การเลือกบลัชออนให้เข้ากับลิปสติกเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยให้เมกอัปดูสมบูรณ์ขึ้น แม้จะเป็นสีที่ชอบทั้งคู่ แต่หากโทนสีไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ก็อาจทำให้ลุคโดยรวมดูไม่กลมกลืนได้ เคล็ดลับจึงไม่ใช่การเลือกสีแก้มและสีปากให้เหมือนกันทุกครั้ง แต่เป็นการจับคู่เฉดสีและความเข้มให้เหมาะกับลุคที่ต้องการ โว้กบิวตี้บอกต่อ 5 ทิปส์ง่ายๆ ในการเลือกสีบลัชออนให้เข้ากับสีลิป
-
จับคู่สีแก้มกับสีลิปให้อยู่ในโทนเดียวกัน
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากสีลิปสติกที่ต้องการใช้ แล้วเลือกบลัชออนที่มีโทนสีใกล้เคียงกัน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเฉดเดียวกันเป๊ะๆ
ลิปชมพู: จับคู่กับบลัชออนสีชมพูอ่อนหรือชมพูกุหลาบ หากเป็นชมพูตุ่นก็อาจเลือกแก้มสี Dusty Rose เพื่อให้ลุคดูละมุนและมีมิติ
ลิปพีชหรือคอรัล: เหมาะกับบลัชออนสีพีช แอปริคอต หรือส้มอมชมพู ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและมีชีวิตชีวา
ลิปนู้ดหรือน้ำตาล: ลองใช้บลัชออนสีน้ำตาลอมชมพู Rose Brown หรือพีชตุ่น เพื่อเพิ่มสีสันให้ใบหน้าโดยไม่ทำให้ลุคดูหวานเกินไป
ลิปแดงหรือเบอร์รี่: เลือกบลัชออนสีชมพูกุหลาบ ชมพูอมม่วง หรือพีชอมแดง แล้วปัดบางๆ เพื่อไม่ให้สีแก้มแย่งความโดดเด่นจากริมฝีปาก
หลักสำคัญคือการเลือกสีที่มีอันเดอร์โทนไปในทิศทางเดียวกัน เช่น สีอุ่นจับคู่กับสีอุ่น หรือสีเย็นจับคู่กับสีเย็น วิธีนี้ช่วยให้เมกอัปดูต่อเนื่องกัน แม้จะใช้สีแก้มและสีปากคนละเฉดก็ตาม
-
เลือกให้เหมาะกับลุคที่ต้องการ ไม่ใช่แค่สีที่ชอบ
สีเดียวกันสามารถให้ความรู้สึกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับการจับคู่กับเมกอัปส่วนอื่น หากต้องการลุคใสๆ ในชีวิตประจำวัน อาจเลือกบลัชออนสีพีชอ่อนกับลิปบาล์มสีชมพูระเรื่อ แต่ถ้าอยากได้ลุคที่ดูเรียบหรูขึ้น ลองจับคู่ลิปสีนู้ดน้ำตาลกับบลัชออนสี Rose Brown สำหรับวันที่ต้องการความโดดเด่น ลิปสีแดงสามารถใช้คู่กับบลัชออนโทนชมพูตุ่นที่ปัดบางๆ ได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องใช้สีแก้มเข้มตามไปด้วยทุกครั้ง เพราะการปล่อยให้บางส่วนของเมกอัปเป็นจุดเด่น จะช่วยให้ลุคดูมีสมดุลมากกว่า

ภาพ: Magnific
-
ปรับความเข้มของบลัชออนให้สมดุลกับสีลิป
นอกจากเฉดสีแล้ว ความเข้มของสีแก้มและสีปากก็มีผลต่อภาพรวม หากใช้ลิปสติกสีเข้มหรือสีสดที่ดึงดูดสายตาอยู่แล้ว การปัดบลัชออนบางๆ จะช่วยให้ใบหน้าไม่ดูแน่นจนเกินไป ในทางกลับกัน หากเลือกใช้ลิปสีนู้ดหรือสีอ่อน สามารถเพิ่มความชัดของบลัชออนได้เล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าดูมีสีสัน แต่ควรค่อยๆ เพิ่มสีทีละชั้นแทนการปัดหนักตั้งแต่แรก โดยเฉพาะบลัชออนที่มีเม็ดสีชัด เพราะอาจทำให้สีแก้มเด่นเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ได้
-
เลือกเนื้อสัมผัสให้เข้ากันด้วย
เนื้อสัมผัสของบลัชออนและลิปสติกมีส่วนช่วยกำหนดอารมณ์ของเมกอัปได้ไม่แพ้สี หากต้องการลุคผิวดูสดใสเป็นธรรมชาติ บลัชออนเนื้อครีมหรือลิควิดที่ให้ฟินิชฉ่ำ สามารถจับคู่กับลิปบาล์มหรือลิปกลอสได้อย่างลงตัว ส่วนลุคที่ต้องการความเรียบเนียนและติดทนนาน อาจเลือกบลัชออนเนื้อฝุ่นกับลิปสติกเนื้อซาตินหรือเนื้อแมตต์ โดยคำนึงถึงสภาพผิวและความสบายในการใช้งานด้วย ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้เนื้อสัมผัสแบบเดียวกันทั้งแก้มและปากเสมอไป เพราะการผสมเนื้อแมตต์กับเนื้อฉ่ำก็ช่วยสร้างมิติให้เมกอัปได้เช่นกัน

ภาพ: Magnific
-
ทดลองสีในแสงธรรมชาติก่อนตัดสินใจ
สีของบลัชออนและลิปสติกอาจดูแตกต่างกันเมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟในร้าน แสงไฟโทนอุ่นอาจทำให้สีดูอมเหลืองขึ้น ขณะที่แสงบางประเภทอาจทำให้สีชมพูหรือสีม่วงดูเด่นกว่าความเป็นจริง หากมีโอกาส ลองปัดบลัชออนและทาลิปสติกพร้อมกัน แล้วตรวจดูสีในแสงธรรมชาติ เพื่อประเมินว่าเมกอัปทั้งสองส่วนเข้ากันหรือไม่ วิธีนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อเลือกซื้อเครื่องสำอางเฉดใหม่ หรือกำลังหาเซตสีที่ใช้ร่วมกันได้หลายโอกาส
-
ไม่จำเป็นต้องยึดกฎสีเสมอไป
แม้การจับคู่สีที่มีอันเดอร์โทนใกล้กันจะเป็นวิธีที่ช่วยให้แต่งหน้าได้ง่าย แต่การเลือกสีที่ตัดกันก็สามารถสร้างลุคที่น่าสนใจได้เช่นกัน เช่น ลิปสีเบอร์รีกับบลัชออนพีชตุ่น หรือลิปสีน้ำตาลกับบลัชออนชมพูอ่อน หากปรับความเข้มให้เหมาะสม ทั้งสองสีก็สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว สิ่งสำคัญคือการดูเมกอัปโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นสีผิว อายแชโดว์ สีคิ้ว และฟินิชของผิว เพราะการแต่งหน้าไม่มีสูตรตายตัว หากลองจับคู่สีแล้วรู้สึกว่าเข้ากับตัวเอง ก็ไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเลือกไว้เพียงโทนสีที่กำหนดเท่านั้น





