วยให้เส้นผมดูแข็งแรงและลดความเปราะขาด
หากหวีผมแล้วมีเส้นผมขาดติดออกมาเยอะ หรือปลายผมแห้งจนรู้สึกว่าขาดง่าย การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเปปไทด์อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลเส้นผมที่เสียหาย เพราะโปรตีนและเปปไทด์บางประเภทสามารถช่วยเติมเต็มหรือเคลือบบริเวณที่มีความเสียหายบนเส้นผม ทำให้เส้นผมรู้สึกแข็งแรงและจัดทรงง่ายขึ้น แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘ลดการขาดของเส้นผม’ กับ ‘ทำให้ผมงอกใหม่’ เพราะผลิตภัณฑ์เปปไทด์สำหรับเส้นผมไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสร้างเส้นผมใหม่ได้โดยอัตโนมัติ หากปัญหาหลักคือผมขาดจากความเสียหาย การดูแลเส้นผมให้แข็งแรงและลดปัจจัยที่ทำให้ผมเสียยังเป็นเรื่องสำคัญกว่า
-
ช่วยให้เส้นผมเรียบลื่นและจัดทรงง่ายขึ้น
ผมเสียมักมีเกล็ดผมที่ไม่เรียบ ทำให้เกิดการเสียดสีกันระหว่างเส้นผมมากขึ้น จึงรู้สึกว่าหวีแล้วติดพันง่ายและดูฟูไม่เป็นทรง เปปไทด์หรือโปรตีนไฮโดรไลซ์ในผลิตภัณฑ์บำรุงผมสามารถช่วยเคลือบพื้นผิวของเส้นผม ทำให้สัมผัสหลังใช้เรียบขึ้น ผลที่เห็นได้ง่ายจึงมักเป็นเรื่องของ Hair Texture มากกว่าการเปลี่ยนโครงสร้างผมถาวร หลังใช้ผมอาจรู้สึกนุ่มขึ้น หวีง่ายขึ้น และดูเป็นทรงมากขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาผมพันกันหรือเส้นผมแห้งหยาบจากการทำเคมีและใช้ความร้อนบ่อย

ภาพ: Magnific
-
ช่วยให้เส้นผมดูเงางามขึ้น
เมื่อพื้นผิวเส้นผมเรียบขึ้น แสงจะสะท้อนบนเส้นผมได้สม่ำเสมอมากกว่าเดิม จึงทำให้ผมดูเงาและสุขภาพดีขึ้น เปปไทด์ในผลิตภัณฑ์บำรุงจึงอาจช่วยให้ลุคโดยรวมของเส้นผมดูมีน้ำหนักและเงางามขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผมเสีย แต่ความเงาของเส้นผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับเปปไทด์เพียงอย่างเดียว ส่วนผสมอย่างซิลิโคน, น้ำมันสกัดจากพืช และสารบำรุงที่มีหน้าที่ลดไฟฟ้าสถิตก็มีบทบาทในการทำให้เส้นผมเรียบและสะท้อนแสงได้ดีเช่นกัน
-
บางชนิดถูกพัฒนามาเพื่อดูแลหนังศีรษะและรากผม
เปปไทด์ไม่ได้มีหน้าที่เฉพาะกับเส้นผมที่โผล่พ้นหนังศีรษะเท่านั้น ในผลิตภัณฑ์บางประเภทจะเลือกใช้เปปไทด์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลหนังศีรษะ โดยเน้นเรื่องการดูแลหนังศีรษะและรากผมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ตรงนี้ควรระวังเรื่องการเคลม เพราะคำว่าเปปไทด์ ไม่ได้หมายความว่าเป็นสารที่ช่วยให้ผมงอกใหม่หรือรักษาผมร่วงได้ทุกชนิด ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดของเปปไทด์ ความเข้มข้น สูตรผลิตภัณฑ์ และข้อมูลการศึกษาของสารนั้ ๆ หากกำลังมีปัญหาผมร่วงมากผิดปกติ ควรหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ที่อยากแนะนำ
1 / 3
Peptide-132 Ultra Perfect Hair Bonding Shampoo (ราคา 790 บาท) จาก COSRX
แชมพูซ่อมแซมพันธะผม ช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียจากการทำสี ดัด หรือความร้อน พร้อมทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน มอบผลลัพธ์ผมนุ่มลื่น แข็งแรง ดูสุขภาพดีตั้งแต่โคนจรดปลาย
2 / 3
Cica Peptide Anti Hair Loss Derma Scalp Tonic (ราคา 620 บาท) จาก SOME BY MI
แฮร์โทนิคสูตรสดชื่น ช่วยดูแลหนังศีรษะที่บอบบาง พร้อมรักษาสมดุลน้ำมันและความชุ่มชื้น ด้วยส่วนผสมลดผมร่วงที่ผสานสารสกัดจากใบบัวบก 4 ชนิด ช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะ รวมถึงเปปไทด์ 11 ชนิด และไบโอตินที่ช่วยบำรุงหนังศีรษะและเสริมความแข็งแรงให้เส้นผม
3 / 3
Multi-Peptide Serum For Hair Density (ราคา 1,260 บาท) จาก The Ordinary
เซรั่มบำรุงหนังศีรษะสูตรเข้มข้น ช่วยดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ผสานเปปไทด์และสารสกัดจากพืชหลายชนิด เพื่อดูแลเส้นผมอย่างล้ำลึก สูตรบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมไว ไม่ทำให้หนังศีรษะมันหรือผมลีบแบน





