แฟชั่นโชว์ Hermès คอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษ ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 24 มกราคม ถือเป็นอีกหนึ่งในเหตุการณ์ครั้งสำคัญ บนหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่น เนื่องจากเป็นคอลเล็กชั่นอำลาตำแหน่งของ 'Véronique Nichanian' ผู้กุมบังเหียนแผนกสุภาพบุรุษมาอย่างยาวนาน ที่ยังคงรักษามาตรฐานของความเรียบหรูสง่างาม ภายใต้แนวคิด 'Time and the Garment' ที่เน้นให้ผู้สวมใส่รู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปอยู่ในบ้านอันอบอุ่น โดยมีแรงบันดาลใจสำคัญจากความต้องการสร้างสรรค์เสื้อผ้าให้กลายเป็น 'Vêtement-objet' หรือวัตถุเหนือกาลเวลา ที่ผสมผสานระหว่างมรดกตกทอดของแบรนด์ เข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ จนกลายเป็นการสรุปบทเรียน และปรัชญาการออกแบบตลอด 37 ปีของ 'Véronique Nichanian' ที่ว่า 'สไตล์ต้องไม่ยอมจำนนฟังก์ชั่นการใช้งาน และความหรูหราที่แท้จริง คือความสบายใจของผู้สวมใส่...'
เส้นทางระหว่าง 'Véronique Nichanian' กับ Hermès เริ่มต้นในปี 1988 โดยการชักชวนของ 'Jean-Louis Dumas' หลังจากที่เธอสั่งสมประสบการณ์จาก Cerruti มาอย่างยาวนาน เธอได้สร้างนิยามใหม่ให้แก่เหล่าสุภาพบุรุษ Hermès ว่าคือกลุ่มคนที่ชื่นชอบความประณีตที่ 'เห็นแก่ตัว' หรือดีเทลที่มีเพียงผู้สวมใส่เท่านั้นที่จะรู้ อาทิ ซับในที่นุ่มละมุน หรือการเย็บซ่อนตะเข็บที่ไร้ที่ติ โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า "ฉันไม่ได้ทำแฟชั่น แต่ฉันทำเสื้อผ้าที่เป็นวัตถุเลอค่า" ซึ่งคำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความยึดมั่นในคุณภาพ มากกว่ากระแสความนิยม ถึงแม้ว่าภายหลังจากคอลเล็กชั่น Hermès Men's Fall 2026 นี้ จะเป็นการอำลาตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรรค์ฝ่ายสุภาพบุรุษอย่างเป็นทางการ แต่เธอก็จะยังคงอยู่กับครอบครัว Hermès ต่อไป ในบทบาทที่ปรึกษาด้านเครื่องประดับ และผ้าไหม เพื่อส่งต่อจิตวิญญาณ และความเชี่ยวชาญให้แก่คนรุ่นหลัง
ซึ่งการเลือก Palais Brongniart หรืออดีตตลาดหลักทรัพย์แห่งกรุงปารีส เป็นเวทีสำหรับคอลเล็กชั่นอำลาของ 'Véronique Nichanian' ถือเป็นการเลือกสถานที่ที่มีความหมายลึกซึ้ง ด้วยอาคารสไตล์นีโอคลาสสิก โดดเด่นด้วยเสาโรมันขนาดมหึมา โถงกว้างที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การเงิน และการแลกเปลี่ยนของฝรั่งเศส อีกทั้งแสงไฟที่สาดส่องผ่านโครงสร้างหิน และเพดานสูง ช่วยขับเน้นความสง่างามของเสื้อผ้า และเผยให้เห็นถึงดีเทลอันประณีต เรื่อยจนการจัดที่นั่งแบบแถวยาวสุดเรียบง่าย ที่ช่วยให้สายตาของผู้ชมโฟกัสไปที่จังหวะการก้าวเดิน และผิวสัมผัสของเนื้อผ้าบนรันเวย์ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่างานดีไซน์ของ 'Véronique Nichanian' คือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเหนือกาลเวลา ไม่ต่างจากความมั่นคงของสถาบันที่โอบล้อมโชว์นี้ไว้
โดยไฮไลต์สำคัญของ Hermès คอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษ ฤดูใบไม่ร่วง/ฤดูหนาว 2026 คือการผสมผสานความร่วมสมัย เข้ากับจดหมายรักจากอดีตที่ 'Véronique Nichanian' เลือกหยิบชิ้นงานระดับไอคอนิกมาตีความใหม่ เพื่อพิสูจน์ปรัชญาความยั่งยืนของแบรนด์ อาทิ จั๊มพ์สูทหนังคอปกไบเกอร์จากปี 1991 ที่ยังดูทันสมัย เสื้อบลูซองหนังลูกวัวซับขนแกะจากปี 2004 และ ชุดสูทหนังลายพินสไตรป์จากปี 2003 ก่อนจะปิดท้ายด้วยลุคฟินาเล่ที่สะกดทุกสายตาด้วย เสื้อโค้ตตัวยาวทำจากหนังจระเข้สีเข้ม สวมทับกางเกงผ้าไหมสีดำทรงสลิม และเสื้อสเวตเตอร์คอสูง ซึ่งเธอได้ให้เหตุผลของการเลือกชุดนี้ว่า "ที่เลือกชุดนี้มาปิดตำนานก็เพราะ...มันสนุกดี" คำพูดสั้นๆ ที่แสดงถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยึดติดกับอดีต และความรักที่มีต่องานฝีมือ
ถัดมาในส่วนของดีเทล ที่ยังคงยึดมั่นในโครงสร้างเสื้อผ้าเรียบง่าย แต่เปี่ยมล้นไปด้วยรายละเอียด และเทคนิคซับซ้อน เพื่อสร้างความคอนทราสต์กับโทนสีคลาสสิก โดยเฉพาะการใช้สีชมพู Coral บนเสื้อโค้ตขนแกะ และเชิ้ตตัวนอกปักลาย ซึ่งเป็นการข้ามขีดจำกัดของสีสันในตู้เสื้อผ้าสุภาพบุรุษได้อย่างสง่างาม อีกหนึ่งดีเทลที่น่าสนใจคือ การใส่แฝงขี้เล่นผ่านแอ็กเซสเซอรีอย่าง กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมที่ขึ้นรูปหนังเป็นรูปวิทยุบูมบ็อกซ์ปี 1988 ที่เธอเริ่มก้าวเข้ามาทำงานที่ Hermès นอกจากนี้ยังมีไอเทมที่คาดว่าจะกลายเป็น Must-have อย่างแจ็กเก็ตหลากดีไซน์ ที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของแบรนด์มาใช้ได้อย่างแยบยล
1 / 1
หลังจาก 'Véronique Nichanian' ประกาศก้าวลงจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ Hermès ได้ประกาศให้ 'Grace Wales Bonner' ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษดาวรุ่ง ผู้มีชื่อเสียงจากการผสมผสานวัฒนธรรมยุโรป และแอฟริกันเข้ากับงานตัดเย็บชั้นสูง มารับไม้ต่อในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่ ซึ่งเธอจะเปิดตัวคอลเล็กชั่นแรกในฤดูกาลถัดไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของแบรนด์ ที่จะมุ่งเน้นไปที่ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยยังคงอยู่บนฐานของ Savoir-faire หรือความเชี่ยวชาญในงานฝีมือ ซึ่งหากมองทิศทางใหม่ของ Hermès ในอนาคต คาดน่าจะเป็นการรักษาสมดุลระหว่างความคลาสสิกที่ 'Véronique Nichanian' วางรากฐานไว้ กับมุมมองใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังทางวัฒนธรรมของ 'Grace Wales Bonner'

ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hermès ได้ที่ (ถอดรหัสปรากฏการณ์ ‘Beat Up Birkin’ การปู้ยี่ปู้ยำกระเป๋าไอคอนิกแบบชวนฉงน)

เปิดนาฬิกาม้าน้ำจาก Hermès กับการถ่ายทอดมิติเชิงศิลป์ด้วยงานฝีมือที่ละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว

ซูมผลงานศิลปะในบูติกรีโนเวตใหม่ของ Hermès พบกับผลงานของศิลปินชาวไทย ‘โอ-ธีรวัฒน์’
เจาะลึกทุกซอกทุกมุมพร้อมพาชมไอเท็มสุดพิเศษจากบูติก Hermès โฉมใหม่ ณ ไอคอนสยาม

















