ลักษณะของ “หน้าตอบ” คือโครงหน้าที่แก้มดูยุบหรือแบน ทำให้โหนกแก้มเด่นกว่าส่วนอื่น และเงาบริเวณใต้โหนกแก้มจะชัดกว่าปกติ ซึ่งบางคนหน้าตอบมาตั้งแต่เกิด บางคนเริ่มเห็นชัดขึ้นหลังน้ำหนักลด พักผ่อนน้อย หรือเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยสิ่งที่ทำให้หน้าตอบดูเด่นกว่าเดิมคือ “แสง” โดยเฉพาะแสงจากด้านบนหรือแฟลชถ่ายรูป เพราะมันจะยิ่งไปย้ำเงาบนใบหน้าให้ดูเหนื่อย ดูซีด และดูโทรมได้ง่าย
แต่ข่าวดีคือหน้าตอบสามารถแก้ได้โดยไม่ต้องพึ่งหัตถการใดๆ เพียงใช้เมกอัปแต่งแก้ก็ทำให้ใบหน้าดูมีแก้มได้ โดยเมกอัปจะเข้าไปปรับแสง เงา และโทนสีในตำแหน่งที่จะทำให้มองแล้วใบหน้าดูมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งต้องแต่งอย่างไร พบคำตอบได้ในบทความนี้
1. เลือกเบสที่ทำให้ผิวดูอิ่ม ไม่แมตต์เกินไป
การแต่งหน้าแก้หน้าตอบให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น จุดเริ่มต้นคืองานผิว ไม่แนะนำให้แต่งผิวแมตต์ เพราะผิวที่แมตต์เกินไปจะย้ำเงาบนใบหน้าให้ชัดขึ้นทันที โดยเฉพาะเงาใต้โหนกแก้ม ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หน้าดูตอบและดูเหนื่อยง่าย ซึ่งงานผิวที่เวิร์กที่สุดคือเลือกใช้เบสเมกอัปที่ให้ฟินิชแบบผิวอิ่ม มีความเงาแบบพอดี เช่น natural glow หรือ satin finish และลงแบบบางๆ เพื่อให้ผิวดูมีมิติ
Editor’s Tips: ไม่แนะนำให้แต่งงานผิวที่ปกปิดหนาเกินไปหรือการเซตให้แมตต์ทั้งหน้า เพราะมักจะทำให้ใบหน้าดูแห้ง ดูกร้าน และทำให้ความตอบยิ่งเห็นเด่นขึ้นกว่าเดิม
2. ปัดบลัชออนให้สูงและกว้างเพื่อสร้างแก้ม
ถ้าเลือกแต่งหน้าได้แค่ขั้นตอนเดียวที่จะช่วยแก้หน้าตอบ การปัดบลัชออนคือคำตอบ เพราะสีที่แก้มจะช่วยสร้างภาพของแก้มที่เต็มขึ้นได้ทันที โดยเทคนิคสำคัญคือการเปลี่ยนตำแหน่งปัดบลัชออนจากสูตรเดิมๆ ที่เน้นตรงพวงแก้ม มาเป็นการปัดให้สูงขึ้น บริเวณหน้าแก้มใกล้โหนกแก้ม และปัดให้กว้างขึ้น โดยลากออกไปทางขมับเล็กน้อย วิธีนี้ช่วยยกมุมหน้า ลดความรู้สึกยุบตรงกลางแก้ม และทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งคอนทัวร์เข้มๆ
Editor’s Tips: ถ้าอยากให้แก้มดูเต็มแบบเป็นธรรมชาติ ให้เลือกบลัชโทนพีช ชมพูอมส้ม หรือโรสที่มีความอบอุ่น เพราะโทนนี้ช่วยเติมความมีเลือดฝาดให้ใบหน้าได้ดีที่สุด
3. ไฮไลต์หน้าแก้มเติมความอวบอิ่ม
ไฮไลต์เตอร์เป็นตัวช่วยเติมเต็มแก้มที่ทำงานด้วยหลักการง่ายๆ คือเพิ่มแสงให้บริเวณที่อยากให้ดูอิ่มขึ้น เพราะเมื่อหน้าแก้มมีแสงกระทบมากขึ้น เงาใต้โหนกแก้มจะดูซอฟต์ลง และทำให้ใบหน้าดูมีอวบอิ่มขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ซึ่งคีย์สำคัญคือการวางตำแหน่งไฮไลต์ ควรลงไฮไลต์ที่บริเวณหน้าแก้ม หรือบริเวณใต้โหนกแก้มขึ้นมานิดเดียว (จุดที่อยากให้ดูเต็ม) แทนการปัดบนโหนกแก้มสูงแบบที่หลายคนทำ เพราะการเน้นโหนกแก้มมากเกินไปจะยิ่งทำให้โหนกดูเด่น และทำให้แก้มดูยุบชัดกว่าเดิม
Editor’s Tips: เลือกไฮไลต์เนื้อละเอียดที่ให้แสงแบบนุ่มๆ ไม่เป็นเกล็ด และแตะด้วยมือหรือฟองน้ำจะเนียนที่สุด โดยเฉพาะถ้าแตะหลังลงบลัชออน จะช่วยให้แก้มดูอิ่มและดูเป็นผิวจริงมากขึ้น
4. คอนทัวร์เน้นกรอบหน้าแทน (เลี่ยงใต้โหนกแก้ม)
การคอนทัวร์ลากใต้โหนกแก้มตามสูตรทั่วไปจะยิ่งทำให้แก้มดูยุบ และทำให้โหนกแก้มสูงเด่นกว่าเดิม ผลลัพธ์คือหน้าดูแข็งขึ้น และย้ำความตอบให้เห็นได้ชัด โดยเฉพาะเวลาเจอแสงแรงหรือถ่ายรูป ทางที่ดีกับหน้าตอบคือการคอนทัวร์แบบเก็บกรอบหน้า บริเวณขมับ ช่วงไรผม และแนวกราม เพื่อให้รูปหน้าดูมีโครงสวยขึ้น แต่ไม่ไปเพิ่มเงาในจุดที่ยุบอยู่แล้ว วิธีนี้ช่วยให้หน้าดูมีมิติ และยังทำให้แก้มดูเต็มขึ้น เพราะเงาไม่ได้ถูกลากไปเน้นใต้โหนกแก้มนั่นเอง
5. เซตแป้งเฉพาะจุด ไม่ต้องเซตทั่วหน้า เพื่อผิวจะได้ไม่ดูแห้งที่จะไปย้ำความตอบ
สำหรับคนหน้าตอบ การลงแป้งเป็นขั้นตอนที่ต้องระวังให้ดี เพราะการเซตแป้งที่ทำให้ผิวดูแห้งมากจะทำให้เงาธรรมชาติใต้โหนกแก้มชัดขึ้นทันที ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หน้าดูตอบและดูเหนื่อยกว่าเดิม วิธีที่ถูกต้องคือเซตแป้งเฉพาะบริเวณที่จำเป็นจริงๆ เช่น ใต้ตา (เฉพาะจุดที่ลงคอนซีลเลอร์) ข้างจมูก รอบปีกจมูก กลางหน้าผาก และคาง เพื่อควบคุมความมันและล็อกเมกอัปให้ติดทน ส่วนบริเวณหน้าแก้มควรปล่อยให้มีความเงาแบบธรรมชาติ เพราะความเงานี่เองที่ช่วยให้ใบหน้าดูอิ่ม ดูมีน้ำมีนวล และทำให้แก้มดูเต็มขึ้น
Editor’s Tips: แนะนำให้ใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงเนื้อละเอียด และใช้แปรงนุ่มๆ ปัดเบาๆ เฉพาะจุด แทนการใช้พัฟกดหนักๆ เพราะจะช่วยเซตผิวได้โดยไม่ทำให้หน้าดูแห้งเกินไป





