หมดยุคผิวฉ่ำวาวสะท้อนแสงแบบ Glass Skin แล้วหรือยัง? เมื่อฝั่ง K-Beauty เดินหน้าสู่อีกขั้นของนิยามผิวสวยด้วยเทรนด์ ‘Bloom Skin’ ซึ่งเน้นย้ำถึงการดูแลผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืน โดยเปลี่ยนโฟกัสจากการเคลือบผิวภายนอกให้ดูเงาวาว มาเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นในให้มีความนุ่มนวล เรียบเนียน สดใส และเติมความชุ่มชื้นอย่างล่ำลึก เพื่อผลลัพธ์ของผิวที่แข็งแรงและเปล่งประกายอย่างแท้จริง
Bloom Skin คืออะไร?
Bloom Skin คือผิวที่มีสีสม่ำเสมอ แข็งแรง และมีความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งสุขภาพดีมากกว่าความมันวาว ในขณะที่ Glass skin เน้นไปที่ผิวหน้าที่สะท้อนแสงได้ดีเหมือนกระจก ทำให้เทรนด์ผิวแบบ Bloom Skin กำลังได้รับความสนใจเพราะจะเน้นความสมบูรณ์ของผิวชั้นในตอบโจทย์ความงามอย่างยั่งยืนในยุคนี้มากกว่า
_2_(1).webp)
3 เสาหลักของ Bloom Skin
Hydration Layering (การลงสกินแคร์เติมความชุ่มชื้นเป็นชั้นๆ)
ผิวมีช่วงเวลาในการดูดซึมที่จำกัด สูตรเนื้อบางเบาที่ลงตามลำดับจะซึมได้ลึกกว่าการใช้ครีมเนื้อหนักเพียงชนิดเดียว
Gentle Exfoliation (การผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน)
ไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการขัดเกลา การกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วส่วนเกินช่วยให้เนื้อผิวนุ่มลื่นและช่วยให้สกินแคร์ซึมซาบได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Barrier Repair (การฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว)
50% ของเกราะป้องกันผิวทำมาจากเซราไมด์ (Ceramides) เมื่อเกราะป้องกันผิวเสียไป ไม่ว่าจะทาอะไรลงไปก็ไม่ได้ผลเต็มที่ Bloom Skin เริ่มต้นจากจุดนี้
วิธีเลือกสกินแคร์ให้ได้ผิวแบบ Bloom Skin
ควรเริ่มที่ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว เมื่อเกราะป้องกันผิวเสียไป ไม่ว่าจะทาสกินแคร์อะไรลงไปก็ไม่ได้ผลเต็มที่ ต่อมาควรเลือกสกินแคร์ที่ซึมซาบเข้าผิวได้ดี ผิวมีช่วงเวลาในการดูดซึมที่จำกัด เลือกใช้สกินแคร์สูตรเนื้อบางเบาแล้วลงตามลำดับจะซึมได้ลึกกว่าการใช้ครีมเนื้อหนักเพียงชนิดเดียว ปิดท้ายที่ควรผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน การกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วส่วนเกินช่วยให้เนื้อผิวนุ่มลื่นและช่วยให้สกินแคร์ซึมซาบได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทำไมเทรนด์ผิว Glass Skin กำลังเปลี่ยนไป?
ผิวแบบ Glass skin สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยการทาบำรุงซ้อนกันหลายชั้นเพื่อให้ดูฉ่ำวาว โดยไม่คำนึงถึงการปรับปรุงสุขภาพผิวชั้นในจริงๆ เมื่อผู้บริโภคเริ่มมีความรู้เรื่องส่วนผสมมากขึ้นและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนัง มาตรฐานจึงเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่แพทย์สามารถวัดผลได้จริง นั่นคือความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว, ระดับความลึกของความชุ่มชื้น และระดับการอักเสบของผิว ไม่ใช่แค่ความฉ่ำวาวบนพื้นผิวเพียงเท่านั้น
แนะนำสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ผิวแบบ Bloom Skin
Bloom Skin ผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์ความงามที่มีส่วนผสมเลียนแบบโครงสร้างผิว เช่น Ceramides, Peptides และ PDRN ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิวภายในได้ล้ำลึกถึงระดับเซลล์ แทนที่จะแค่เคลือบอยู่บนผิว เป้าหมายคือผลลัพธ์ที่ดูจริง ไม่ใช่ผิวที่ดูเหมือนใส่ฟิลเตอร์
1 / 5
1.Dr. Barbara Sturm The Peptide Serum (9,290.-)
เซรั่มผสาน Acetyl Octapeptide-3 และผสานเปปไทด์ถึง 5 ชนิด ช่วยส่งสัญญาณสั่งให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่และชะลอการเสื่อมสลายของอีลาสติน เป็นเซรั่มที่ซึมลึกแบบบำรุงผิวไปถึงเซลล์ผิว ใช้ได้ทุกสภาพผิวเหมาะมากกับคนที่เริ่มมีริ้วรอย ผิวอ่อนล้า หรืออยากได้ Anti-aging ที่อ่อนโยน ใช้ได้ทุกวัน
2 / 5
2.SkinCeuticals Hyaluronic Acid Intensifier Multi-Glycan Serum (5,500.-)
เซรั่มไฮยาลูรอนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเติมเต็มผิวจากภายใน เนื้อเซรั่มเข้มข้นช่วยเติมความชุ่มชื้นขั้นสุดทำให้ผิวดูอิ่มฟูและเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง มี 12% Proxylane™ ช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้ดูแน่นกระชับ
3 / 5
3.ShaiShaiShai Repair Milk Urea Glow Bubble Serum (1,060.-)
เซรั่มเนื้อโฟมซึมซาบเร็วมีส่วนผสม Peptides Ceramide ช่วยให้ผิวแข็งแรง สูตรที่มียูเรียเข้มข้น 20,000 ppm ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นประสิทธิภาพสูง ผสานเทคโนโลยีไมโครบับเบิล ช่วยนำส่งสารบำรุงสำคัญ ให้ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใส
4 / 5
4.FOREO FAQ Red Light Peptide Serum 30 (3,400.-)
เซรั่มที่เหมาะกับใช้เป็นไนต์รูทีนควบคู่กับ LED Light Therapy มีส่วนผสมของเปปไทด์ ซีแดฟโฟดิล ไฮยาลูรอนิก แอซิด ชาเขียว และใบบัวบก ช่วยทั้งบำรุงได้ล้ำลึก เติมความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นด้วย
5 / 5
5.Dior Capture PDRN-Shot (3,800.-)
เซรั่มเข้มข้นที่มีส่วนผสมหลักคือ PDRN จากพืชประกอบกับเทคโนโลยี exo-liposome และนวัตกรรม Double vextorization ที่ช่วยให้สารบำรุงซึมซาบและกระจายตัวเข้าสู่ผิวได้อย่างดี เป็นนวัตกรรมที่ฟื้นคืนชีวิตชีวาให้กับผิว ฟื้นความเปล่งประกายของผิว และให้ผิวดูเนียนละเอียด
SKINCARE5 เซรั่ม PDRN ยอดนิยมที่โว้กบิวตี้เลือกมาแล้วว่าน่าลอง! | Vogue Beauty Picks




