Vogue Beauty Thailand

MAKE UP

5 STEP แต่งหน้ากลบรอยสิว เปลี่ยนผิวให้เรียบเนียน ติดทนตลอดวัน

ทิปส์เหล่านี้จะช่วยให้คุณปกปิดรอยสิวกวนใจได้แบบมืออาชีพ!

20 สิงหาคม 2569

รอยสิวและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมออาจทำให้การแต่งหน้าดูไม่เรียบเนียนอย่างที่ต้องการ แต่การปกปิดรอยสิวให้แนบสนิทและติดทน ไม่จำเป็นต้องโบกรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์หนาๆ หากเลือกใช้เทคนิคและผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะการเตรียมผิวและการลงเมกอัปอย่างเป็นขั้นตอน

Article

STEP 1: เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า (Skin Prep)

การเตรียมผิวเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้รองพื้นและคอนซีลเลอร์เกาะผิวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมันหรือมีรอยสิว ควรเน้นเติมความชุ่มชื้นอย่างพอดีโดยไม่เพิ่มความมันส่วนเกิน เพราะหากผิวแห้งหรือขาดน้ำ เมกอัปอาจตกร่อง เป็นคราบ หรือหลุดระหว่างวันได้ง่าย ขณะเดียวกันการลงสกินแคร์ที่หนักเกินไปก็อาจทำให้เมกอัปไม่ติดผิว

  • เลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา: หลังทำความสะอาดผิว ให้เลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจลหรือโลชั่นบางเบาที่ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการแต่งหน้า หากมีสิวอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงการลงผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อหนักหรือให้ความมันสูงในบริเวณดังกล่าว
  • ใช้ไพรเมอร์เฉพาะจุด: สำหรับผู้ที่มีผิวมัน รูขุมขนกว้าง หรือพื้นผิวไม่เรียบ สามารถใช้ไพรเมอร์สูตรคุมมันหรือเบลอรูขุมขน โดยเน้นบริเวณ T-Zone และจุดที่ต้องการปกปิดเป็นพิเศษ วิธีนี้ช่วยปรับพื้นผิวให้ดูเรียบขึ้นและลดความมันส่วนเกิน ทำให้รองพื้นเกลี่ยง่ายและติดทนมากขึ้น
Article

STEP 2: ปรับสีผิวด้วย Color Corrector

สำหรับผู้ที่มีรอยสิวหลายเฉดสี การลงรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์หนา ๆ อาจช่วยปกปิดได้เพียงชั่วคราว และมีโอกาสทำให้ผิวดูหนักหรือเป็นคราบได้ง่าย เทคนิค Color Correcting จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยปรับโทนสีผิวเฉพาะจุดก่อนลงรองพื้น โดยอาศัยหลักการของทฤษฎีสีที่นำสีตรงข้ามมาช่วยหักล้างความเข้มของสีที่ต้องการปกปิด ทำให้ใช้เมกอัปในขั้นตอนถัดไปได้บางลงและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • รอยสิวสีแดงหรือรอยแดงจากการอักเสบ: เลือกใช้ Color Corrector สีเขียว แตะบาง ๆ เฉพาะบริเวณที่มีรอยแดง เนื่องจากสีเขียวอยู่ตรงข้ามกับสีแดงบนวงล้อสี จึงช่วยลดความโดดเด่นของรอยแดงและทำให้สีผิวบริเวณนั้นดูสม่ำเสมอขึ้น
  • รอยสิวสีคล้ำหรือรอยดำเก่า: แนะนำให้เลือกใช้ Color Corrector สีพีชหรือสีส้ม เพื่อช่วยปรับความหมองคล้ำ โดยควรเลือกเฉดให้เหมาะกับระดับสีผิว เช่น ผิวโทนขาวถึงกลางอาจเหมาะกับสีพีช ส่วนผิวโทนกลางถึงเข้มสามารถเลือกสีส้มที่มีความเข้มขึ้นได้
Article

STEP 3: ลงรองพื้นแบบบางเบา

หลังปรับสีรอยสิวด้วย Color Corrector แล้ว ให้ลงรองพื้นสูตร Long-wear ฟินิชแมตต์หรือเซมิแมตต์ เพื่อปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและช่วยควบคุมความมันระหว่างวัน โดยเลือกสูตรที่ปกปิดปานกลางถึงสูงแต่สามารถลงบางๆ ได้ สำหรับผิวแห้งควรเลือกเนื้อที่ไม่แมตต์จนเกินไป เพื่อไม่ให้เน้นความแห้งหรือผิวลอก

ขณะลงรองพื้น แนะนำใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดหรือแปรงหัวแน่น โดยเริ่มจากกลางใบหน้าแล้วค่อยๆ กดตบออกด้านนอก หลีกเลี่ยงการปาด โดยเฉพาะบริเวณที่ลง Color Corrector เพื่อไม่ให้ผลิตภัณฑ์เคลื่อนตัวหรือหลุดออก และช่วยให้รองพื้นแนบสนิทกับผิวมากขึ้น

Article

STEP 4: ปกปิดเฉพาะจุดด้วยคอนซีลเลอร์ 

หลังลงรองพื้นแล้ว หากยังมีรอยสิวที่เห็นชัด ควรใช้เทคนิค Spot Concealing โดยแต้มคอนซีลเลอร์เฉพาะบริเวณที่ต้องการปกปิด แทนการลงผลิตภัณฑ์เพิ่มทั่วใบหน้า วิธีนี้ช่วยเพิ่มการปกปิดได้อย่างตรงจุด โดยไม่ทำให้เมกอัปดูหนาหนักเกินไป

เลือกใช้คอนซีลเลอร์เนื้อครีมที่มีความเข้มข้น หรือสูตรเนื้อแมตต์ที่มีสีใกล้เคียงกับผิวมากที่สุด จากนั้นใช้แปรงหัวเล็กแต้มลงบนรอยสิวโดยตรง ทิ้งไว้ประมาณ 10–15 วินาที เพื่อให้เนื้อคอนซีลเลอร์เซตตัวเล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆ เกลี่ยเฉพาะบริเวณขอบรอยสิว โดยหลีกเลี่ยงการแตะหรือเกลี่ยตรงกลางมากเกินไป เพื่อคงระดับการปกปิดไว้ วิธีนี้จะช่วยให้รอยสิวดูจางลงและผิวโดยรวมยังคงความเป็นธรรมชาติ

Article

STEP 5: เซ็ตผิวด้วยแป้งฝุ่นและสเปรย์ล็อกเมกอัป

ขั้นตอนสุดท้ายคือการเซ็ตเมกอัปเพื่อช่วยลดความมันส่วนเกินและเพิ่มความติดทน โดยเฉพาะบริเวณที่มีการใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดรอยสิว แนะนำให้ใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent Powder) กับพัฟหรือพัฟแป้ง โดยแตะและกดเบาๆ ลงบนผิวแบบ Press & Roll แทนการถูไปมา เพื่อไม่ให้คอนซีลเลอร์หรือรองพื้นเคลื่อนตัว และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น

จากนั้นฉีด Setting Spray ให้ทั่วใบหน้า โดยสามารถฉีดเป็นแนว X และ T เพื่อกระจายผลิตภัณฑ์ให้ทั่วถึง รอให้แห้งตามธรรมชาติโดยไม่ใช้มือสัมผัสใบหน้า ขั้นตอนนี้ช่วยให้ชั้นเมกอัปเซตตัวและช่วยให้แป้งดูกลมกลืนกับผิวมากขึ้น ส่งผลให้ฟินิชโดยรวมดูเป็นธรรมชาติและติดทนยิ่งขึ้นตลอดวัน

ภาพปก & ภาพประกอบ : Pexels (Sora Shimazaki, Andrea Piacquadio, Alena Darmel)