ช่วงหนึ่งผู้เขียนเคยรู้สึกว่าผมยาวช้ามาก ตัดไปนิดเดียวเหมือนต้องรอเป็นเดือนกว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ดูแลภายนอกครบ ใช้แชมพูดี เซรั่มก็มี แต่มันยังรู้สึกว่า “ตัน” อยู่ดี จนเริ่มย้อนกลับมาคิดง่ายๆ ว่า “ถ้าร่างกายเราไม่ค่อยได้รับของที่ผมต้องใช้จริงๆ ต่อให้บำรุงภายนอกแค่ไหน มันก็คงไปได้ไม่สุด”
พอเริ่มปรับเรื่องอาหาร ผลลัพธ์มันไม่ใช่แบบเห็นทันทีใน 3 วัน แต่ประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์ ผมเริ่มดูแน่นขึ้น หลุดร่วงน้อยลง และที่สำคัญคือ “ยาวแบบมีคุณภาพ” ไม่ใช่ยาวแต่ปลายแห้งพัง
สิ่งที่ผู้เขียนได้เรียนรู้คือเส้นผมไม่ได้ต้องการอะไรซับซ้อน แต่มันต้องการสารอาหารบางอย่างแบบสม่ำเสมอ วันนี้เลยอยากมาพูดถึงการทำให้ผมยาวขึ้นด้วย “ของกินจากธรรมชาติ” ย้ำว่าเป็นของกินเท่านั้น เราจะโฟกัสที่ของกินเป็นหลัก แทนการใช้เคมีในผลิตภัณฑ์ทำผม เพื่อให้ผมยาวขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งก่อนจะไปดูว่ากินอะไรแล้วเวิร์กบ้าง เรามาดูก่อนว่าเส้นผมต้องการอะไร
เส้นผมต้องการอะไรถึงจะยาวขึ้น
ผมหนึ่งเส้นเกิดมาจากเซลล์โปรตีนชนิดแข็งที่ตายแล้วเรียกว่า “โปรตีนเคราติน” จากนั้นเซลล์เหล่านั้นจะถูกดันออกมาจากรูขุมขนบนหนังศีรษะ โดยโครงสร้างจากภายในสู่ภายนอกของเส้นผมมี 3 ส่วน ได้แก่
- แกนผม (Medulla): ซึ่งอยู่ชั้นในสุดเกิดจากโดยมีโปรตีน และไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก หากมีเยอะหรือเพียงพอจะทำให้ผมผมเส้นใหญ่และแข็งแรงเป็นพิเศษ
- เนื้อผม (Cortex): ชั้นที่หนาที่สุด ซึ่งมีเคราตินอัดแน่นมากที่สุด จึงทำให้เส้นผมมีความยืดหยุ่น ทั้งยังมีช่องอากาศ และโปรตีนด้วย พร้อมเป็นแหล่งที่อยู่ของเม็ดสีที่กำหนดสีผมของแต่ละคนด้วย
- เกล็ดผม (Cuticle): ชั้นนอกสุดมีลักษณะเป็นเกล็ดใสเรียงซ้อนกันเหมือนเกล็ดปลาเรียกว่า Keratinized Cell รอบเส้นผม โดยประกอบด้วยเคราตินชนิดแข็งเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เส้นผมมีความแข็งแรง ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อผมส่วนที่อยู่ข้างใน
หากสังเกตดีๆ จะพบว่าแทบทุกส่วนของเส้นผมมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญ เพราะฉะนั้นโปรตีนคือพื้นฐานหลักที่เส้นผมต้องการ เพราะมันช่วยเสริมความแข็งแรงของโครสร้างเส้นผมได้เป็นอย่างดี ถ้ากินโปรตีนน้อย ผมจะบางและยาวช้าแบบเห็นได้ชัด นอกจากนั้นยังมีสารอาหารสำคัญอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตโดยตรงของเส้นผมอีกด้วย
- ไบโอตินหรือวิตามิน B7: ช่วยสร้างเคราติน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม
- ธาตุเหล็ก: ช่วยพาออกซิเจนไปเลี้ยงรากผม
- สังกะสี: ช่วยซ่อมแซมเซลล์และรากผมให้กลับมาแข็งแรง และช่วยลดผมร่วง
- โอเมก้า 3: ช่วยให้บำรุงให้หนังศีรษะชุ่มชื้น และลดอาการระคายเคือง
- วิตามิน A C และ E: ช่วยเรื่องการสร้างไขมันธรรมชาติของหนังศีรษะหรือ Sebum และต้านอนุมูลอิสระ พร้อมช่วยสร้างคอลลาเจน
นั่นหมายความว่าหากต้องให้ผมสุขภาพดีขึ้น ร่างกายควรได้รับสารอาหารเหล่านี้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เส้นผมไม่ใช่แค่ยาวเร็วขึ้น แต่จะแข็งแรงตั้งแต่โคนจรดปลาย
ของกินจากธรรมชาติที่ช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น
หลังจากรู้แล้วว่าสารอาหารอะไรบ้างที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม สเต็ปต่อมาก็ต้องมาดูกันว่าของกินอะไรที่มีสารอาหารเหล่านั้นอย่างครบถ้วน ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวมไว้กว่า 7 อย่างที่นอกจากจะทานง่ายและช่วยบำรุงผมแล้ว มันยังดีต่อสุขภาพด้วย
- ของกินหมวดเนื้อสัตว์ -
-
ไข่
เรารู้ดีกันอยู่แล้วว่า “ไข่” เป็นของกินที่อัดแน่นไปด้วย “โปรตีน” อย่างจัดเต็ม แต่นอกจากโปรตีนแล้ว ไข่ยังมี “ไบโอติน” ด้วย ซึ่งทั้งสองล้วนเป็นเหมือนวัตถุดิบหลักของการสร้างเส้นผมเลยก็ว่าได้ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการกินไข่อย่างต่อเนื่องคือผมดูหนาขึ้น และหลุดร่วงน้อยลง เพราะรากผมแข็งแรงขึ้นจากภายใน
วิธีรับประทานให้ได้ผล
- กินวันละ 1 ถึง 2 ฟอง
- แนะนำเป็นไข่ต้ม ไข่ลวก หรือไข่คนที่ไม่ใช้น้ำมันเยอะ
- กินตอนเช้าหรือกลางวันเพื่อให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้เต็มที่
-
ปลาไขมันสูง
ปลาไขมันสูงอย่างแซลมอนและแมคเคอเรมีทั้ง “โปรตีนและโอเมก้า 3” ซึ่งช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะ และทำให้ผมดูเงา มีน้ำหนัก ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้เขียนที่สังเกตตัวเองมาตลอดพบว่าช่วงไหนที่กินปลาเยอะ หนังศีรษะจะไม่แห้ง และผมจะดูไม่ชี้ฟูมาก เพราะไขมันตามธรรมชาติหรือ Sebum บนหนังศีรษะเยอะถูกผลิตเยอะขึ้น
วิธีรับประทานให้ได้ผล
- กินสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง
- เลือกวิธีนึ่ง ย่าง หรืออบ แทนการทอด เพราะจะทำให้เนื้อปลากักเก็บโอเมก้า 3 ได้ดีกว่าและดีต่อสุขภาพด้วย
-
หอยนางรม
หอยนางรมเป็นเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วย “สังกะสี” ซึ่งดีต่อการซ่อมแซมเซลล์และลดผมร่วง การทานหอยนางรมเพียงหนึ่งตัวก็สามารถให้สังกะสีตามปริมาณที่ร่างกายของผู้หญิงต้องการต่อวันได้ถึง 96%
วิธีรับประทานให้ได้ผล
- กินสัปดาห์ละ 1 – 3 ตัว
- สามารถทานสดได้ แต่ต้องทำความสะอาดอย่างดี เพื่อป้องกันอาการท้องเสียและอาหารเป็นพิษ
- ไม่จำเป็นต้องทานคู่กับน้ำจิ้ม เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มโซเดียมให้ร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการทานคู่กับของกินที่มีธาตุเหล็ก
- ของกินหมวดผักและพืช -
-
ผักโขม
ผักโขมเป็นแหล่งของ “ธาตุเหล็ก วิตามิน A และ C” ซึ่งช่วยให้รากผมได้รับออกซิเจนเพียงพอ ถ้าขาดธาตุเหล็ก ผมจะยาวช้าและร่วงง่ายแบบสังเกตเห็นได้
วิธีรับประทานให้ได้ผล
- กินวันละ 1 ถ้วยเล็ก
- กินแบบลวกหรือผัดน้ำเล็กน้อยเพื่อลดการสูญเสียวิตามินที่อยู่ในเนื้อผัก
- กินคู่กับโปรตีนจะช่วยให้ร่างกายดึงธาตุเหล็กมาใช้ได้ดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงการทานคู่กับของกินที่มีสังกะสี
-
ถั่วและเมล็ดพืช เช่น อัลมอนด์ วอลนัต เมล็ดฟักทอง
ของกินกลุ่มนี้ให้ “สังกะสี ไบโอติน และไขมันดี” ซึ่งช่วยลดผมร่วงและทำให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น เป็นของกินที่เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเตรียมอาหารมื้อใหญ่ที่ให้สารอาหารได้ครบถ้วน
วิธีรับประทานให้ได้ผล
- กินวันละ 1 กำมือ
- เลือกแบบไม่อบเกลือหรือปรุงรสน้อย
- หลีกเลี่ยงการทานคู่กับของกินที่มีธาตุเหล็ก
- ของกินหมวดผลไม้ -
-
อะโวคาโด
อะโวคาโดมี “วิตามิน E และไขมันดีสูง” ซึ่งช่วยบำรุงหนังศีรษะให้ชุ่มชื้น และลดผมแห้งเสีย นอกจากนี้อะโวคาโดยังสามารถนำไปผสมกับน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอก เพื่อทำมาส์กผมได้อีกด้วย เนื่องจากไขมันดีที่อยู่ในเนื้ออะโวคาโดสามารถทำให้ผมเงางามขึ้นคล้ายกับการหมักผมด้วยจากมาส์กผมทั่วไป
วิธีรับประทานให้ได้ผล
- กินครึ่งลูกถึง 1 ลูกต่อวัน
- กินตอนเช้าหรือกลางวัน (กินคู่โปรตีนหรือสลัดจะช่วยให้ไม่เลี่ยน)
-
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
เบอร์รี่มี “วิตามิน C สูง” ซึ่งช่วยสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และเมื่อธาตุเหล็กทำงานได้เต็มที่ผลลัพธ์ที่ได้คือผมดูแข็งแรงขึ้นจากโคน ไม่เปราะง่าย
วิธีรับประทานให้ได้ผล
- กินวันละ 1 ถ้วยเล็ก
- กินสดหรือปั่นเป็นสมูทตี้
- กินช่วงเช้าหรือหลังอาหารเพื่อช่วยการดูดซึม
แม้จะแนะนำของกินไปหลากหลายแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ผู้เขียนอยากเน้นย้ำผู้อ่านมากที่สุดคืออย่ามองหาทางลัดแบบเร่งด่วนเพียงอย่างเดียว เพราะถ้ามองแบบตรงไปตรงมา ผมไม่สามารถยาวเร็วขึ้นได้เพียงเพราะการทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่มันต้องอาศัยความต่อเนื่องและสม่ำเสมอในการทาน รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ไม่ว่าจะการหลีกเลี่ยงสารเคมีในผลิตภัณฑ์ดูแลผมก็ดี การพักผ่อนก็ดี หรือการกินอาหารที่มีประโยชน์ก็ดี ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ผมไม่ใช่แค่ยาวขึ้นอย่างเดียว แต่ยาวแบบที่ยังแข็งแรง นุ่ม และไม่พังระหว่างทาง





