ในช่วงที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยบ่อย ไม่ว่าจะเป็นเพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ หรือการอยู่ในพื้นที่แออัด หนึ่งในปัญหาที่หลายคนพบคือสีลิปสติกเลอะติดแมสก์จนทำให้เมกอัพดูไม่เรียบร้อย ลิปสติกติดทนหรือ Transfer-proof จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากขึ้น เพราะนอกจากช่วยลดการหลุดลอกระหว่างวันแล้ว ยังช่วยให้สีริมฝีปากคงความสดชัดได้ยาวนานแม้ต้องสวมหน้ากากหลายชั่วโมง
ลิปสติกประเภทไหนไหนติดทนที่สุด
อย่างที่รู้กันดีว่าลิปสติกในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายเนื้อสัมผัสเพื่อรองรับความชอบของแต่ละคน บางคนชอบเนื้อหนักเพื่อให้กลบสีปากได้อย่างมิดชิด ขณะที่บางคนชอบเนื้อเบาๆ เพื่อให้รู้สึกสบายปากทั้งวัน แต่ถ้าถามว่าลิปสติกประเภทไหนที่ขึี้นชื่อเรื่องติดทนที่สุด ผู้เขียวนอยากให้ลองสังเกตจากชื่อเรียกเนื้อสัมผัสแต่ละแบบ ดังนี้
- เนื้อแมตต์ (Matte) - ลิปสติกเนื้อแมตต์จะไม่มีความมันวาวหรือความชุ่มชื้น เม็ดสีจึงติดทนและเกาะริมฝีปากมากกว่าเนื้อสัมผัสอื่นๆ
- ระดับความติดทน - ติดทนมากที่สุด
- เนื้อทินต์ / เนื้อสเตน (Tint / Stain) - สำหรับคนที่อยากได้ลิปสติกที่มีความติดทน แต่ไม่ชอบความอึดอัดหรือความหนักของลิปเนื้อแมตต์ ลิปทินต์หรือลิปสเตนก็จะเหมาะมาก เพราะให้สีติดทน ไม่หลุดง่าย แต่มีความเบาสบายเหมือนไม่ได้ทาลิปสติก
- ระดับความติดทน - ติดทนมาก
- เนื้อกำมะหยี่ / เนื้อซาติน (Velvet / Satin) - ลิปสติกเนื้อกำมะหยี่และเนื้อซาตินจะมีความคล้ายคลึงกับเนื้อแมตต์ในแง่ของการกลบสีปากได้ดี แต่ความพิเศษคือเกลี่ยได้ง่ายกว่าทำให้ไม่เป็นคราบ รวมถึงช่วยเติมร่องริมฝีปากได้ดีกว่าเนื้อแมตต์ อย่างไรก็ตามถ้าพูดถึงเรื่องของความติดทนเนื้อกำมะหยี่และเนื้อซาตินจะไม่ติดทนมากเท่าไหร่
- ระดับความติดทน - ปานกลาง
- เนื้อกลอส / เนื้อออยล์ (Gloss / Oil) - หากต้องการความติดทนจริงๆ ผู้เขียนขอให้มองข้ามเนื้อสัมผัสแบบลิผกลอสและออยล์ไปเลย เพราะหน้าที่หลักๆ ของมันคือเน้นเติมความชุ่มชื้นและช่วยให้ริมฝีปากอิ่มฟูมากกว่าการกลบสีปากหรือมอบความติดทน
- ระดับความติดทน - น้อย
เลือกลิปสติกติดทนอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน
แม้ลิปสติกติดทนทุกสูตรจะเคลมเรื่องความติดทน แต่ฟินิชและเทคโนโลยีของแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างชัดเจน ลิปดูโอ้จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการความติดทนสูงสุด ขณะที่ลิปทินต์จะทิ้งสเตนบนริมฝีปากแม้เนื้อลิปด้านบนจะหลุดออก ส่วนลิปลิควิดแมตต์จะให้เม็ดสีแน่นและเซตตัวเร็ว การเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์จึงสำคัญไม่แพ้การเลือกเฉดสี
Le Rouge Duo Ultra Tenue จาก CHANEL (ราคา 1,800 บาท)
1 / 7
ลิปสติกติดทนชนิดน้ำแบบดูโอ้ที่รังสรรค์มาเพื่อริมฝีปากเงางามดุจกระจกอย่างยาวนาน ลิปสติกดีไซน์โมเดิร์น 2 ด้านที่ใช้งานง่าย ด้านหนึ่งเป็นลิปสติกชนิดลิควิดสีชัดเข้มสด ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นลิปกลอสเคลือบเงาที่ให้ความรู้สึกสบายไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมมอบผลลัพธ์ริมฝีปากเงางามได้อย่างยาวนาน
- ส่วนผสม: การผสมผสานของโพลีเมอร์ช่วยล็อกสี พร้อมกลอสบำรุงริมฝีปาก
- เนื้อสัมผัส: มี 2 เนื้อสัมผัส ฝั่งหนึี่งเป็นเนื้อแมตต์ อีกฝั่งหนึ่งเป็นเนื้อกลอส
- ความชุ่มชื้น: เนื้อแมตต์แบบน้ำให้ความชุ่มชื้นปานกลางจึงไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งหรือตกร่องจนเกินไป / เนื้อกลอสให้ความชุ่มชื้นสูง
- ความติดทน: ฝั่งเนื้อแมตต์ติดทนมาก กันน้ำ ไม่เป็นคราบระหว่างวัน / เนื้อกลอสไม่ติดทนแต่ยังทิ้งความชุ่มชื้นและมันวาวเคลือบปากอยู่แม้จะหลุดออกมาบ้างระหว่างวัน
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการลิปสติกติดทนตลอดวัน ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารบ่อย และต้องสวมหน้ากากเป็นเวลานาน
- Experience: ควรรอให้สีเซตตัวก่อนลงกลอส เนื้อลิปให้สีแน่น ติดทนสูง และช่วยลดการเลอะติดแมสก์ได้ดี พร้อมฟินิชเงางามโดยไม่รู้สึกหนักริมฝีปาก
Luxe Matte Lip Color จาก Bobbi Brown (ราคา 1,450 บาท)
2 / 7
ลิปติิดทน เนื้อแมตต์ สีชัด ติดทน แต่บางเบา สบายริมฝีปาก ด้วยเนื้อแวกซ์คุณภาพจึงเกลี่ยได้ง่าย มอบฟินิชให้ริมฝีปากเนียนนุ่มดุจแพรไหม ติดทนนานสูงสุด 12 ชั่วโมง ไม่ทำให้เลอะแมสก์
- ส่วนผสมเด่น: Flower Wax และ Coconut Oil ช่วยให้เนื้อลิปแมตต์ยังคงความนุ่มสบาย พร้อม Powder Pigments ให้สีคมชัด
- เนื้อสัมผัส: ลิปเนื้อแมตต์แบบแท่ง เกลี่ยง่าย ไม่ต้องรอให้แห้ง ทั้งยังกลบสีปากได้ดี
- ความชุ่มชื้น: ให้ความชุ่มชื้นปานกลางเหมาะกับคนที่ริมฝีปากมีริ้วรอย
- ความติดทน: ติดทนปานกลางถึงมาก เพราะไม่ใช่เนื้อแมตต์ที่แห้งติดปาก
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปแมตต์สีแน่น แต่ยังต้องการความชุ่มชื้นระหว่างวัน
- Experience: เนื้อลิปแน่นแต่ไม่แห้งตึง ให้ฟินิช Soft Matte ติดทนในระดับดี และถ่ายโอนสีน้อยกว่าลิปครีมทั่วไปเมื่อเซตตัวแล้ว
Velvet Lip Tint จาก 3CE (ราคา 590 บาท)
3 / 7
ลิปติิดทน ทินต์เนื้อแมตต์ เท็กซ์เจอร์กึ่งกำมะหยี่ สัมผัสเนียนนุ่ม พิกเมนต์แน่น สีชัด ติดทนยาวนาน เบาสบายไม่ทำให้ทำหนักริมฝีปาก สาว ๆ ที่ริมฝีปากแห้งสามารถทาได้
- ส่วนผสมเด่น: Moisturizing Oil Blend และ Elastomer Gel ช่วยให้เนื้อลิปเกลี่ยง่ายและให้ฟินิชกำมะหยี่
- เนื้อสัมผัส: xทินต์เนื้อแมตต์กึ่งกำมะหยี่ให้ความรู้สึกนุ่มฟูเวลาทาบนริมฝีปาก
- ความชุ่มชื้น: ชุ่มชื้นปานกลางถึงมาก เพราะเนื้อสัมผัสไม่แมตต์จนเกินไป
- ความติดทน: ในส่วนของเนื้อแมตต์กึ่งกำมะหยี่ที่ทาในตอนแรกอาจไม่ติดทนมาก แต่เมื่อสีแมตต์หลุดออกก็จะทิ้งลิปทินต์สเตนไว้บนปาก ซึ่งติดทนตลอดทั้งวัน
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลุคปากฟุ้งแบบเกาหลีและต้องการลิปติดทนในชีวิตประจำวัน
- Experience: เนื้อทินต์บางเบา เบลนด์ง่าย เซตตัวเร็ว และทิ้งสเตนบนริมฝีปาก จึงช่วยลดการหลุดเลอะระหว่างวัน
Vernis A Levres Water Stain จาก YSL (ราคา 1,500 บาท)
4 / 7
ลิปติิดทนที่มอบความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากดู Juicy มาพร้อมกับความบางเบาและสีที่ชัด ติดทนนาน ด้วยเทคโนโลยีที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญมากถึง 40% จึงให้เท็กซ์เจอร์มีเสมือนฟิล์มบาง ๆ เคลือบไว้ ไม่ต้องกังวลเรื่องริมฝีปากแห้งและลอกระหว่างวัน
- ส่วนผสมเด่น: Water-based Formula พร้อม Moisturizing Agents ช่วยให้ริมฝีปากรู้สึกสบายและไม่เหนียวเหนอะหนะ
- เนื้อสัมผัส: เนื้อทินต์สเตนที่มีความเบาบางคล้ายน้ำ เกลี่ยง่าย แห้งไว้
- ความชุ่มชื้น: อาจะไม่ชุ่มชื้นมากเท่าไหร่เมื่อเทียบกับลิปกลอส แต่ให้ความรู้สึกเหมือนน้ำบนริมฝีปากมากกว่าจึงไม่ทำให้ปากแห้งจนเกินไป
- ความติดทน: ติดทนมาก ไม่หลุดระหว่างวัน
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลุคฉ่ำวาวแต่ยังต้องการความติดทน
- Experience: เนื้อลิปบางเบาคล้ายน้ำ สามารถเพิ่มเลเยอร์ของสีได้ เมื่อเซตตัวแล้วจะเหลือสเตนที่ช่วยให้ริมฝีปากยังดูสดใสแม้ความเงาจะลดลง
Ink Velvet จาก Peripera (ราคา 390 บาท)
5 / 7
หนึ่งในลิปติิดทนยอดฮิตสำหรับสาวเกาหลี กับ Peripera ที่ขึ้นชื่อเรื่องความติดทน สัมผัสลิปเนื้อกำมะหยี่ บางเบา เกลี่ยง่าย เรียบเนียนไปกับริมฝีปาก สามารถใช้เติมระหว่างวันได้โดยไม่ทำให้เกิดคราบ
- ส่วนผสมเด่น: Mango Oil, Avocado Oil, Green Tea Seed Oil และ Cotton Seed Oil ช่วยลดความแห้งของริมฝีปาก
- เนื้อสัมผัส: เนื้อกำมะหยี่ เกลี่ยง่าย ไม่แห้งจนเกินไป
- ความชุ่มชื้น: มีความชุ่มชื้นปานกลาง ไม่ทำให้ปากแห้งและตกร่อง เติมได้ระหว่างวันโดยไม่เป็นคราบ
- ความติดทน: ติดทนปานกลาง เพราะเน้นให้ความชุ่มชื้นและริมฟีปากดูอิ่มฟูและอวบอิ่มมากกว่า
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปทินต์เนื้อกำมะหยี่และต้องการความติดทนในราคาจับต้องได้
- Experience: เม็ดสีแน่น เนื้อมูสนุ่ม เบลนด์ง่าย และทิ้งสีสเตนบนริมฝีปาก จึงติดทนแม้ผ่านการสวมหน้ากากหรือดื่มน้ำ
Rouge Signature Matte Lip Ink จาก L'oréal Paris (ราคา 259 บาท)
6 / 7
ลิปติิดทน แมตต์เนื้อน้ำ ให้ฟินิชแบบแมตต์แต่ไม่ทำให้ปากแห้ง ด้วยเทคโนโลยีแผ่นฟิล์มบางสูตรเฉพาะที่ให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา สบายริมฝีปาก พร้อมพิกเมนต์แน่น ให้สีที่คมชัด ตลอดทั้งวัน มาพร้อมกับสีสันกว่า 30 เฉดสี จึงเข้าได้ทุกลุค ทุกสีผิว
- ส่วนผสมเด่น: Lightweight Oil Blend และ High-intensity Pigments ช่วยให้สีติดแน่นแต่ยังรู้สึกเบาสบาย
- เนื้อสัมผัส: เนื้อน้ำที่บางเบาและเคลือบริมฝีปากได้ดี เมื่อเนื้อลิปแห้งจะมีความแมตต์ขึ้นมาเล็กน้อย
- ความชุ่มชื้น: ทาช่วงแรกจะรู้สึกริมฝีปากชุ่มชื้น แต่เมื่อสีแห้งได้ที่จะให้ความรู้สึกตึงบริเวณริมฝีปากเล็กน้อย ไม่ค่อยชุ่มชื้นมาก
- ความติดทน: ติดทนมากแต่ยังคงสบายปากอยู่ เพราะเนื้อลิปสติกมีความเบา
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการลิปลิควิดแมตต์ที่ไม่หนักริมฝีปากและติดทนตลอดวัน
- Experience: เนื้อลิปบางเฉียบ เซตตัวเร็ว ให้สีคมชัด และลดการถ่ายโอนสีหลังแห้งสนิท
Air Matte Lip Color จาก NARS (ราคา 1,100 บาท)
7 / 7
ลิปสติกติิดทนเนื้อแมตต์ ที่ให้ความรู้สึกเบา สบาย แต่ติดทนยาวนาน ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ ‘Cloud Diffusion Complex’ ส่วนผสมโพลีเมอร์และไมโครพาวเดอร์ ช่วยกระจายสีได้ทันที จึงมอบฟินิชให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน สีชัด สม่ำเสมอ
- ส่วนผสมเด่น: Cloud Diffusion Complex พร้อม Raspberry Seed Oil และ Passion Fruit Oil ช่วยให้ริมฝีปากดูนุ่มและเรียบเนียน
- เนื้อสัมผัส: เนื้อแมตต์ที่มีความนุ่มฟู เบา และครีมมี่ เกลี่ยง่าย กลบสีปากได้ดี
- ความชุ่มชื้น: ชุ่มชื้นเล็กน้อย เนื่องจากมีส่วนผสมของน้ำมันจากธรรมชาติหลายชนิดที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก
- ความติดทน: ติดทนปานกลาง เนื่องจากมีเนื้อลิปสติกมีเน้นความครีมมี่ที่ช่วยให้ริมฝีปากดูนุ่มฟู ซึ่งจะไม่ติดทนเท่าลิปเนื้อแมตต์แห้งแบบปกติ
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่ชอบลิปแมตต์เนื้อมูส ให้ฟินิชเบลอนุ่มและสวมใส่สบาย
- Experience: เนื้อสัมผัสฟูเบา เกลี่ยง่าย สามารถใช้ทาเต็มริมฝีปากหรือเบลนด์ให้ฟุ้งได้ สีติดทนในระดับดีโดยไม่ทำให้ริมฝีปากรู้สึกแห้ง
How to ทาลิปสติกติดทนและไม่เลอะติดแมสก์
การเลือกลิปสติกติดทนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง หากลงลิปอย่างถูกวิธีก็จะช่วยให้สีติดแน่นและลดการหลุดระหว่างวันขึ้น
1. บำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มบางๆ แล้วซับส่วนเกินออกก่อนทาลิป เพื่อไม่ให้มีน้ำมันตกค้างมากเกินไป
2. ลงลิปสติกเป็นชั้นบางๆ แล้วรอให้เซตตัวประมาณ 30-60 วินาที โดยเฉพาะลิปลิควิดหรือสูตร Transfer-proof
3. หากเป็นลิปแบบดูโอ้ เช่น Le Rouge Duo Ultra Tenue ควรรอให้ฝั่งสีแห้งสนิทก่อนลงกลอส
4. ใช้กระดาษทิชชูซับเบาๆ หนึ่งครั้ง แล้วลงลิปซ้ำอีกชั้นหากต้องการเพิ่มความติดทน
5. หลีกเลี่ยงการเม้มริมฝีปากทันทีหลังทาลิป เพราะอาจทำให้ฟิล์มที่ช่วยล็อกสีทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับลิปสติกไม่ติดแมสก์
Q: ทำไมลิปสติกถึงติดแมสก์?
A: แน่นอนว่าการใส่แมสก์มันคือการกรองฝุ่นและมลภาวะทางอากาศไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นไอเท็มที่บล็อกอากาศหรือลมเย็นๆ จากบริเวณใบหน้าช่วงล่างด้วยเช่นกัน จนเกิดเป็นควาามร้อน ความชื้นและการเสียดสีระหว่างหน้ากากกับริมฝีปาก
Q: สรุปแล้วลิปไม่ติดแมสก์มีจริงหรือไม่?
A: มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะลิปประเภทเนื้อทินต์ เนื้อสเตน หรือเนื้อแมตต์แบบ Le Rouge Duo Ultra Tenue จาก CHANEL ซึ่งถือว่าเป็นเนื้อสัมผัสของลิปสติกที่ทั้งดี ติดทน เหมาะกับคนที่กำลังหาลิปที่ทาแล้วไม่ติดแมสก์ กินน้ำแล้วไม่หลุดลอก รวมถึงเจอความมันจากคราบอาหารแล้วไม่หลุดง่าย
Q: ควรมีลิปสติกไม่ติดแมสก์ติดกระเป๋าไว้สักแท่งหรือไม่?
A: หากรู้ตัวว่าเป็นคนที่ใส่แมสก์ตลอดเวลาและเจอกับปัญหาลิปหลุดระหว่างวันบ่อยๆ จนเบื่อที่จะเติมอยู่เรื่อยๆ บอกเลยว่าการมีลิปสติกเนื้อดีไม่ติดแมสก์ติดกระเป๋าไว้สักแท่งแทบจะเป็นความสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือถ้ากลัวจะเบื่อง่ายการมีลิปสติกดูโอ้แบบ Le Rouge Duo Ultra Tenue จาก CHANEL ที่สามารถทำให้เปลี่ยนลุคจากแมตต์เป็นกลอสได้ตลอดวันก็เป็นอีทางเลือกหนึี่งที่สาวๆ ไม่ควรพลาด
MAKE UPทิปส์การเลือกลิปสติกให้เข้ากับฤดู เพื่อริมฝีปากสวยติดทน เปี่ยมเสน่ห์ในทุกซีซั่น
MAKE UPทำความรู้จักกับ 8 ประเภทลิปสติก เเตกต่างกันอย่างไร เลือกซื้อยังไงให้ตรงใจมากที่สุด?



