ปัจจุบัน ‘กรอบพระคัสตอม’ กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่น่าจับตามองที่สุดของวงการจิวเวลรีไทย เมื่อพระเครื่องที่เคยถูกเก็บรักษาไว้ด้วยคุณค่าทางจิตใจ หรือส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ถูกนำมาปรับโฉม ตีความใหม่ให้กลายเป็น Personal Jewelry ที่สะท้อนทั้งศรัทธาและสไตล์ของผู้สวมใส่ เราจึงเริ่มเห็นศิลปิน นักดนตรี และคนในแวดวงแฟชั่นหยิบกรอบพระมาสวมเป็นส่วนหนึ่งของลุคในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันแบรนด์จิวเวลรีไทยอย่าง O Thongthai, KHONG และ Another Way We Speak ก็หันมานำความเชี่ยวชาญของช่างทองและช่างเงินไทยมาต่อยอดสู่กรอบพระคัสตอม ที่ผสานงานหัตถศิลป์ไทยเข้ากับภาษาการออกแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ทั้งยังเคารพรากเหง้าของศิลปะดั้งเดิม ควบคู่ไปกับการตอบโจทย์การแต่งตัวของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนวัย 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มหันกลับมาให้คุณค่าและอยากลงทุนกับจิวเวลรีชิ้นประณีตและพระเครื่อง ซึ่งหลายชิ้นเป็นมรดกที่ส่งต่อจากคนในครอบครัว เป็นของขวัญในวัยเด็ก หรือเป็นวัตถุมงคลที่ผูกพันกับช่วงเวลาสำคัญของชีวิต
O THONGTHAI
ชื่อของ O Thongthai เป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นและจิวเวลรีระดับโลกมาพักใหญ่ กับผลงาน Bespoke Jewelry ที่คัสตอมโดยเฉพาะ โดยดีไซเนอร์ชาวไทย 'โอ๋-ทองไทย' หรือ 'จรรยาพร ทองไทย' ที่มุ่งมั่นในการถ่ายทอดเรื่องราว ความเชื่อ และตัวตนของผู้สวมใส่ผ่านเครื่องประดับชิ้นเดียวในโลก จนได้รับความไว้วางใจจากทั้งศิลปินระดับโลกอย่าง A$AP Rocky, Pharrell Williams, Jorja Smith รวมถึงศิลปินไทยอีกมากมาย และล่าสุดได้ต่อยอดแนวคิดดังกล่าวมาสู่กรอบพระคัสตอม ที่ยกระดับพระเครื่องให้กลายเป็นเครื่องประดับที่มีทั้งความหมายและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
สำหรับ 'ยังโอม' แบรนด์ออกแบบผลงานโดยหยิบสัญลักษณ์ไทยและแนวคิดเรื่องการปกป้องคุ้มครอง มาเป็นแกนหลักของการออกแบบ ถ่ายทอดผ่านกรอบพระที่ผสมกลิ่นอายสตรีตเข้ากับงานฝีมือชั้นสูง จนเกิดเป็นเครื่องประดับที่สะท้อนทั้งรากวัฒนธรรมไทยและตัวตนของยังโอมได้อย่างลงตัว
ขณะที่ผลงานคัสตอมให้ 'ป๊อก Mindset' นำพระปิดตามาเป็นหัวใจของชิ้นงาน ก่อนล้อมด้วยกรอบลวดลาย Camouflage อันเป็นเอกลักษณ์ของ O Thongthai พร้อมนิยามแนวคิดผ่านคำว่า Protection, Presence and Power ที่สะท้อนทั้งพลังแห่งความศรัทธา ความมั่นใจ และตัวตนของผู้สวมใส่ จนทำให้กรอบพระคัสตอมของแบรนด์ O Thongthai ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งห่อหุ้มรักษาวัตถุมงคลที่มีคุณค่าทางจิตใจ แต่ยังกลายเป็น Statement Piece ที่เชื่อมโยงแฟชั่นของแรปเปอร์ยุคใหม่กับความเชื่อไทยโบราณได้อย่างมีสไตล์
KHONG
KHONG อีกแบรนด์จิวเวลรีไทยที่น่าจับตามองของ 'โซฟี่-ปาจรีย์' ผู้ก่อตั้งแบรนด์จิวเวลรี Pacharee เปิดแบรนด์จิวเวลรีอีกแบรนด์ในชื่อว่า KHONG นำพระเครื่อง เครื่องราง และสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาจากหลากหลายวัฒนธรรมมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด 'Relics Reborn' โดยคงใช้เทคนิคงานช่างทองและการแกะสลักด้วยมือฝีมือหัตถศิลป์ไทยเป็นหัวใจสำคัญของทุกชิ้นงาน โดยเฉพาะผลงาน ‘กรอบพระ’ ที่มายกระดับให้กลายเป็นงานไฟน์จิวเวลรีที่ดูทันสมัยเข้ากับแฟชั่นยุคปัจจุบัน โดยยังคงเคารพต่อความเชื่อดั้งเดิม ผสานกับดีไซน์และอัญมณีทรงคุณค่าโดยเฉพาะ
หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่ออกมาให้เราชมกันคือ กรอบพระคัสตอมที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อ 'เจนสุดา ปานโต' เพื่อนสนิทของโซฟี่ รังสรรค์กรอบพระทองคำแกะมือ ที่สร้างพื้นผิวให้คล้ายเปลือกต้นจันทน์ ก่อนจับคู่กับสร้อยเงินชุบทองและจี้แคปซูลประดับอัญมณีสีม่วงซึ่งบรรจุเขี้ยวหนุมาน เครื่องรางที่เชื่อกันว่าช่วยเสริมโชคลาภและความรัก พร้อมกิมมิกที่จิวเวลรีทุกชิ้นของแบรนด์จะมีการติดจี้รูปดาวสลักชื่อแบรนด์อย่างประณีตที่สายโซ่
นอกจากนี้ KHONG ยังหยิบ ตะกรุด, ลายสักยันต์, สัญลักษณ์เสือ, พญานาค ไปจนถึงต้นพิกุล มาตีความใหม่ผ่านงานทองขึ้นมือและพื้นผิวที่เป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นเครื่องประดับที่ทั้งดูแฟชั่นและเปี่ยมความหมาย
ANOTHERWAY WE SPEAK
ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่รู้สึกใกล้ชิดกับกรอบพระมากขึ้น? เป็นโจทย์ที่ Another Way We Speak แบรนด์จิวเวลรีสัญชาติไทยโดยผู้บริหารคนเดียวกับแบรนด์ Dermond แบรนด์เครื่องประดับเงินแท้ Another Way We Speak เป็นที่รู้จักจากแนวคิดที่ว่า 'เครื่องประดับคืออีกหนึ่งภาษาที่ใช้สื่อสารตัวตน' และในโอกาสครบรอบ 13 ปี แบรนด์ได้นำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดสู่ 'Bespoke Silver Frame' คอลเล็กชั่นกรอบพระคัสตอม ที่ตั้งใจเปลี่ยนภาพจำของกรอบพระจากวัตถุมงคลในรูปแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นเครื่องประดับร่วมสมัยที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส
เมื่อพูดถึงกรอบพระ หลายคนยังนึกถึงดีไซน์ที่มีรูปแบบคล้ายกันจนดูห่างไกลจากการแต่งตัวในชีวิตประจำวัน Another Way We Speak จึงเลือกเริ่มต้นจากคำถามว่าจะทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่รู้สึกใกล้ชิดกับกรอบพระมากขึ้น ผลลัพธ์คือการออกแบบกรอบพระที่เล่าเรื่องของเจ้าของแต่ละคนผ่านงานดีไซน์เฉพาะบุคคล พร้อมผสานลวดลายไทยที่เปี่ยมด้วยความหมาย ไม่ว่าจะเป็น 'ลายระฆัง' ที่สื่อถึงชื่อเสียงและความก้องกังวาน 'ลายประจำยาม' ที่แทนความแข็งแกร่งและการปกป้องคุ้มครอง หรือ 'ลายกนก' ที่โอบรับองค์พระอย่างงดงาม ก่อนถ่ายทอดทั้งหมดผ่านงานเครื่องเงินฝีมือช่างไทยอย่างประณีต จนทำให้กรอบพระไม่ได้เป็นเพียงสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ แต่กลายเป็น Personal Jewelry ที่สะท้อนทั้งตัวตน รสนิยม และความเชื่อของผู้สวมใส่ได้ในชิ้นเดียว
แม้ว่าการสวมใส่พระเครื่องอาจจะยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่การเติบโตของแบรนด์ไทยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มมอง 'ความเชื่อ' และ 'แฟชั่น' ว่าไม่ใช่สองสิ่งที่แยกออกจากกันอีกต่อไป จากเดิมที่กรอบพระทำหน้าที่เพียงปกป้ององค์พระ วันนี้ได้กลายเป็นพื้นที่ของการออกแบบที่เปิดโอกาสให้ช่างฝีมือไทยได้แสดงศักยภาพ ผ่านการผสมผสานลวดลายไทย งานทอง งานเงิน และเทคนิคดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์โมเดิร์น จนเกิดเป็นเครื่องประดับที่มีทั้งคุณค่าทางศิลปะและความหมายทางจิตใจในรูปแบบที่สวมใส่ได้ทุกวัน เทรนด์นี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าศิลปะ ความเชื่อ และงานคราฟต์ของไทย กำลังถูกส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ในแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและสากลยิ่งขึ้น
(สามารถอ่านเรืิ่อง รวม 9 จิวเวลรีแบรนด์ไทยที่น่าจับตามองในปีนี้! ได้ที่นี่)
_-_30amulet.webp)
_-_CMS_Scoop.webp)
VOGUE SCOOP | เจาะลึกเข็มกลัดจิวเวรีบนพรมแดง Cannes 2026 ของคนดังไทย แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ

VOGUE SCOOP | จาก ‘Fashion Is Art’ สู่ ‘Bijoux Is Art’ รวมจิวเวลรีชิ้นเด่นบนพรมแดง Met Gala 2026
fall_winter_26.webp)
VOGUE SCOOP | 9 เทรนด์เครื่องประดับที่โดดเด่นที่สุดจากแฟชั่นวีกฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026

VOGUE BIJOUX | Modern Talismans เมื่อจิวเวลรีกลายเป็นเครื่องรางของคนยุคใหม่!

