แม้ตอนนี้จะก้าวผ่านพ้นฤดูร้อนที่ร้อนจัดประจำปี 2026 แต่โลกนาฬิกาก็ได้รังสรรค์ผลงานที่เสริมสร้างบรรยากาศฤดูร้อนต่อยอดสู่การเป็นชิ้นงานสำหรับเก็บสะสมมามากมาย เรื่องราวเบื้องหลังของนาฬิกาสีสันสะดุดตาไม่ได้มีเพียงความสนุกสนานจัดจ้านและมิติความสวยงามจากสีสันเท่านั้น เพราะมันเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจ ทั้งเชิงกลไก วัสดุ เทคนิคเชิงศิลป์ เรื่อยไปจนถึงความหรูหราเหนือระดับ แต่จุดร่วมที่เหมือนกันคือกลิ่นอายความสปอร์ตที่ถูกออกแบบมาเหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน นำมาสู่ธีมการคัดสรร ‘Time for Coloured-Summer’ ที่โว้กประเทศไทยพร้อมเสิร์ฟ 5 เรือนเวลาที่โดดเด่นที่สุด
นิยามของนาฬิกาสีสนสดใสกับภาพลักษณ์ที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
ท่ามกลางความคลาสสิกและวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นสู่ความเป็นเลิศตามธรรมเนียมนิยม จักรวาลนาฬิกาถือเป็นพื้นที่ที่ยึดโยงกับความดั้งเดิมอยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้นหากเมซงนาฬิกาจะรังสรรค์ชิ้นงานที่แปลกแตกต่างจึงกลายเป็นความท้าทายที่ต้องตอบคำถามสาวกนาฬิกาพันธุ์แท้ให้ได้ด้วยเหตุผลที่รองรับชัดเจนตามคอนเซปต์เรื่อยไปจนถึงการพัฒนาเดินหน้าอย่างมีจุดหมาย นาฬิกาสีสันสดใสจึงไม่อาจนำเสนอเพียงโทนสีหรือภาพความสนุกเท่านั้น เพราะสายตาที่จับจ้องความพิเศษต่างๆ ล้วนเฝ้ามองว่าเมซงนาฬิกาจะไม่ย้อมสีนาฬิกาไอคอนิกเพื่อวางจำหน่ายอย่างไร้จุดหมาย ความเคี่ยวในอุตสาหกรรมนี้จึงต้องมีเหตุผลและมุมมองด้านนวัตกรรมรองรับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเด่นชัดหรือแอบซ่อนแทรกอยู่ในรายละเอียดเล็กน้อยก็ตาม

AUDEMARS PIGUET – Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph 37MM
เชื่อว่าหลายคนคุ้นเคยกับนาฬิกา Royal Oak Offshore จาก Audemars Piguet กันเป็นอย่างดี เพราะนาฬิกาคือนาฬิกาสายสปอร์ตเต็มรูปแบบที่ออกแบบมาพร้อมสไตล์ความทะมัดทะแมง เหมาะสำหรับการสวมใส่ทั้งในชีวิตประจำวันและความสมบุกสมบัน ทว่าในปัจจุบัน ภายใต้การนำทัพของประธานกรรมการบริหารหญิง Illaria Resta แนวทางการพัฒนาเรือนเวลาก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่พร้อมเสริมสร้างโลกใหม่และตอบโจทย์การสวมใส่นาฬิกาแบบไม่มีข้อจัดเรื่องเพศ นาฬิกา Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph โฉมใหม่จึงมาพร้อมขนาดตัวเรือน 37 มิลลิเมตร เน้นโทนสีฟ้าอ่อนบนหน้าปัดลาย Tapisserie คุ้นตาและสายรับเบอร์ ในขณะที่ตัวเรือนโดดเด่นด้วยวัสดุพิงก์โกลด์ 18k ประดับเพชรเจียระไน brilliant-cut จำนวน 32 เม็ดอย่างงดงามรอบเบเซล ฟังก์ชั่นก็มาครบถ้วนทั้งการแสดงหลักชั่วโมง นาที และวินาทีในรูปแบบ Small Seconds ที่ขาดไม่ได้คือฟังก์ชั่นจับเวลาอันแม่นยำ หน้าปัดย่อยก็มาพร้อมรายละเอียดของขอบพิงก์โกลด์ตัดกับสีฟ้า ทั้งหมดนำเสนอความสมดุลระหว่างมิติความสปอร์ตตามแบบดั้งเดิมของเรือนเวลา Royal Oak Offshore แต่ก็เปิดโลกแห่งความสวยงามด้วยโทนสี เพชร และขนาดอย่างเหมาะสมลงตัว

RICHARD MILLE – RM07-01 Coloured Ceramics
อีกหนึ่งนาฬิกาสายสปอร์ตเต็มรูปแบบที่หลายคนนึกถึงทันทีเมื่อกล่าวถึงหมวดนี้คือ Richard Mille ในปีนี้การนำเสนอนาฬิกาเรือนใหม่อย่าง RM07-01 Coloured Ceramics สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ เพราะนี่เป็นนาฬิกาสำหรับผู้หญิงเต็มรูปแบบที่ผสมผสานทั้งความสปอร์ต ความหรูหรา รายละเอียดดั่งงานศิลปะ และเทคนิคการรังสรรค์ด้วยวัสดุอันมีเอกลักษณ์ไว้ด้วยกัน หากใครจินตนาการถึงฤดูร้อนเปี่ยมสีสัน นาฬิกาเรือนนี้สามารถสะท้อนแนวคิดเหล่านั้นได้อย่างตรงไปตรงมา แต่กลับซับซ้อนด้วยเบื้องหลังการรังสรรค์ที่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบ นาฬิกาเรือนนี้โดดเด่นตั้งแต่วัสดุตัวเรือนเซรามิก TZP รอบตัวเรือนเจาะช่องเป็นรูปทรงและจุดเพื่อประดับเพชรและฐานไวต์โกลด์ ในขณะที่การจัดเรียงรูปทรงในหน้าปัดประดับตกแต่งด้วยเซรามิกสีที่เพิ่มเติมรายละเอียดด้วยเทคนิคกีโยเช่ ขอบตัวเรือนยังเผยให้เห็นความงดงามของการตกแต่งและเซ็ตติ้งที่แอบซ่อนความหรูหรา เคสด้านหลังเผยให้เห็นรายละเอียดของกลไกอย่างชัดเจน โดยความหรูหราทั้งหมดใช้อัญมณีอย่างซาโวไรต์และแซปไฟร์สีชมพู ควบคู่กับเพชรเพื่อสะท้อนมุมมองการพัฒนาเรือนเวลาสำหรับผู้หญิงที่สามารถเป็นนาฬิกาสปอร์ตและนาฬิกาสุดหรูในคอลเล็กชั่นในเวลาเดียวกัน

HUBLOT – Big Bang Summer Multi-Colored Ceramic 42MM
อีกหนึ้งเรือนเวลาเซรามิกที่สรรสร้างผ่านแนวคิดสีสันแห่งฤดูร้อนอย่างชัดเจนคือ Big Bang Summer Multi-Colored Ceramic 42MM จาก Hublot โดยนาฬิกาเรือนนี้พัฒนาวัสดุด้วยเทคนิค Microblasted และขัดด้านจนได้เคสโทนสีชมพูและเขียวมิ้นต์ จับคู่เข้ากับเบเซลสีฟ้าบริเวณเบเซลที่ยึดติดตัวเรือนด้วยสกรูว์รูปตัว H จำนวน 6 ตัว อันเป็นเอกลักษณ์ ด้านฟังก์ชั่นนาฬิกาเรือนนี้อัดแน่นด้วยกลไก HUB1280 UNICO ซึ่งเป็นนาฬิกาอัตโนมัติที่มาพร้อมการจับเวลาแบบ Flyback บนหน้าปัดจึงมีหน้าปัดย่อยแสดงผลการจับเวลา หน้าต่างวันที่ และจัดสรรโครงสร้างเพื่อเผยรายละเอียดกลไกอย่งโดดเด่น ซึ่งทั้งหมดถูกวางแผนกับการจัดวางสีสันเป็นอย่างดี โทนสีชมพู เขียว และฟ้าผสมผสานเข้ากันราวกับเป็น Cotton Candy นอกจากนี้ตัวสายรับเบอร์สีฟ้าที่ตัดกับเส้นสีขาวยิ่งขับความโดดเด่นของสีมากขึ้นอีกระดับ ทั้งหมดจึงกลายเป็นผลงานเรือนเวลาที่สื่อถึงฤดูร้อนแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และกลายเป็นแนวทางสำคัญของเมซงในการสรรสร้างนาฬิกาในปีนี้ด้วยเช่นกัน

H.MOSER & CIE. – Streamliner Alpine Drivers Pink Edition
เมื่อก้าวเข้าสู่โลกนาฬิกาปัจจุบัน นอกจากนาฬิกาดำน้ำ นาฬิกาสายสปอร์ตรูปแบบต่างๆ อีกหนึ่งมิติที่ขาดไม่ได้คือวงการ Formula 1 ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สำหรับ H.Moser & Cie. พาร์ตเนอร์สำคัญของ BWT Alpine F1 Team พัฒนานาฬิกาสายสปอร์ตเต็มรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนจากโทนสีฟ้าสู่สีชมพูประจำทีม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการหยิบยกรากฐานการสรรสร้างนาฬิกาแบบดั้งเดิมเพื่อสอดประสานไปกับความแม่นยำและศักยภาพ ต่อยอดออกมาเป็น Streamliner Alpine Drivers Pink Edition นาฬิกาสีชมพูหน้าปัดสเกเลตันขนาด 42.3 มิลลิเมตร กลไกโดดเด่นที่เป็นแกนหลักสำคัญในครั้งนี้คือกลไกการจับเวลาที่สร้างประสบการณ์การใช้งานอย่างลื่นไหลด้วยปุ่มกดบริเวณตำแหน่ง 2 และ 10 นาฬิกา ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre HMC 700 ที่เมซงพัฒนาร่วมกับ AGENHOR ที่นอกจากจะทำให้การจับเวลาลื่นไหลยังมีศักยภาพสำรองพลังงานได้มากถึง 72 ชั่วโมง ในส่วนขององค์ประกอบอื่นๆ ก็น่าสนใจเช่นกัน เมซงปรับเปลี่ยนเม็ดมะยมมาสู่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา พร้อมรายละเอียดการสลักสัญลักษณ์รูปตัว M ตัวเข็มบนหน้าปัดก็เป็นสีชมพูจากการเคลือบ Globolight® ตัดกับเข็มจับเวลาที่ถูกออกแบบมาเป็นสีฟ้า ยังมีมาตรวัด Tachymeter บริเวณขอบด้านในอีกด้วย ปิดท้ายด้วยสายรับเบอร์สีชมพูตอบโจทย์ทั้งการใช้งานอย่างเบาสบายและความสวยงามที่สอดคล้องไปกับตัวเรือนอย่างเหมาะสม

TAG HEUER – Formula 1 Solargraph 38MM
ปิดท้ายสีสันแห่งความสนุกด้วยอีกหนึ่งนาฬิกาที่นำเสนอเรื่องราวของการแข่งขัน Formula 1 โดยครั้งนี้ TAG Heuer ไม่ได้เป็นเพียงพาร์ตเนอร์ของทีมเดียวเท่านั้น แต่วางจุดยืนในฐานะ Official Timekeeper ซึ่งเปิดทางให้การพัฒนาเรือนเวลาเพื่อตอบโจทย์สาวกการแข่งรถสูตรหนึ่งอย่างเต็มที่ รายละเอียดสำคัญในครั้งนี้คือนาฬิกา Formula 1 Solargraph ที่แท้จริงแล้วเป็นกระแสมาตั้งแต่ปีก่อน แต่ครั้งนี้มีการเพิ่มเติมเรื่องสีสันและรายละเอียดหลายส่วนให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น จุดสำคัญจุดแรกคือการใช้วัสดุ TH-Polylight สีชมพูพาสเทลมาเป็นหัวใจหลักของนาฬิกาเรือนนี้ จับคู่เข้ากับเบเซลหมุนรอบทิศทาง ในขณะเดียวกันก็สอดประสานไปกับหน้าปัดโอปอลินสีเดียวกัน เข็มกลางมาโทนสีชมพูเข้มตัดกัน ผสมผสานโทนสีขาวที่ปรากฏอยู่ทั้งบนหลักเวลา โลโก้ และอื่นๆ ในขณะที่เข็มชั่วโมงและนาทีเป็นแบบฐานโรเดียมลงแล็กเกอร์สีขาวและเคลือบสารสะท้อนแสงที่สามารถใช้งานบอกเวลายามค่ำคืน เพิ่มเติมรายละเอียดบนหน้าปัดอีกสัดนิดด้วยหน้าต่างวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา ในขณะเดียวกันก็ประกอบตัวเรือนเข้ากับสายรับเบอร์สีชมพูพาสเทล ทำให้นาฬิกาสายสปอร์ตเรือนนี้แทนที่จะดูแข็งแกร่งทรงพลัง แต่ด้วยโทนสีและรายละเอียดที่นวลตากลับทำให้นาฬิกาเรือนนี้เพียบพร้อมเป็นนาฬิกาที่งดงามสำหรับการสวมใส่ชีวิตประจำวันและเก็บสะสมเป็นนาฬิกาที่มีสีเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถ้าหากใครกำลังมองหานาฬิกาสำหรับฤดูร้อนที่แสนสดใสก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของโลกนาฬิกาได้กับบทความ VOGUE SCOOP | การหลอมรวมเส้นแบ่งระหว่างจิวเวลรีกับนาฬิกา นิยามความหรูหราในปี 2026)

