Vogue Beauty Thailand

WELLNESS

ดื่มชาดอกไม้ดีอย่างไร แล้วมันช่วยให้ตัวหอมได้จริงหรือ?

อยากตัวหอมจำเป็นต้องดื่มชาดอกไม้จริงหรือ?

27 พฤษภาคม 2569

มีใครเคยเป็นเหมือนผู้เขียนบ้างเวลามีคนเดินผ่านแล้วทิ้งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไว้จนอดหันกลับไปมองไม่ได้ จนบางทีก็อดสงสัยไม่ได้คนพวกเขาใช้น้ำหอมราคาแพง โลชั่นกลิ่นดี หรือยน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นอะไรกันนะ

ทว่าความจริงแล้ว “กลิ่นตัว” เป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่านั้น เพราะต่อให้ฉีดน้ำหอมแพงแค่ไหน หากร่างกายภายในยังมีกลิ่นสะสมอยู่ กลิ่นเหล่านั้นก็ยังสามารถเล็ดลอดออกมาได้อยู่ดี

ช่วงหลังมานี้เทรนด์ “ดื่มชาดอกไม้ให้ตัวหอม” จึงถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะหลายคนเชื่อว่ากลิ่นหอมจากดอกไม้สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายจนทำให้กลิ่นตัวละมุนขึ้นได้จริง ซึ่งฟังดูเหมือนความเชื่อแบบโบราณนิดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้มีเหตุผลรองรับอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 

“กลิ่นตัว” เกิดจากอะไร?

ก่อนจะพูดถึงชาดอกไม้ ผู้เขียนอยากชวนมองต้นตอของกลิ่นตัวกันก่อน เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่ากลิ่นเกิดจากเหงื่อ ทั้งที่จริงแล้ว “เหงื่อ” แทบไม่มีกลิ่นเลย

ต้องเข้าใจก่อนว่ามันมาจากไหน กลิ่นตัวไม่ได้เกิดจาก “เหงื่อ” โดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่เหงื่อไปผสมกับแบคทีเรียบนผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีต่อมเหงื่อชนิด Apocrine glands เช่น รักแร้ ขาหนีบ และรอบหัวนม ซึ่งเป็นจุดที่เสียดสีกันตลอดเวลาและอับชื้นได้ง่าย โดยเหงื่อจากต่อมชนิดนี้จะมีโปรตีนและไขมัน พอแบคทีเรียย่อยสลายก็จะเกิดสารที่มีกลิ่นเฉพาะตัวออกมา พูดง่ายๆ คือมนุษย์เราไม่ได้ตัวเหม็นเพราะเหงื่อ แต่เราเหม็นเพราะแบคทีเรียที่กินเหงื่อเรา ยิ่งอากาศร้อน ความชื้นสูง หรือใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศไม่ดี กลิ่นก็ยิ่งชัดขึ้น

นอกจากนี้ อาหารก็มีผลโดยตรงเช่นกัน อาหารกลิ่นแรง เครื่องเทศจัด กระเทียม หัวหอม แอลกอฮอล์ รวมถึงการพักผ่อนน้อยและความเครียด ล้วนส่งผลให้กลิ่นกายเปลี่ยนได้ เพราะร่างกายจะขับสารบางอย่างออกมาทางเหงื่อและลมหายใจ พูดง่ายๆ คือ กลิ่นตัวเป็นผลรวมของระบบร่างกาย สิ่งที่กิน และการดูแลตัวเอง”

 

แล้วชาดอกไม้ช่วยให้ตัวหอมได้อย่างไร?

ตรงนี้ต้องอธิบายก่อนว่าการดื่มชาดอกไม้ อาจไม่ช่วยให้ตัวหอมได้ทันทีเหมือนฉีดน้ำหอม แต่ดอกไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติที่ช่วย “ปรับสมดุลร่างกาย” บางชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบและช่วยให้ระบบขับของเสียทำงานดีขึ้น บางชนิดช่วยเรื่องการย่อยจึงลดกลิ่นปาก หรือช่วยให้ลดความเครียด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นกลิ่นตัว จึงอาจจะมองได้ว่าดอกไม้สามารถช่วยลดกลิ่นกายได้ในระดับหนึ่ง

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ กลิ่นเหงื่อมักจะอ่อนลง การดื่มชาจึงช่วยเรื่อง hydration ไปในตัว ต่างจากคนที่ดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์หนักๆ ซึ่งอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและมีกลิ่นตัวเข้มขึ้นได้

ดังนั้นชาดอกไม้อาจไม่ได้ทำให้เหงื่อมีกลิ่นดอกไม้หรือกลิ่นหอมตรงๆ แต่ช่วยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะที่กลิ่นกายสะอาดและละมุนขึ้นมากกว่า

อย่างไรก็ตามหากยังพักผ่อนน้อย กินอาหารกลิ่นแรง สูบบุหรี่ หรือไม่ดูแลสุขอนามัย ต่อให้ดื่มชาหอมแค่ไหนก็ยากจะเปลี่ยนกลิ่นตัวได้ชัดเจน แต่ถ้าดูแลตัวเองควบคู่กัน ชาดอกไม้สามารถเป็นตัวช่วยที่ทำให้กลิ่นกายโดยรวมดูสะอาด นุ่มนวล และสดชื่นขึ้นได้จริง

 

แจก 4 สูตรชาดอกไม้ที่ช่วยให้กลิ่นกายละมุนขึ้น

  • สูตรหอมละมุน

ขอเปิดด้วยสูตรคลาสสิกอย่างกุหลาบที่หลายคนยกให้เป็น “ชาคนตัวหอม” เพราะกุหลาบช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และยังมีกลิ่นหอมหวานละมุน ยิ่งถ้าทานร่วมกับน้ำผึ้งแล้วด้วยนั้นจะยิ่งช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นไปอีก

วัตถุดิบ

  1. ดอกกุหลาบอบแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  2. น้ำร้อน 1 แก้ว
  3. น้ำผึ้งเล็กน้อย

Tips: ดื่มช่วงเย็นหรือก่อนนอน กลิ่นจะฟุ้งเบาๆ และช่วยให้รู้สึกสบายตัวมาก

  • สูตรสดชื่น

ชาสูตรเป็นการรวมกันระหว่างมะลิกับใบเตย ซึ่งให้ความรู้สึกสะอาดๆ ไลต์ๆ เวลาดื่ม เพราะมะลิสามารถช่วยลดกลิ่นปาก ส่วนใบเตยช่วยเพิ่มความสดชื่นและกลิ่นหอมแบบธรรมชาติ

วัตถุดิบ

  1. ชามะลิ 1 ช้อนชา
  2. ใบเตยสด 2 ใบ
  3. น้ำร้อน 1 แก้ว

Tips: ดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลจะดีที่สุด เพราะหวานเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้เช่นกัน หรืออาจเติมน้ำผึ้งได้หากต้องการรสชาติหวาน

  • สูตรผ่อนคลาย

การผสมกันระหว่างลาเวนเดอร์และคาโมมายล์ทำให้สูตรนี้เหมาะกับสายเครียด นอนดึก หรือพักผ่อนน้อย เพราะลาเวนเดอร์และคาโมมายล์ช่วยให้ผ่อนคลายและหลับได้สบายมากขึ้น ซึ่งช่วยลดกลิ่นตัวจากความเครียดได้ดี

วัตถุดิบ

  1. ดอกลาเวนเดอร์แห้ง 1 ช้อนชา
  2. คาโมมายล์ 1 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำร้อน 1 แก้ว

Tips: ดื่มก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น พอร่างกายพักผ่อนดี กลิ่นตัวก็มีแนวโน้มสะอาดขึ้นตามไปด้วย

  • สูตรตัวเย็น

สำหรับใครที่อยากลดความร้อนในร่างกาย สูตรนี้คือที่สุดของการลดอุณหภูมิร่างกายเลยก็ว่าได้ เพราะเก๊กฮวยและมะตูมมีฤทธิ์เย็นที่เด่นในการดับกระหายและแก้ร้อนใน สูตรนี้จึงเหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเรามากๆ

วัตถุดิบ

  1. ดอกเก๊กฮวย 1 ช้อนโต๊ะ
  2. มะตูมแห้ง 2 - 3 ชิ้น
  3. น้ำร้อน 1 แก้วใหญ่

Tips: ดื่มแบบอุ่นหรือเย็นก็ได้ ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและลดกลิ่นอับจากเหงื่อได้ดีในวันที่อากาศร้อนจัด ซึ่งจะช่วยให้กลิ่นตัวลดลง 

  • สูตรสารพัดนึก

มาปิดท้ายด้วยสูตรจากแบรนด์อภัยภูเบศที่ช่วยได้หลายเรื่องตั้งแต่ขับเหงื่อ เพิ่มการไหลเวียนเลือดในร่างกาย ลดความเครียด และช่วยเสริมเสน่ห์ รวมถึงกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เพราะเป็นการผสมกันระหว่างสมุนไพรไทยหลายตัวที่มีสรรพคุณหลากหลาย เหมาะมากกับคนที่อยากได้ทั้งกลิ่นตัวหอมและสุขภาพที่แข็งแรง

วัตถุดิบ

  1. ลีลาวดีแห้ง 1 ช้อนชา
  2. กระดังงาแห้ง 1 ช้อนชา
  3. จำปีแห้ง 1 ช้อนชา
  4. ขลู่แห้ง 3 ช้อนชา
  5. บัวบกแห้ง 3 ช้อนชา

Tips: สามารถเติมน้ำผึ้งได้หากต้องการรสชาติหวานเล็กน้อย หรือต้องการกลบกลิ่นสมุนไพรที่รุนแรง

ทั้งนี้ผู้เขียนอยากบอกวว่าความหอมของคนเรา อาจไม่ต้องมาจากการฉีดน้ำหอมกลบกลิ่นตัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาจากการดูแลตัวเองทั้งภายในและภายนอก ตั้งแต่การเลือกกินให้เหมาะสม การพักผ่อนให้เต็มที่ เพียงแต่ชาดอกไม้เป็นหนึ่งในตัวช่วยเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้ร่างกายและอารมณ์ค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งถ้าสิ่งเหล่านั้นดีขึ้น กลิ่นตัวก็จะดีขึ้นไปด้วย

ภาพปก : ๊UNSPLASH