Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

THAI PRIDE พูดคุยกับ 2 เจ้าของแบรนด์จิวเวลรีไทยรุ่นใหม่ ปลุกกระแสวงการเครื่องประดับไทยอีกครั้ง!

พูดคุยกับสองเจ้าของแบรนด์ 'bound by oath' และ 'O Thongthai' ผู้มีวิสัยทัศน์ต่อการสร้างแบรนด์เครื่องประดับอันน่าสนใจ

16 กรกฎาคม 2568

เรื่อง: ตะวัน ก้อนแก้ว, ฐาดิณี รัชชระเสวี
เรียบเรียง: อมันดา อัมพรมหา
กราฟิก: สุกฤตา ว่องวัฒนพิบูลย์

 

Article
bound by oath แบรนด์เครื่องประดับของคนไทยที่ได้ไอเดียการตั้งชื่อมาจากการยึดมั่นในคำพูดของสุภาพบุรษ เปรียบเหมือนสัญญาว่าลูกค้าทุกคนจะได้รับชิ้นงานที่สะท้อนตัวตนของตัวเองที่สุด
 
     'ชวพัฒน์ สร้อยศิริ' หนุ่มมาดเนี้ยบผู้หลงใหลสไตล์ Sartorial ที่เติบโตและคลุกคลีอยู่ในวงการเพชรพลอยและเครื่องประดับชึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวมาอย่างยาวนาน กับภรรยา รัตนรวินท์ ลิมปวุฒิวรานนท์ ได้ร่วมกันก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับที่มีกลิ่นอายและเทคนิคงานฝีมือแบบยูโรเปียนคลาสสิกผสานกับความโมเดิร์นเพื่อคนรุ่นใหม่ เป็นเครื่องประดับที่สามารถสวมได้ทุกวัน กับทุกรูปแบบการแต่งกาย ผลงานที่สร้างชื่อให้แบรนด์ ได้แก่ แหวน Signet ทองค่า 18K และสร้อยข้อมือทองคำ 18K ที่ฮอตฮิตทุกคอลเล็กชั่น
 
     ล่าสุดคือไอเดียการนำอัญมณีหลากชนิดมาใช้กับเครื่องประดับของผู้ชายได้อย่างไม่เคอะเขิน "ผมว่าสีของทับทิมสยามกับเยลโลว์โกลด์มันเหมาะสมกันดี" ชวพัฒน์เล่าถึงไอเดียการเล่นสนุกกับหินมีค่าที่ทำให้แบรนด์ของเขามีความพิเศษกว่าแบรนด์เครื่องประดับอื่นๆ ในท้องตลาด "ในอนาคตผมอยากลองเล่นสนุกกับการแกะสลักนูนตำแบบช่างไทย รวมถึงการนำสีอย่างสีแดง สีดำ สีเขียว สีเหลืองแบบเบญจรงค์มาใช้ในเครื่องประดับด้วยครับ" เชื่อได้เลยว่าชิ้นงานที่ออกมาต้องเพิ่มความสนุกให้การแต่งตัวของสุภาพบุรุษได้อีกหลายเท่าตัว
 
 
 
Article

O Thongthai แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยที่ไปโดงดังสร้างชื่อเสียงไกลถึงต่างประเทศ หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีศิลปินระดับโลกหลายคนเคยสวมใส่ผลงานของแบรนด์นี้มาแล้ว

     'โอ๋-ทองไทย' หรือ จรรยาพร ทองไทย นักออกแบบเครื่องประดับผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ไม่ได้เริ่มต้นจากความฝันที่จะทำเครื่องประดับขาย แต่โอกาสก็พาให้เธอเข้ามาสู่วงการโดยไม่รู้ตัว "โอ๋มีโอกาสได้เรียนทำจิวเวลรีตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นเป็นแค่เรียนฆ่าเวลา ไม่ได้คิดว่าเราจะมาเป็นจิวเวลรีดีไซเนอร์ รู้แค่ว่าชอบเรียนอาร์ต โอ๋ไปเรียนต่อและมีโอกาสฝึกงานด้านสไตลิ่ง พอย้ายกลับมาเมืองไทยเห็นช่องทางว่าเมืองไทยเป็นจุดรวมของอัญมณี จึงไปเรียน GIA เกี่ยวกับเพชรและพลอยเพิ่มเติม นั่นคือที่มาของการทำแบรนด์เครื่องประดับของโอ๋"

     เอกลักษณ์ในการออกแบบเครื่องประดับของโอ๋คือมีความร่วมสมัย ด้วยการนำเพชรและพลอยแท้มาออกแบบเป็นเครื่องประดับสไตล์คอสตูมจิวเวลรี ทำให้ผลงานของเธอเป็นที่ชื่นชอบของคนรักแฟชั่นได้โดยไม่ยาก ปีนี้เป็นปีที่ 10 ของการเปิดแบรนด์ และเธอกำลังเบนหัวเรือไปสู่ทิศทางใหม่ๆ "คอนเซปต์ยังเน้น Be Spoke เหมือนเดิมค่ะ แต่คิดว่าอยากสื่อสารกับลูกค้าที่เด็กลงรวมทั้งคนใหม่ๆ ที่ยังไม่รู้จักเรา ก็คิดว่าน่าจะได้เห็นแบบและราคาที่หลากหลายมากขึ้น“

     โอ๋ยังฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากทำแบรนด์เครื่องประดับว่า "สำหรับคนที่คิดอยากจะเปิดแบรนด์ขอแนะนำให้มองว่ามั่นเป็นการเรียนรู้แบบยาวๆ ข้อดีของการทำแบรนด์เครื่องประดับคือยิ่งนานยิ่งได้รับความนับถือ หากเปิดมาแล้วทำแบรนด์ยากหน่อยก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะยิ่งโตเราจะยิ่งได้ประสบการณ์เยอะ ที่สำคัญคืออย่าลงทุนเกินตัว เผื่อพลาดจะได้ไม่เจ็บตัวมาก"

 

(สามารถอ่านเรื่อง รวม 9 จิวเวลรีแบรนด์ไทยที่น่าจับตามองในปีนี้! ได้ที่นี่)