5 เทคนิคลดถุงใต้ตาด้วยตัวเอง บอกลาความบวมช้ำที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมและแก่ก่อนวัย

เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยลดความบวมและรอยคล้ำของผิวใต้ตา

หนึ่งปัญหาปวดหัวของใครหลายคน คือ "ปัญหาถุงใต้ตา" ที่เกิดจากการใช้สายตาจ้องหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำงานหนักจนพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออก การฉีดฟิลเลอร์เพื่อช่วยเติมเต็มให้ร่องใต้ตาดูอิ่มฟูขึ้น และวิธีที่ไม่ต้องเจ็บตัวอย่างการดูแลตัวเองด้วยทิปส์ง่ายๆ ที่โว้กบิวตี้นำมาฝากวันนี้ สำหรับใครที่ยังไม่อยากเข้าคลินิกหรือยังไม่ค่อยมีปัญหามากนัก ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดู

 

  • ทานอาหารที่มีประโยชน์

เน้นทานอาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น เนื้อสัตว์ ปลา นม ไข่ ตับ เป็นต้น เพราะสารอาหารเหล่านี้จะช่วยซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย ทำให้ผิวส่วนที่โดนทำร้ายกลับมาดูมีสุขภาพดีอีกครั้ง รวมถึงการลดรับประทานอาหารที่มีความเค็มจัด เพราะโซเดียมจะทำให้ผิวเกิดอาการบวม หรือควรดื่มน้ำเยอะๆ เพราะจะช่วยให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและชะล้างของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น

  • ใช้อายครีมเป็นประจำ

แน่นอนว่าถ้าเราอยากบำรุงผิวส่วนไหนก็ควรลงทุนกับสกินแคร์ในส่วนนั้นด้วย อายครีมก็เช่นกัน สำหรับใครที่อายุน้อยหรือยังไม่มีปัญหาริ้วรอย แนะนำให้เลือกอายครีมที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวรอบดวงตาเป็นหลัก เพราะเมื่อผิวเราได้รับความชุ่มชื่นอย่างเต็มที่แล้วก็จะลดปัญหาความแห้งกร้านและริ้วรอยที่จะตามมาทีหลัง ปัจจุบันมีให้เลือกหลายเนื้อสัมผัสทั้งแบบครีม เจล หรือเซรั่ม แล้วแต่ความต้องการของแต่ละสภาพผิว แต่ถ้าใครที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยใต้ตา แนะนำให้เลือกอายครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอล เพราะส่วนผสมนี้จะช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ให้ดูตื้นขึ้น พร้อมปรับสีผิวให้กระจ่างใส



1 / 2

Skin Nourishment Eye Cream With Royal Jelly จาก Burt's Bees (ราคา 1,520 บาท)




2 / 2

Ferulic + Retinol Triple Correction Eye Serum จาก Dr.Dennis Gross (ราคา 3,405 บาท)


  • ประคบเย็น

อีกหนึ่งเทคนิคที่ง่ายและรวดเร็ว เพราะใช้ของที่มีอยู่ที่บ้านและอุปกรณ์ไม่เยอะ ซึ่งการประคบเย็นที่อยากแนะนำมีด้วยกัน 2 แบบ คือ

1.การใช้ช้อนแช่เย็น แค่นำช้อนไปแช่ไว้ในตู้เย็นสัก 20-30 นาที จากนั้นนำออกมาพักไว้สักครู่ เพื่อไม่ให้อุณหภูมิเย็นจัดเกินไปสำหรับผิวบอบบางรอบดวงตา และนำมาครอบไว้บนเบ้าตาจนกว่าช้อนจะอุ่น วิธีนี้จะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวลงและลดอาการตาบวมได้

2.ใช้ถุงชา ให้แช่ถุงลงในน้ำร้อนแล้วนำถุงชาขึ้นรอจนสะเด็ดน้ำ จากนั้นแช่ในตู้เย็นจนถุงชาเย็น แล้วค่อยหยิบถุงชาหรือใช้สำลีจุ่มน้ำชาที่ได้มาวางไว้บนเบ้าตาสัก 10-15 นาที เทคนิคนี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดซึ่งทำให้ผิวรอบดวงตาดูมีสุขภาพดีขึ้น

  • ใช้คอร์เร็กเตอร์และคอนซีเลอร์คู่กัน

สำหรับใครที่ต้องการการปกปิดความคล้ำและรอยบวมของผิวใต้ตาแบบขั้นสุด แนะนำให้ใช้คอร์เร็กเตอร์และคอนซีเลอร์คู่กัน โดยเลือกคอร์เร็กเตอร์โทนสีส้มหรือสีพีช เพราะโทนสีนี้จะช่วยแก้ไขสีที่ไม่สม่ำเสมอให้เป็นกลาง แล้วตามด้วยการใช้คอนซีเลอร์ เพื่อให้สีผิวดูสม่ำเสมอและเรียบเนียนขึ้น ควรใช้นิ้วลงผลิตภัณฑ์มากกว่าการใช้ฟองน้ำหรือแปรง เพราะอุณหภูมิของร่างกายเราจะช่วยวอร์มผลิตภัณฑ์ให้กลืนไปกับผิวได้ดี รวมถึงช่วยนวดกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ทำงานได้ดีขึ้น

 



1 / 2

Under Eye Brightening Corrector จาก Becca (ราคา 1,400 บาท)




2 / 2

Infallible Full Wear Concealer จาก L'oreal Paris (ราคา 329 บาท)


  • เพิ่มความชุ่มชื่นให้มากกว่าเดิมด้วยการมาสก์ใต้ตา

หากใครมีเวลาดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษ ลองเพิ่มไอเท็มแผ่นมาสก์ใต้ตาเข้าไปในสกินแคร์รูทีนด้วย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพราะมาสก์ชนิดนี้จะทำหน้าที่คล้ายกับแผ่นมาสก์หน้าที่เราใช้อยู่เป็นประจำคือช่วยคืนความชุ่มชื่นกับผิวรอบดวงตา บำรุงผิวให้ดูสดชื่นและริ้วรอยดูจางลง

Vital Perfection Uplifting and Firming Express Eye Mask จาก Shiseido (ราคา 2,800 บาท / 12 แผ่น)

ภาพ : IG: @theluckymonday / @tashimrod

คีย์เวิร์ด: under eye bags skincare tips