ท่ามกลางคลื่นลมร้อนระอุจาก ‘Heatwave’ ณ กรุงปารีส ส่งผลให้ปารีสแฟชั่นวีกครั้งนี้มีมิติความน่าสนใจท้าทายความเร่าร้อนของสภาพอากาศ เมื่อมองลึกไปถึงโชว์คอลเล็กชั่นต่างๆ จะพบกันวิธีการสรรสร้างผลงานที่น่าสนใจ และมีประเด็นให้น่าติดตามมากมาย ดังนั้นการนำเสนอผลงานของเหล่าดีไซเนอร์หัวแถวไปจนถึงแบรนด์อิสระ จึงเพียบพร้อมด้วยความน่าสนใจ โว้กจึงชวนทุกคนมาสรุปรวบยอดว่าไฮไลต์ในปีนี้มีที่ไม่ควรพลาดบ้าง
ปารีสแฟชั่นวีก คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027
ดูเหมือนว่าประเด็นมากมายจะเกิดขึ้นกับปารีสแฟชั่นวีกครั้งนี้ ช่วงเวลาระหว่างวันที่ 23 – 28 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา มีแบรนด์ชั้นนำต่างนำเสนอความโดดเด่นกันแบบต่อเนื่องทุกวัน กระแสความร้อนคือประเด็นที่ทำให้ทุกคนพูดถึง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้โลกแฟชั่นต้องหยุดชะงัก มากไปกว่านั้นยังมีความเร่าร้อนเพิ่มเติมจากเหล่าเซเลบริตี้ทั่วโลก โดยเฉพาะเซเลบริตี้ฝั่งเอเชียที่ยังคงรักษามาตรฐานความน่าตื่นเต้น เนรมิตโลกของความหวือหวาให้กับปารีสแฟชั่นวีกครั้งนี้ได้อย่างเต็มที่ หรือจะเป็นการเดบิวต์คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษของดีไซเนอร์ชื่อดัง กองทัพศิลปินไทยมหาศาล เรื่อยไปจนถึงเทรนด์และโมเมนต์ไวรัลที่คอแฟชั่นตาลุกวาว

GO! CORTIS
หากจะกล่าวถึงเซเลบริตี้ที่แฟนๆ รอติดตามมากที่สุดคงต้องกล่าวถึง 5 หนุ่มวง CORTIS ศิลปินเคป๊อปรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาครองใจแฟนๆ ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นาน แต่ด้วยเสน่ห์และแนวโน้มในการเติบโตสู่การเป็นศิลปินระดับโลก ทั้ง 5 หนุ่มจึงได้รับโอกาสเข้าสู่เส้นทางสายแฟชั่นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากปัจจัยความสามารถ กระแสความโด่งดัง ไปจนถึงสไตล์ที่สะท้อนออกมาด้วยมิติความสดใหม่ที่โลกแฟชั่นต้องการมากที่สุด สำหรับ Seonghyeon, Keonho และ Juhoon เดินทางมาปารีสเพื่อชมโชว์ Dior ในขณะที่วันก่อนหน้า James และ Martin ร่วมสร้างโมเมนต์อันน่าจดจำกับ Saint Laurent ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งหมดสร้างกระแสไวรัลอย่างล้นหลาม มีแฟนๆ ต้อนรับอย่างหนาแน่น บนโลกออนไลน์เองก็ได้รับความสนใจจนถือเป็นแขกคนสำคัญที่แม้จะยังไม่ใช่แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ใดแต่ก็ครองพื้นที่สื่อและฉายภาพอนาคตอันสดใสอย่างไร้ที่ติ ซึ่งก่อนหน้านี้ 5 หนุ่มเคยร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นระดับแถวหน้ามาแล้ว ยกตัวอย่างเช่นการร่วมงานกับดิออร์กับงานกลางกรุงโซล หรือจะเป็นการทำงานโปรเจกต์พิเศษต่างๆ ทว่าการเดินทางสู่ปารีสแฟชั่นวีกโดยตรง คือสัญญาณที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า “CORTIS กำลังก้าวขึ้นสู่บันไดแห่งความสำเร็จในวงการแฟชั่น”

The Heatwave
เมื่อพูดถึงความเร่าร้อนและกระแสร้อนแรงของเซเลบริตี้ไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ ‘Heatwave’ นี่คือปรากฏการณ์กระแสลมร้อนที่ร้อนที่สุดของฝรั่งเศสในรอบหลายทศวรรษ หรืออาจจะกล่าวได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของคนยุคนี้เลยก็ว่าได้ ต้องบอกว่ามันรุนแรงถึงขนาดพรากชีวิตผู้อยู้อาศัยได้เลยทีเดียว แฟชั่นวีกท่ามกลางอากาศหฤโหดจึงไม่ใช่เพียงความแปลกแตกต่าง แต่คือความท้าทายในหลายมิติ ตารางโชว์จำนวนไม่น้อยต้องเลื่อนมาช่วงเช้าเพื่อไม่ให้ชนกับเวลาแสงอาทิตย์แผดเผาอย่างรุนแรงจนเกินรับไหว Dior ประกาศอย่างชัดเจนจากเดิมที่จะจัดโชว์เวลาเที่ยงครึ่ง แต่เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเร่งจัดโชว์ตั้งแต่เช้าตรู่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านี่คือสถานการณ์คับขันที่ไม่ได้ส่งผลถึงแค่ความสบาย แต่คือสถานการณ์สุ่มเสี่ยงที่ส่งผลต่อร่างกายและความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็มีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อมา เมื่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่ถอยสลอตมาจองช่วงเช้า เท่ากับว่าจะเกิดการซ้อนทับของตารางโชว์ของแบรนด์ขนาดย่อมด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ตารางโชว์ระหว่างวันไม่ลงตัว พื้นที่สื่อของโชว์ต่างๆ ก็อาจไม่ได้เท่าเทียมเชิงโอกาส แต่ถ้าจะมองเป็นเรื่องสภาพอากาศที่ควบคุมไม่ได้ ก็อาจจะไม่ได้มีใครอยากให้เกิดแบบนี้เช่นกัน
นอกเสียจากความคลาดเคลื่อนของตารางโชว์แล้ว สิ่งที่ทำให้ปารีสแฟชั่นวีกรอบนี้พิเศษคือการหยิบยกไอเดียมาสรรสร้างเป็นผลงานคลายร้อน สำหรับ Rick Owens ท้าทายสภาพอากาศร้อนระอุ ณ Palais de Tokyo การจับมือกับ Adidas สร้างสรรค์ชุดพองลมติดแอร์ เปลี่ยนจากแฟชั่นขบถและแนวทางที่เน้นมิติเชิงศิลป์ สู่งานศิลปะอันมีเอกลักษณ์ที่สามารถสอดผสานฟังก์ชั่นให้ความเย็นได้อย่างหวือหวาและเป็นที่สนใจ แท้จริงแล้วชุดดังกล่าวใช้เทคโนโลยี ‘Climacool’ เพื่อดูดอากาศจากภายนอกและหมุนเวียนลมภายในเสื้อ ช่วยลดความร้อนให้ผู้สวมใส่ระหว่างใช้งานจริง นอกจากระบบพัดลมแล้วยังมีเสื้อกั๊กทำความเย็น เดิมพัฒนาขึ้นสำหรับนักกีฬาระดับอาชีพ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกายก่อนการแข่งขัน นับเป็นผลงานการรังสรรค์ที่น่าตื่นเต้นทั้งการคอแลบอเรชั่นเรื่อยจนถึงจังหวะจะโคนการนำเสนอสอดคล้องกับสภาพอากาศหฤโหดพอดิบพอดี

Men’s Collection Debutants
ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินหน้าพัฒนาเส้นทางแฟชั่นของตัวเองอย่างเข้มข้น แต่ดีไซเนอร์ระดับหัวแถวกลับเพิ่งเริ่มต้น แม้หลายคนจะเริ่มคุ้นเคยกับผลงานจากดีไซเนอร์ที่ผ่านสมรภูมิเก้าอี้ดนตรีมาแล้วพอสมควร ในขณะเดียวคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษอาจไม่ใช่สิ่งแรกที่นึกถึง Sarah Burton กับการกุมบังเหียน Givenchy เผยโฉมคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษเป็นครั้งแรก โดยนำเสนอในรูปแบบพรีเซนเทชั่นและลุคบุ๊ก ไม่ได้จัดโชว์แต่อย่างใด ทว่าเรื่องราวเบื้องหลังของคอลเล็กชั่นดังกล่าวคือความตั้งใจของเธอที่จะนำเสนอความเก่งฉกาจในเรื่องเสื้อผ้าบุรุษ จากเดิมเธอต้องหยิบยกเอาองค์ประกอบหรือแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าบุรุษ เพื่อสอดแทรกลงในคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าสตรี ไม่ว่าจะเป็นความเฉียบคมของงานเทเลอริ่ง หรือจะเป็นสัดส่วนของเสื้อผ้าที่ส่งเสริมสรีระของผู้สวมใส่ในแบบของสุภาพบุรุษ คอลเล็กชั่นเดบิวต์นี้จึงเพียบพร้อมด้วยงานเทเลอริ่งสุดเนี้ยบ ตั้งแต่เลเยอร์ชั้นในอย่างเสื้อเชิ้ตแสนเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยคุณภาพและรายละเอียดลูกเล่นแบบพองาม ในขณะเดียวกันงานเทเลอริ่งอันแสนถนัดของซาร่าห์ก็มาพร้อมความคลาสสิก ในขณะที่บางลุคก็สอดแทรกรายละเอียดของงานฝีมือ โดยเฉพาะการปักประดับและการใช้สีที่มีเอกลักษณ์อย่างยิ่ง มากไปกว่านั้นยังผสมผสานองค์รวมให้กลมกล่อมด้วยเสื้อผ้าสปอร์ตที่ถูกตีความใหม่และมอบสีสันสดใสให้กับคอลเล็กชั่นนี้อย่างเต็มที่
อีกด้านหนึ่งดีไซเนอร์ที่เดบิวต์คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษบนรันเวย์เป็นครั้งแรกคือ Michael Rider หลังจากสร้างความตื่นเต้นในการพาภาษาการออกแบบจาก Celine ยุคก่อนหน้ากลับมาให้แฟนๆ หายคิดถึงอีกครั้ง วันนี้โลกแฟชั่นของเมซงครอบคลุมสำหรับสุภาพบุรุษแล้ว วันนี้ดีไซเนอร์ชาวอเมริกันถอดภาษาของผลงานสไตล์ปาริเซียง เน้นย้ำที่ความหลากหลายและกล้านำเสนอคาแร็กเตอร์เฉพาะตัว ไม่ปิดกั้นในการทดลอง เปรียบเสมือนการเคลื่อนไหวที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ความกล้าในการปรับแต่งและสรรสร้างแฟชั่นในรูปแบบของแต่ละปัจเจกบุคคล นำมาสู่วิธีการสไตลิ่งไอเท็มชิ้นเบสิกหลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงวิธีการจับคู่สีและเสื้อผ้าในมุมที่น่าสนใจ แม้จะแยกชิ้นออกมาแล้วไม่ได้หวือหวาขนาดเป็น ‘statement-piece’ แต่เชื่อว่าหากเปรียบเป็นอาหารเมื่อนำมาผสมผสานรวมกันจะมีรสชาติกลมกล่อมแน่นอน

Massive Scenes of Thai Stars
ซีนใหญ่ของเหล่าเซเลบริตี้ในยุคปัจจุบันคงจะขาดแขกคนสำคัญของแบรนด์ต่างๆ จากประเทศไทยไปไม่ได้ ด้วยรูปแบบของกระแสนิยมที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์จากแรงสนับสนุนของแฟนคลับทำให้เกิดปรากฏการณ์ความฮอตสู้แดดปารีสได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ ฐานแฟนคลับอันเหนียวแน่นผลักดันให้พวกเขาสามารถยืนหยัดและได้รับความสนใจจากแบรนด์ระดับแถวหน้ามากมาย บ้างก็นำเสนอในรูปแบบของความสง่างาม หรือในอีกมุมก็นำเสนอความขบถจัดจ้านเปลี่ยนภาพจำของคาแร็กเตอร์ไปโดยสิ้นเชิง เริ่มตั้งแต่วันแรกกับ ‘โฟร์ท-ณัฐวรรธน์’ ที่มาร่วมชมโชว์ Louis Vuitton ด้วยสถานะ Friend of the House เป็นครั้งแรก เคียงคู่กับเฮาส์แอมบาสเดอร์อย่าง ‘แบมแบม-กันต์พิมุกต์’ ต่อมา ‘ไบร์ท-วชิรวิชญ์’ และ ‘ตู-ต้นตะวัน’ ก็สร้างกระแสความไวรัลกับการเดินทางไปชมโชว์ AMI Paris นอกจากนี้ยังมีคู่ ‘ตี๋ตี๋-วันพิชิต’ และ ‘ป๋อ-ศุภการ’ ที่นำเสนอความหวือหวาน่าตื่นเต้นกับโชว์ Vetements หรือจะเป็น ‘บุ๊ค-กษิดิ์เดช’ กับการเดินทางเพื่อชมโชว์ Celine เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี ‘ต้าห์อู๋-พิทยา’ กับการร่วมทริป Christian Louboutin ปิดท้ายด้วยคู่ ‘โทมัส-ธีร์ทัศน์’ กับ ‘ก้อง-ก้องภพ’ ในการเยือนปารีสเพื่อโชว์ AMIRI โดยเฉพาะ นับเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่เหล่าแขกคนสำคัญจากประเทศไทย สร้างซีนใหญ่ในเวทีแฟชั่นระดับโลก

Hermès Transition Period
ในขณะที่หลายแบรนด์กำลังเดินหน้าอย่างหนักแน่น แต่สำหรับ Hermès นี่คือยุคเปลี่ยนผ่านในด้านของแฟชั่นเสื้อผ้าบุรุษ เพราะ Véronique Nichaian ประกาศอำลาและจัดโชว์ส่งท้ายไปตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่ง Grace Wales Bonner ดีไซเนอร์สายเลือดใหม่ผู้จะมารับไม้ต่อก็จะเริ่มนำเสนอผลงานอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2027 หมายความว่าเมซงอันยิ่งใหญ่จะต้องอยู่ในภาวะสุญญากาศไร้หัวเรือใหญ่ในฤดูกาลนี้ บทบาทหน้าที่การประสานรอยต่อระหว่างยุคสมัยจึงตกเป็นของทีมดีไซน์ โดยคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 นี้ทีมดีไซน์หลังบ้านไม่เลือกทางหวือหวาแต่เลือกที่จะรักษามาตรฐานและชูจุดเด่นของเมซง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความเนี้ยบประณีตและงานเทเลอริ่ง รูปแบบเสื้อผ้าเรียบง่ายแต่คลาสสิกชี้ให้เห็นถึงความอมตะเหนือกาลเวลา ในขณะที่เครื่องหนังที่มาในรูปแบบเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าก็ยังเหนือระดับเช่นเคย มากไปกว่านั้นยังสอดแทรกการใช้สีสันเพื่อเพิ่มมิติความหลากหลายของห้วงอารมณ์ความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน สีขาว ผสมเข้ากับสีโทนอุ่น พร้อมด้วยสีโทนกลางอย่างสีดำและเทา สัดส่วนเสื้อผ้านั้นอาจไม่ได้หวือหวาแต่ขับความโดดเด่นของผู้สวมใส่แบบไม่ต้องตะโกน รายละเอียดของแอ็กเซสเซอรี่ก็น่าสนใจ ไฮไลต์อย่างเสื้อโค้ต เสื้อเชิ้ตไร้ปก แจ็กเก็ต พาร์กา และอื่นๆ อีกมากมายก็เรียงรายมาให้เชยชมอย่างครบถ้วน แอร์เมสไม่ได้เลือกเปลี่ยนผ่านยุคสมัยด้วยนิยามแห่งการเปลี่ยนแปลง ทว่ากำลังสร้างรากฐานให้แน่นหนายิ่งขึ้นเพื่อรองรับการเข้ามาของมิติความสร้างสรรค์และการเดินทางสู่อนาคตอย่างมีประสิทธิภาพในปีหน้า

Flowing Waves in Paris by Louis Vuitton
สาธยายเรื่องราวของปารีสแฟชั่นวีกหลายมิติ ผู้เขียนขอย้อนกลับสู่ความประทับใจตั้งแต่วันแรกในซีซั่นนี้ กับโชว์ Louis Vuitton คอลเล็กชั่นเสื้อผ้าบุรุษ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 โดย Pharrell Williams ต้องบอกว่ามาตรฐานความยอดเยี่ยมในการจัดโชว์ไม่เคยตก และยิ่งเพิ่มความน่าตื่นเต้นทุกครั้ง สำหรับอากาศอันร้อนระอุมันดันสอดรับเข้ากับคอนเซปต์ของโชว์นี้พอดิบพอดี เพราะเมซงหลุยส์ วิตตองเนรมิตพื้นที่ Cité Internationale Universitaire de Paris ให้กลายเป็นชายหาดที่มีคลื่นม้วนเกลียวเหมาะแก่การเล่นเซิร์ฟ เชื่อมโยงถึงมิติการสร้างสรรค์เสื้อผ้าด้วยเช่นกัน โครงสร้างออกแบบให้ผืนน้ำม้วนเกลียวเหมือนธรรมชาติ ซึ่งน้ำดังกล่าวเป็นน้ำที่ผ่านจากแหล่งการบำบัดน้ำของปารีสโดยตรง และน้ำสะอาดทั้งหมดนี้หลังโชว์จะเข้าสู่ระบบน้ำผ่านกระบวนการระบบปิด แผนงานความสร้างสรรค์นี้เป็นดั่งเครื่องมือสื่อสารถึงการร่วมมือกับ Coral Gardeners พัฒนาแผนการฟื้นฟูปี 2030 มากไปกว่านั้นพื้นที่หาดทรายยังถูกปูด้วยทรายละเอียดอย่างงดงาม และหลังจากโชว์จบลง

Saintderella
หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์กับแบบองค์รวมหรือปรากฏการณ์ใหญ่ๆ กันไปแล้ว ประเด็นที่คอแฟชั่นทั่วโลกอาจแอบอมยิ้มเล็กน้อยคือเทรนด์การหยอกล้อไอเท็มจากโชว์ Saint Laurent เพราะรองเท้าหนังทรงดาร์บี้แปรเปลี่ยนเป็นรองเท้าวัสดุ TPU โปร่งแสง มองทะลุเห็นเท้าของนายแบบกันถ้วนหน้า โมเมนต์ ณ Bourse de Commerce ถูกตั้งชื่อเล่นว่า “Saintderella” หรือรองเท้าแก้วในเวอร์ชั่นบุรุษ ดังนั้นนี่คือโมเมนต์เบาสมองของคนแฟชั่นที่ชวนอมยิ้มและสลัดคราบความทุกข์ในสภาพอากาศเร่าร้อน สู่ความสุขที่เห็นความหลากหลายและการเปิดโลกใหม่ๆ ของแฟชั่นบุรุษ

Senses of Rebellion
กลิ่นอายความขบถยังคงเป็นอีกหนึ่งรสชาติตัดเลี่ยนของแฟชั่นวีกเสมอมา ซึ่งในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 ที่เต็มไปด้วยความร้อน เลเยอร์ของเสื้อผ้าอาจไม่ได้สลับซับซ้อนเท่าเสื้อผ้าฤดูหนาว แต่เมื่อความสร้างสรรค์พุ่งทะลุเพดาน ความสามารถในการสร้างสรรค์ความขบถก็น่าสนใจไม่แพ้กัน Vetements ถ่ายทอดกลิ่นอายความสตรีตพร้อมถอดรากโครงสร้างมาปรับแต่งใหม่ คลุกเคล้าเข้ากับมิติด้านสีสัน ในขณะที่ Willy Chavarria สร้างความตื่นเต้นด้วยการนำความเย้ายวนมาเป็นแกนหลัก ทั้งรูปแบบของเสื้อยืดสวมแบบเปิดอก กางเกงขาสั้นแบบหลุดลุ่ย ไปจนถึงงานเทเลอริ่งที่ซิลูเอตแตกต่างไม่เหมือนกัน ในขณะเดียวกัน Comme des Garçons Homme Plus ยังคงจัดจ้านด้วยการรื้อสร้างเสื้อผ้าแบบแฟนตาซี มาพร้อมกับผสมผสานสีสันที่น่าสนใจอย่างครบถ้วน เช่นเดียวกับการใช้ลวดลายและกราฟิก ชูความโดดเด่นของหมวกปีกกว้างกับสายระโยงระยางในทุกลุค นอกจากนี้ยังมีแบรนด์เสื้อผ้าอิสระและดีไซเนอร์สายเลือดใหม่ในปารีสแฟชั่นวีกที่สามารถสร้างสีสันให้กับโลกแฟชั่นในยุคที่ธุรกิจเป็นหัวใจสำคัญได้อย่างยอดเยี่ยม

Jonathan Anderson’s Next Step
ก้าวต่อไปของ Jonathan Anderson คืออะไร…คำถามสำคัญของโลกแฟชั่นที่จับจ้องดีไซเนอร์หัวเรือใหญ่ Dior มาตลอดหลังจากได้รับตำแหน่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาเลือกจะสรรสร้างคอลเล็กชั่นด้วยการดึงเอาอาร์ไคฟ์ของเมซงมาปัดฝุ่นและเพิ่มรายละเอียดในสไตล์ของตัวเองลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คอลเล็กชั่นเปิดตัวก็เป็นผลงานเสื้อผ้าบุรุษที่กลายเป็นต้นแบบของคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าสตรีในเวลาต่อมา วันนี้เขาสร้างบรรทัดฐานกับแนวทางความสร้างสรรค์อีกครั้ง โดยครั้งนี้กับวิธีการเปลี่ยนรูปแบบงานเทเลอริ่งและเลเยอร์นอกแบบหนักแน่น สู่ความโปร่งเบารับฤดูร้อน ลวดลายตารางและแพตเทิร์นคลาสสิกสามารถมองผ่านทะลุจนถึงเลเยอร์ด้านใน แม้มันจะดูลำลองและพลิ้วไหวเบาสบายเหมาะสำหรับฤดูร้อน แต่เมื่อมองถึงแรงบันดาลใจและรากฐานของเสื้อผ้า จะพบถึงความแฟนตาซี กลิ่นอายความทางการที่ถูกดัดแปลง ไปจนถึงการแสดงคาแร็กเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ของสุภาพบุรุษดิออร์ แต่เป็นสุภาพบุรุษวัยหนุ่มที่เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิต ดังนั้นการที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าดิออร์ปรับแต่งรูปโฉมให้เด็กลง และจะเป็นช่นนี้ต่อไปในอนาคตก็ไม่ใช่ความเข้าใจที่ผิดนัก

The Classic Refinement
ถึงโลกจะก้าวไปพร้อมกับมิติความหรูหราและน่าตื่นเต้นของแฟชั่นมากเพียงใด แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้และยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนของวงการแฟชั่นเสื้อผ้าบุรุษคือความคลาสสิกอันสง่างาม ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้แปลว่าลุคสวมสูทผูกเนกไทหรือความเนี้ยบกริบสไตล์ซาร์ทอเรียลจะต้องน่าเบื่อเสมอไป ความคลาสสิกที่ผู้เขียนนิยามคือภาพความแปลกใหม่ในการหยิบยกเอาหลักคิดสำคัญมาตีความและนำเสนอผ่านรูปแบบของแพตเทิร์น ซิลูเอต สีสัน และการสไตลิ่ง ในซีซั่นนี้จะพบกับแบรนด์หลากหลายที่หยิบยกความเบสิกเรียบง่ายมาเพิ่มเติมลายเส้นฝีแปรงความสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ Dries Van Noten โดย Julian Klausner นำเสนอความเรียบง่ายแต่ยกระดับให้น่าตื่นเต้นด้วยเลเยอร์ต่างๆ และการใช้สีสันที่ไม่เหมือนใคร Wales Bonner กับงานเทเลอริ่งที่เฉียบคมแต่มีรายละเอียดของโครงสร้างเฉพาะตัว Sacai กับการแต่งเติมแอ็กเซสเซอรี่และเล่นกับสัดส่วนของเสื้อผ้า นอกจากยังมีแบรนด์อย่าง Celine ที่นำเสนอความครอบคลุมตอบโจทย์ทุกความต้องการ หรือจะเป็น AMIRI ที่สามารถสอดแทรกความสนุกและสะดุดตาในงานเทเลอริ่งโฉมใหม่ และ Kolor กับการเลือกใช้สีมาเป็นแนวคิดหลักเพื่อผลักดันความคลาสสิกให้สอดประสานในโลกยุคโมเดิร์นไปอย่างไร้รอยต่อ

BTS Still in Charge
ปิดท้ายปารีสแฟชั่นวีกครั้งนี้ด้วยโมเมนต์ของเซเลบริตี้ที่ยังคงสร้างความหวือหวาและดึงดูดให้แฟนคลับติดตามอย่างเหนียวแน่น รักษามาตรฐานความยิ่งใหญ่ในเวทีแฟชั่นระดับโลก ผู้เขียนกำลังหมายถึงสมาชิกวง BTS โดยซีซั่นนี้ Jimin มาพร้อมความสง่างามกับเสื้อโค้ตตัวยาวและมนตร์เสน่ห์เหลือล้นราวกับเจ้าชายในโชว์ Dior เปิดฉากช่วงโค้งแรกของซีซั่นนี้ได้อย่างคึกคัก หลังจากนั้น V ก็เป็นอีกคนที่มาปรากฏตัวอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Celine ซึ่งชุดสีแดงเขาสะกดสายตาสื่อแฟชั่นและแฟนๆ ทั่วโลกแบบอยู่หมัด พร้อมสร้างโมเมนต์ที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ j-hope กับฐานะเฮาส์แอมบาสเดอร์ของ Louis Vuitton ที่เปิดเริ่มต้นวันแรกของปารีสแฟชั่นวีกพร้อมกับเหล่าแขกคนสำคัญจากทั่วโลก นับเป็นการปิดท้ายแฟชั่นวีกด้วยพลังจากสมาชิกวงเคป๊อปที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นและทรงพลังได้อย่างงดงาม
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของปารีสแฟชั่นวีกครั้งนี้กับปรากฏการณ์ศิลปินไทยในโลกแฟชั่นได้กับบทความ VOGUE SCOOP | เช็กลิสต์ดาราไทยในปารีสแฟชั่นวีกคอลเล็กชั่น Men's SS27)

