ผู้เขียนเชื่อว่านอกจากการเจาะหู เจาะคิ้ว และเจาะจมูก จุดหนึ่งที่ฮิตไม่แพ้กันก็คือการเจาะสะดือ เพราะเครื่องประดับชิ้นเล็กอย่างจิวสะดือสามารถเปลี่ยนลุคให้ดูเก๋และมีสเน่ห์ได้ไม่ต่างกับการเจาะส่วนอื่นๆ เลย
แต่ความต่างของการเจาะบริเวณนี้คือ “การดูแลแผลหลังการเจาะ” เนื่องจากบริเวณสะดืออยู่ใต้ร่มผ้า ทำให้เกิดการกดทับและเสียดสีจากเสื้อผ้า รวมถึงความอับชื้นจากเหงื่อได้ง่ายกว่าแผลเจาะบริเวณอื่น ดังนั้นการดูแลแผลหลังเจาะสะดือจึงต้องใช้เวลาและความใส่ใจเป็นพิเศษ หากดูแลดีก็จะทำให้รอยเจาะจะหายอย่างเรียบเนียนขึ้น และลดโอกาสเกิดแผลเป็นหรือการติดเชื้อได้ดีขึ้น
ทำความเข้าใจแผลเจาะสะดือ
การเจาะสะดือเป็นการสร้างช่องผ่านชั้นผิวหนัง dermis ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเลือดมาเลี้ยงไม่มากเท่าจุดอื่น ทำให้แผลประเภทนี้ใช้เวลาหายค่อนข้างนาน โดยทั่วไปอาจใช้เวลา 3 – 6 เดือน หรือบางรายนานถึง 1 ปี ในช่วงแรกอาจเกิดการอักเสบเล็กน้อย เช่น บวม แดง หรือมีน้ำใสๆ ซึมออกมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษา ตราบใดที่ไม่มีอาการติดเชื้อรุนแรง
วิธีดูแลแผลให้หายไว
1. ทำความสะอาดวันละ 1–2 ครั้ง
ใช้สำลีชุบน้ำเกลือซับเบาๆ รอบแผล หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เพราะอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคันแผลขึ้นได้
2. หลีกเลี่ยงการหมุนจิวบ่อยๆ
ความเชื่อที่ว่าต้องหมุนเพื่อไม่ให้แผลติด เป็นความคิดที่ผิดสุดๆ เพราะการขยับจิวบ่อยเกินไปอาจทำให้แผลฉีกและหายช้าลงได้
3. หลีกเลี่ยงการโดนน้ำหรือความชื้นนานๆ
หลังอาบน้ำควรซับแผลให้แห้งทันที เพราะความชื้นเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ยิ่งบริเวณสะดือที่เป็นผิวส่วนที่พับอยู่แล้วด้วย ดังนั้นจึงควรงดการโดนน้ำะในช่วง 2 – 4 สัปดาห์แรก ไม่ว่าจะสระว่ายน้ำ ทะเล หรือแช่อ่างน้ำร้อน เพราะพื้นที่เหล่านี้อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนที่เพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อง่ายขึ้นกว่าเดิม
4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลบ่อยๆ
ผู้เขียนอยากย้ำว่า “มือ” คือแหล่งเชื้อโรคอันดับหนึ่งของร่างกาย หลีกเลี่ยงการจับแผลโดยไม่จำเป็น และหากต้องสัมผัส ควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
5. ใส่เสื้อผ้าหลวมเป็นพิเศษ
เลือกเสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นเกินไป เช่น เสื้อรัดรูป กางเกงเอวสูง หรือผ้าที่เสียดสีกับแผล เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองจากการถูกกดทับนานๆ และเพิ่มความเสี่ยงการอักเสบ
ข้อควรรู้และข้อควรระวัง
นอกจากวิธีการดูแลแผลที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว สาวๆ ควรให้ความสำคัญกับจิวที่สวมใส่ด้วย ควรเลือกจิวที่ทำจากวัสดุคุณภาพ เช่น Surgical Steel หรือ Titanium เพราะจะช่วยลดอาการระคายเคืองหรือแพ้ได้
ทั้งนี้การระคายเคืองเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ผู้เขียนแนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที เพราะอาการต่อไปนี้อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและถูกวิธี
- ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือบวมแดงลุกลาม
- มีหนองสีเหลือง/เขียว และมีกลิ่นแรง
- มีไข้หรือรู้สึกอ่อนเพลีย
- ผิวรอบแผลร้อนผิดปกติ
แม้การเจาะสะดืออาจใช้เวลาไม่กี่นาที แต่การดูแลหลังจากนั้นจะเรียกว่าข้อผูกมัดระยะยาวก็ไม่แปลก ซึ่งผู้เขียนมองว่าก็เป็นความงามในอีกรูปแบบหนึ่ง ความงามที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ และความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ เพราะการเจาะสะดือให้สวยที่สุด ไม่ได้หมายถึงการใส่จิวที่ดีไซน์เก๋ที่สุดเสมอไป แต่หมายถึงการดูแลให้ดีเพื่อให้ความสวยนี้อยู่กับร่างกายไปนานๆ
SKINCARE5 วิธีการใช้แผ่นเช็ดเครื่องสำอางอย่างถูกวิธี ผิวหน้าสะอาด ไม่เกิดการระคายเคือง

.webp)


