หากพูดถึงลิปสติกที่ครองใจทั้งสายแฟชั่นและสายบิวตี้มาอย่างยาวนาน ชื่อของ CHANEL ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอ ด้วยการพัฒนาสูตรลิปสติกที่ตอบโจทย์ทั้งสีสัน เนื้อสัมผัส และการบำรุงริมฝีปากไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นลุคธรรมชาติในชีวิตประจำวัน ลุคทำงาน หรือเมกอัพสำหรับโอกาสพิเศษ ลิปสติก CHANEL ก็มีตัวเลือกที่ตอบโจทย์แทบทุกสไตล์
ทำไมลิปสติก CHANEL ถึงควรมีติดกระเป๋า?
นอกจากเรื่องเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว จุดเด่นของลิปสติก CHANEL คือการออกแบบแต่ละไลน์ให้ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่สูตรติดทนสำหรับวันที่ต้องออกงานยาวๆ สูตรเนื้อเชียร์ที่ให้ลุคปากสุขภาพดี ไปจนถึงลิปบาล์มที่ผสานการบำรุงเข้ากับสีระเรื่อในแท่งเดียว อีกทั้งหลายสูตรยังเติมออยล์จากพืช เชียบัตเตอร์ และสารบำรุงที่ช่วยให้ริมฝีปากรู้สึกนุ่มสบาย ไม่แห้งตึงระหว่างวัน เป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยและการดูแลริมฝีปากในเวลาเดียวกัน ขณะเดียวกัน เทรนด์ริมฝีปากปี 2026 ยังให้น้ำหนักกับเนื้อสัมผัสมากกว่าสีเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นลุคฉ่ำวาวหรือสีเบลอนุ่มแบบเป็นธรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งของลิปสติก CHANEL หลายไลน์อยู่แล้ว
ลิปสติก CHANEL แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร?
- Le Rouge Duo Ultra Tenue: ลิปสติกดูโอ้ 2 ด้าน
- Rouge Coco Flash: ฉ่ำวาว
- Rouge Allure Velvet: เนื้อกำมะหยี่
- Rouge Coco Baume: ลิปบาล์มมีสี
- 31 Le Rouge: ลิปสติกรุ่นแรกที่บรรจุในเคสแก้วเจียระไน
5 ลิปสติก CHANEL ที่ต้องมีติดกระเป๋า

Le Rouge Duo Ultra Tenue
ลิปสติก CHANEL ตัวดังอย่าง ลิปสติกดูโอ้ 2 ด้าน โดยด้านสีจะเป็นเนื้อลิขวิดที่โดดเด่น เป็นลิปสติกที่ติดทนสูง ไม่ติดแมส ไม่ติดแก้ว และให้ฟินิชฉ่ำวาวดุจกระจก ตัวสีแน่นกลบสีปากมิด โดยอีกด้านเป็นกลอสเคลือบช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้น สัมผัสเบาสบายยาวนาน เมื่อทาด้านสีรอให้แห้งแล้วลงกลอสทับจะทำให้สีติดทนมาก
- ส่วนผสมเด่น: การผสมผสานของโพลีเมอร์ช่วยล็อกสี พร้อมกลอสบำรุงริมฝีปาก
- ฟินิช: ฝั่งลิขวิดสีชัดทาง่ายเนื้อแมตต์ ฝั่งกลอสให้ฟินิชแวววาวและล็อกความติดทน
- ความติดทน: ฝั่งเนื้อแมตต์ติดทนมาก กันน้ำ ไม่เป็นคราบระหว่างวัน/ เนื้อกลอสให้ความชุ่มชื้นสูง
- เหมาะกับใคร: คนที่ต้องการลิปติดทน ดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารระหว่างวันบ่อย รวมถึงผู้ที่ไม่อยากเติมลิปหลายครั้ง
- Experience: สีแน่นตั้งแต่ปาดแรก ควรรอให้ด้านสีเซตตัวก่อนลงกลอส จะได้ความเงาที่ไม่ทำให้สีหลุดง่าย พร้อมสัมผัสที่เบากว่าลิปติดทนทั่วไป
ราคา 1,800 บาท

Rouge Coco Flash
ลิปสติก CHANEL เนื้อเชียร์ที่มอบความฉ่ำวาวสูง ปากอิ่มฟูดูสุขภาพดี เนื้อนุ่มลื่น ทาง่าย สีชัดแต่ความโปร่งแสงบางเบา ด้วยสูตรที่ผสานออยล์ชั้นเลิศซึ่งคัดสรรมาเป็นพิเศษจากคุณสมบัติในการสะท้อนแสงโดยเฉพาะ ใช้ง่ายในชีวิตประจำวัน มาพร้อมดีไซน์หรูหรา
- ส่วนผสมเด่น: ไฮดราบูสต์คอมเพล็กซ์ที่มีแว็กซ์จากธรรมชาติ 3 ชนิด มอบความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก
- ฟินิช: High-shine ปากดูฉ่ำวาว อวบอิ่มสุขภาพดี คล้ายทากลอสแต่เบาสบายมากกว่า
- ความติดทน: เนื่องจากเป็นลิปสติกเนื้อฉ่ำวาว จึงอาจมีการหลุดลอกระหว่างวันหรือติบขอบแก้วได้ง่าย ต้องคอยเติมระหว่างวัน
- เหมาะกับใคร: คนที่ชอบลุคธรรมชาติ ไม่ชอบลิปเนื้อหนัก หรือมีริมฝีปากแห้ง
- Experience: เนื้อลื่น ทาง่าย ให้สีโปร่งแสงที่สามารถทาซ้ำเพื่อเพิ่มระดับความชัดได้
ราคา 1,800 บาท

Rouge Allure Velvet
ลิปสติก CHANEL รุ่นดังที่ให้ฟินิชแมตต์ มาพร้อมสีสันที่เบาสบาย อัดแน่นด้วยเม็ดสีบริสุทธิ์เพื่อให้ริมฝีปากเข้มสดอย่างยาวนาน ด้วยอนุพันธ์โจโจบาออยล์และเชียบัตเตอร์ที่ผสมผสานกันในสูตรผลิตภัณฑ์เนื้อนุ่มที่มอบความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก มาให้แพ็กเกจจิ้งที่โมเดิร์นและหรูหราในปลอกแบบคลิกเปิดสีดำและทองอันเป็นเอกลักษณ์
- ส่วนผสมเด่น: อนุพันธ์โจโจบาออยล์และเชียบัตเตอร์
- ฟินิช: แมตต์เปล่งประกาย/แมตต์กำมะหยี่ ไม่เหมือนลิปแมตต์ที่ดูแห้งตึงหรือด้านสนิท เนื้อสัมผัสมีความนุ่มนวล เล่นแสง
- ความติดทน: มีความติดทนในระดับปานกลางตามสไตล์ลิปสติกแบบแม่งเนื้อครีมมี่แมตต์ แต่ด้วยพืกเมนต์ที่แน่นชัด ทำให้เม็ดสียังคงจางๆ อยู่บนปาก
- เหมาะกับใคร: คนปากแห้งที่อยากหาลิปแมตต์และชอบลิปสติกพิกเมนต์แน่น
- Experience: เนื้อเนียนนุ่ม ทาง่ายไม่สะดุด เบาสบายปากตลอดวัน
ราคา 1,800 บาท

Rouge Coco Baume
อีกหนึ่งลิปสติก CHANEL อย่างลิปบาล์มบำรุงขั้นสูงที่ให้สีระเรื่อ สามารถปรับระดับความเข้มของสีได้ มอบฟินิชแวววาวดูสุขภาพดี เนื้อสัมผัสบางเบาแต่ชุ่มชื้นสูง ช่วยให้ปากดูอิ่มฟู ไม่เหนียวเหนอะหนะ มา 2 แบบคือเนื้อแวววาวและเนื้อซาติน ซึ่งหัวใจสำคัญของลิปแคร์สูตรนี้ประกอบไปด้วยสารประกอบเชิงซ้อนไฮดราบูสต์ เชียบัตเตอร์ และโอเลไอแอ็กทีฟ ซึ่งเป็นออยล์ที่มีคุณสมบัติแอนตี้ออกซิแดนท์ ริมีฝปากจะได้รับความชุ่มชื้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทา เหมาะสำหรับใช้ทาทุกวันหรือทาทับบำรุงระหว่างวัน
- ส่วนผสมเด่น: โอเลโอแอ็กทีฟ ออยล์จากผลมะกอกและเชียบัตเตอร์
- ฟินิช: ซาตินกึ่งแมตต์ที่ดูสวยเป็นธรรมชาติ ไม่วาวเยิ้มและไม่แห้งด้าน
- ความติดทน: มีความติดทนในระดับปานกลางตามสไตล์ของลิปบาล์มบำรุงริมฝีปาก สามารถหยิบทาซ้ำได้ตลอดวัน
- เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง หรือชอบลุค Makeup No Makeup
- Experience: เนื้อบาล์มช่วยเติมร่องปากให้ดูตื้น ปากดูอิ่มเอิบและชุ่มชื้น หยิบมาใช้ให้หน้าดูไม่โทรม
ราคา 1,600 บาท

31 Le Rouge ราคา 5,950 บาท
Le Rouge อีกหนึ่งลิปสติก CHANEL ตัวท็อประดับโอตกูตูร์โดยเป็นลิปรุ่นแรกที่บรรจุในเคสแก้วเจียระไนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้วยแรงบันดาลใจจากผลงานการสร้างสรรค์ Atelier และอพาร์ตเมนต์อันเป็นตำนานของ 'Gabrielle Chanel' สัมผัสมีทั้งเนื้อแมตต์และเนื้อซาติน ผสานผงมาเธอร์ออฟเพิร์ลที่จะให้สีสวยสดชัดและเปล่งประกาย มีชิมเมอร์เบาๆ ทำให้ปากดูหรูหรา
- ส่วนผสมเด่น: ออยล์จากดอกการ์ดิเนีย ส่วนผสมเอ็กซ์คลูซีฟของ CHANEL*ได้รับการจดสิทธิบัตรในยุโรป สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น
- ฟินิช: รุ่นซาตินให้ฟินิชแบบซาตินประกายมุก เนื้อฉ่ำวาวเล็กน้อย พิกเมนต์สีชัดกลบสีปากได้ รุ่นแมตต์ให้ฟินิชแบบเวลเวทแมตต์ที่งยังคงมีความเปล่งประกาย ไม่ดูแห้งด้านจนเกินไป
- ความติดทน: ติดทนในระดับดีเยี่ยมสำหรับลิปสติกเนื้อแท่ง สามารถเกาะเคลือบริมฝีปากได้ยาวนานหลายชั่วโมง
- เหมาะกับใคร: นักสะสม หรือผู้ที่มองหาลิปสติกระดับลักชัวรีสำหรับโอกาสพิเศษ
- Experience: ตั้งแต่การเปิดฝาไปจนถึงการทาล้วนให้ความรู้สึกเหมือนใช้เครื่องประดับชิ้นหนึ่ง สีแน่น เรียบเนียน และให้มิติของริมฝีปากอย่างสวยงาม
ราคา 5,950 บาท
How to เลือกลิปสติก CHANEL ให้เหมาะกับการใช้งาน
- ต้องการความติดทนตลอดวัน เลือก Le Rouge Duo Ultra Tenue
- ชอบลุคฉ่ำวาว ดูเป็นธรรมชาติ เลือก Rouge Coco Flash
- ชอบลุคแมตต์กำมะหยี่ ดูแพง เลือก Rouge Allure Velvet
- เน้นบำรุงริมฝีปากพร้อมเติมสีอ่อนๆ เลือก Rouge Coco Baume
- ต้องการความลักชัวรี่ทั้งแพ็กเกจและประสบการณ์การใช้งาน เลือก 31 Le Rouge
ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับลิปสติก CHANEL
Q: ลิปสติก CHANEL รุ่นไหนติดทนที่สุด?
A: ถ้าต้องการเน้นความติดทนเป็นพิเศษ Le Rouge Duo Ultra Tenue ถือเป็นลิปสติกที่ติดทนที่สุดของ CHANEL ด้วยสูตรสองขั้นตอนที่ประกอบด้วยลิปสีและท็อปโค้ตเคลือบความชุ่มชื้น ช่วยให้สีติดแน่นยาวนาน พร้อมลดการเลอะติดแก้วหรือหน้ากากเมื่อเซตตัวแล้ว ลิปสติกรุ่นนี้ให้สีสันคมชัด ติดทนหลายชั่วโมง แม้รับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มในระดับหนึ่งก็ยังคงสีได้ดี อีกทั้งท็อปโค้ตยังช่วยเพิ่มความสบายริมฝีปาก ลดความรู้สึกแห้งตึงที่มักพบในลิปสติกชนิดติดทน
Q: Rouge Coco Flash กับ Rouge Allure Velvet ต่างกันอย่างไร?
A: CHANEL Rouge Coco Flash และ CHANEL Rouge Allure Velvet มีความแตกต่างหลักอยู่ที่เนื้อสัมผัส ฟินิช และลุคที่ได้หลังทา โดย Rouge Coco Flash เป็นลิปสติกเนื้อชุ่มชื้นที่ให้ฟินิชฉ่ำวาว มอบสีสันที่ดูสดใสพร้อมความเงางาม ช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มเอิบและเรียบเนียน เนื้อลิปเกลี่ยง่าย ให้ความรู้สึกสบายริมฝีปาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบลุคเป็นธรรมชาติหรือเมกอัพสไตล์โกลว์
ในขณะที่ Rouge Allure Velvet เป็นลิปสติกเนื้อแมตต์นุ่มแบบกำมะหยี่ (Velvet Matte Finish) ให้สีคมชัดและฟินิชเรียบหรู ช่วยเบลอผิวริมฝีปากให้ดูเนียนสวย โดยยังคงความสบายในการสวมใส่มากกว่าลิปแมตต์ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคคลาสสิก สุภาพ และติดทนกว่าลิปเนื้อฉ่ำ หากชอบริมฝีปากที่ดูชุ่มชื้นและเปล่งประกาย Rouge Coco Flash จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า แต่หากต้องการลุคแมตต์ที่ดูหรูหรา สีชัด และติดทนมากขึ้น Rouge Allure Velvet จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
Q: อยากได้ลิปแมตต์แต่กลัวปากตกร่อง ควรใช้รุ่นไหน?
A: รุ่น Rouge Allure Velvet คืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยคุณสมบัติที่เป็นลิปแมตต์เนื้อกำมะหยี่ที่ผสมผสานระหว่างฟินิชแมตต์แต่มีความเปล่งประกาย มีส่วนผสมของโจโจบาออยล์และเซียบัตเตอร์ ช่วยให้เนื้อสัมผัสเบาสบายเหมือนผิวชั้นที่สองและไม่ทำให้ปากแห้งตึง เมื่อเนื้อบิปเซ็ตตัวแล้วจะแนบสนิทไปกับริมฝีปากอย่างเบาสบาย ทั้งยังทนทานต่อการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย
CELEBRITYChanel ประกาศแต่งตั้ง 'Jacob Elordi' ขึ้นแท่นเป็น แอมบาสเดอร์คนใหม่สำหรับน้ำหอม BLEU DE CHANEL
MAKE UPช่างแต่งหน้าเฉลยเองว่าใช้ลิปสติกอะไรให้ Karina ในคอนเสิร์ต SMTOWN LIVE 2025-26



