เราอาจคุ้นหูกันดีว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” ดีต่อผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงและสดใสขึ้น แต่ความจริงแล้วสารต้านอนุมูลอิสระไม่ได้ดูแลแค่ผิวเท่านั้น เพราะยังมีบทบาทสำคัญกับเส้นผมด้วยเหมือนกัน เส้นผมเองก็แทบไม่ต่างจากผิว ที่ต้องเผชิญทั้งแสงแดด ฝุ่นควัน และมลภาวะต่างๆ รวมถึงความร้อนและสารเคมีจากการจัดแต่งทรงผมในชีวิตประจำวัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำให้เส้นผมแห้งเสีย อ่อนแอ ผมร่วง ผมบาง เกราะป้องกันผมพัง หรือแม้แต่ผมหงอกก่อนวัยได้
เพราะฉะนั้น การเติมสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกาย ไม่ว่าจะผ่านการรับประทานอาหารหรือการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม จึงเปรียบเสมือนการช่วยปกป้องเส้นผมจากปัจจัยที่คอยทำร้ายเหล่านี้ และนำไปสู่คำถามที่ว่า “สารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทต่อเส้นผมมีอะไรบ้าง” ซึ่งแน่นอนว่าโว้กบิวตี้จะพาไปทำความรู้จักกับสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ให้มากขึ้นในบทความนี้

1. วิตามินเอ (Vitamin A)
ถ้าพูดถึง “วิตามินเอ” หลายคนอาจนึกถึงสกินแคร์อย่างเรตินอลเป็นอย่างแรก แต่จริงๆ แล้ววิตามินเอยังมีบทบาทสำคัญกับเส้นผมและหนังศีรษะไม่แพ้กัน วิตามินเอถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ช่วยให้ผมไม่แห้ง ไม่เปราะขาด หรือหลุดร่วงได้ง่าย วิตามินเอจึงถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเส้นผมจากความเสียหายในระดับเซลล์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาผมร่วงหรือผมหงอกก่อนวัย โดยแหล่งอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอสามารถพบได้ในมันเทศ แครอท และผักใบเขียวต่างๆ
2. วิตามินซี (Vitamin C)
“วิตามินซี” มีบทบาทสำคัญต่อเส้นผมมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเป็นสารอาหารหลักที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งจำเป็นต่อโครงสร้างและความแข็งแรงของเส้นผม นอกจากนี้ ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมเช่นกัน
แพทย์ผิวหนังมักแนะนำให้เพิ่มวิตามินซีในคนที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วง นอกจากนี้ วิตามินซียังมีคุณสมบัติ ต้านการอักเสบ ช่วยดูแลสุขภาพหนังศีรษะ ลดการระคายเคือง และช่วยรับมือกับปัญหารังแคหรือภาวะหนังศีรษะอักเสบได้อีกด้วย โดยวิตามินซีสามารถเสริมได้ทั้งจากการรับประทานอาหารอย่างผลไม้ตระกูลส้ม พริกหวาน หรือผักตระกูลกะหล่ำ รวมถึงทานในรูปแบบอาหารเสริมก็ได้เช่นกัน

3. วิตามินอี (Vitamin E)
“วิตามินอี” เป็นอีกหนึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพเส้นผม โดยเฉพาะในเรื่องของการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เมื่อการไหลเวียนดีขึ้น รากผมก็จะได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เส้นผมเติบโตได้ดี แข็งแรง และดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
วิตามินอียังช่วยให้เส้นผมแข็งแรงและแลดูหนาขึ้น โดยแหล่งของวิตามินอีสามารถพบได้จากอาหารอย่างอะโวคาโดและถั่วชนิดต่างๆ นอกจากนี้ วิตามินอีในรูปแบบของน้ำมันหรือเซรั่ม ก็สามารถช่วยบำรุงเส้นผมให้มีความเงางาม สุขภาพดี และมีความนุ่มสลวยมากขึ้น
4. โพลีฟีนอล (Polyphenols)
“โพลีฟีนอล” คือกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่พบตามธรรมชาติในพืช หน้าที่หลักของมันคือช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย พูดง่ายๆ คือเป็นสารที่ช่วยกันความเสื่อมให้ร่างกาย รวมถึงเส้นผมและหนังศีรษะด้วย โดยโพลีฟีนอลพบได้ในอาหาร เช่น ชาเขียว น้ำมันมะกอก ดาร์กช็อกโกแลต ผลไม้ และผักบางชนิด
สำหรับเส้นผมโพลีฟีนอลจะเข้ามาช่วยปกป้องผมและหนังศีรษะจากปัจจัยทำร้ายต่างๆ อาทิ แสงแดด รังสียูวี และมลภาวะ ช่วยชะลอการเกิดผมหงอกก่อนวัย ช่วยดูแลเส้นผมให้มีชีวิตชีวา และสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งนอกจากเสริมด้วยอาหารแล้ว ยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีสารสกัดจากชาเขียวได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะ และเน้นดูแลปัญหาผมร่วงเป็นพิเศษ
5. ซีลีเนียม (Selenium)
“ซีลีเนียม” เป็นอีกหนึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่หลายคนอาจคุ้นหูในบริบทของภูมิคุ้มกัน แต่จริงๆ แล้วซีลีเนียมยังมีบทบาทสำคัญต่อเส้นผมและหนังศีรษะด้วย โดยช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเส้นผม พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบจากอนุมูลอิสระที่ทำให้เส้นผมอ่อนแอ
จุดเด่นของซีลีเนียมคือคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะ และลดการระคายเคือง ผู้ที่ควรเสริมซีลีเนียมเป็นพิเศษเลยคือ ผู้ที่มีปัญหาหนังศีรษะอักเสบ รังแค หรือหนังศีรษะลอกเป็นขุย โดยซีลีเนียมสามารถพบได้ในอาหารทะเล และไข่ รวมถึงสามารถทานในรูปแบบอาหารเสริมได้เช่นกัน





