ลิปสติก Lipstick

MAKE UP

รวม 7 ลิปสติกติดทน ไม่ติดแมสก์ ช่วงฝุ่นหนักก็เอาอยู่!

คัดมาให้แล้ว! ลิปสติกติดทนยาวนาน พร้อมเนื้อสัมผัสที่เบาสบาย ไม่เลอะแมสก์ หมดกังวลเรื่องลิปสติกหลุดระหว่างวันได้เลย

โดย VOGUE BEAUTY
25 มกราคม 2565

ในช่วงที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยบ่อย ไม่ว่าจะเป็นเพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ หรือการอยู่ในพื้นที่แออัด หนึ่งในปัญหาที่หลายคนพบคือสีลิปสติกเลอะติดแมสก์จนทำให้เมกอัพดูไม่เรียบร้อย ลิปสติกติดทนหรือ Transfer-proof จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากขึ้น เพราะนอกจากช่วยลดการหลุดลอกระหว่างวันแล้ว ยังช่วยให้สีริมฝีปากคงความสดชัดได้ยาวนานแม้ต้องสวมหน้ากากหลายชั่วโมง

  

ลิปสติกประเภทไหนไหนติดทนที่สุด

อย่างที่รู้กันดีว่าลิปสติกในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายเนื้อสัมผัสเพื่อรองรับความชอบของแต่ละคน บางคนชอบเนื้อหนักเพื่อให้กลบสีปากได้อย่างมิดชิด ขณะที่บางคนชอบเนื้อเบาๆ เพื่อให้รู้สึกสบายปากทั้งวัน แต่ถ้าถามว่าลิปสติกประเภทไหนที่ขึี้นชื่อเรื่องติดทนที่สุด ผู้เขียวนอยากให้ลองสังเกตจากชื่อเรียกเนื้อสัมผัสแต่ละแบบ ดังนี้

  • เนื้อแมตต์ (Matte) - ลิปสติกเนื้อแมตต์จะไม่มีความมันวาวหรือความชุ่มชื้น เม็ดสีจึงติดทนและเกาะริมฝีปากมากกว่าเนื้อสัมผัสอื่นๆ 
    • ระดับความติดทน - ติดทนมากที่สุด
  • เนื้อทินต์ / เนื้อสเตน (Tint / Stain) - สำหรับคนที่อยากได้ลิปสติกที่มีความติดทน แต่ไม่ชอบความอึดอัดหรือความหนักของลิปเนื้อแมตต์ ลิปทินต์หรือลิปสเตนก็จะเหมาะมาก เพราะให้สีติดทน ไม่หลุดง่าย แต่มีความเบาสบายเหมือนไม่ได้ทาลิปสติก
    • ระดับความติดทน - ติดทนมาก
  • เนื้อกำมะหยี่ / เนื้อซาติน (Velvet / Satin) - ลิปสติกเนื้อกำมะหยี่และเนื้อซาตินจะมีความคล้ายคลึงกับเนื้อแมตต์ในแง่ของการกลบสีปากได้ดี แต่ความพิเศษคือเกลี่ยได้ง่ายกว่าทำให้ไม่เป็นคราบ รวมถึงช่วยเติมร่องริมฝีปากได้ดีกว่าเนื้อแมตต์ อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงเรื่องของความติดทนเนื้อกำมะหยี่และเนื้อซาตินจะไม่ติดทนมากเท่าไหร่ 
    • ระดับความติดทน - ปานกลาง
  • เนื้อกลอส / เนื้อออยล์ (Gloss / Oil) - หากต้องการความติดทนจริงๆ ผู้เขียนขอให้มองข้ามเนื้อสัมผัสแบบลิผกลอสและออยล์ไปเลย เพราะหน้าที่หลักๆ ของมันคือเน้นเติมความชุ่มชื้นและช่วยให้ริมฝีปากอิ่มฟูมากกว่าการกลบสีปากหรือมอบความติดทน
    • ระดับความติดทน - น้อย

 

เลือกลิปสติกติดทนอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน

แม้ลิปสติกติดทนทุกสูตรจะเคลมเรื่องความติดทน แต่ฟินิชและเทคโนโลยีของแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างชัดเจน ลิปดูโอ้จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการความติดทนสูงสุด ขณะที่ลิปทินต์จะทิ้งสเตนบนริมฝีปากแม้เนื้อลิปด้านบนจะหลุดออก ส่วนลิปลิควิดแมตต์จะให้เม็ดสีแน่นและเซตตัวเร็ว การเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์จึงสำคัญไม่แพ้การเลือกเฉดสี

 

How to ทาลิปสติกติดทนและไม่เลอะติดแมสก์

การเลือกลิปสติกติดทนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง หากลงลิปอย่างถูกวิธีก็จะช่วยให้สีติดแน่นและลดการหลุดระหว่างวันขึ้น

1. บำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มบางๆ แล้วซับส่วนเกินออกก่อนทาลิป เพื่อไม่ให้มีน้ำมันตกค้างมากเกินไป
2. ลงลิปสติกเป็นชั้นบางๆ แล้วรอให้เซตตัวประมาณ 30-60 วินาที โดยเฉพาะลิปลิควิดหรือสูตร Transfer-proof
3. หากเป็นลิปแบบดูโอ้ เช่น Le Rouge Duo Ultra Tenue ควรรอให้ฝั่งสีแห้งสนิทก่อนลงกลอส
4. ใช้กระดาษทิชชูซับเบาๆ หนึ่งครั้ง แล้วลงลิปซ้ำอีกชั้นหากต้องการเพิ่มความติดทน
5. หลีกเลี่ยงการเม้มริมฝีปากทันทีหลังทาลิป เพราะอาจทำให้ฟิล์มที่ช่วยล็อกสีทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับลิปสติกไม่ติดแมสก์

Q: ทำไมลิปสติกถึงติดแมสก์?

A: แน่นอนว่าการใส่แมสก์มันคือการกรองฝุ่นและมลภาวะทางอากาศไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นไอเท็มที่บล็อกอากาศหรือลมเย็นๆ จากบริเวณใบหน้าช่วงล่างด้วยเช่นกัน จนเกิดเป็นควาามร้อน ความชื้นและการเสียดสีระหว่างหน้ากากกับริมฝีปาก 

Q: สรุปแล้วลิปไม่ติดแมสก์มีจริงหรือไม่?

A: มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะลิปประเภทเนื้อทินต์ เนื้อสเตน หรือเนื้อแมตต์แบบ Le Rouge Duo Ultra Tenue จาก CHANEL ซึ่งถือว่าเป็นเนื้อสัมผัสของลิปสติกที่ทั้งดี ติดทน เหมาะกับคนที่กำลังหาลิปที่ทาแล้วไม่ติดแมสก์ กินน้ำแล้วไม่หลุดลอก รวมถึงเจอความมันจากคราบอาหารแล้วไม่หลุดง่าย 

Q: ควรมีลิปสติกไม่ติดแมสก์ติดกระเป๋าไว้สักแท่งหรือไม่?

A: หากรู้ตัวว่าเป็นคนที่ใส่แมสก์ตลอดเวลาและเจอกับปัญหาลิปหลุดระหว่างวันบ่อยๆ จนเบื่อที่จะเติมอยู่เรื่อยๆ บอกเลยว่าการมีลิปสติกเนื้อดีไม่ติดแมสก์ติดกระเป๋าไว้สักแท่งแทบจะเป็นความสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือถ้ากลัวจะเบื่อง่ายการมีลิปสติกดูโอ้แบบ Le Rouge Duo Ultra Tenue จาก CHANEL ที่สามารถทำให้เปลี่ยนลุคจากแมตต์เป็นกลอสได้ตลอดวันก็เป็นอีทางเลือกหนึี่งที่สาวๆ ไม่ควรพลาด

Photo : Courtesy of the brands