ฉากหน้าแห่งการเปลี่ยนแปลงในวงการนาฬิกาหลายคนอาจนึกถึงนวัตกรรมด้านกลไก หรือการต่อยอดความหรูหราเหนือระดับจนเป็นปรากฏการณ์ซูเปอร์ลักชัวรี แต่สำหรับองค์ประกอบต่างๆ ก็มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนภาพภูมิทัศน์ของวงการนาฬิกามาไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องวัสดุตัวเรือนและสาย ซึ่งการคิดค้นพัฒนาในส่วนนี้กลายเป็นสิ่งหลักที่ได้รับความสนใจมาตลอดในช่วงหลัง เพราะคอนาฬิกาจะมีโอกาสได้เห็นความพิเศษของนาฬิกาโฉมใหม่ หรือจะเป็นนาฬิกาไอคอนิกที่ถูกปรับแต่งจนน่าตื่นเต้น
คำนิยามของ ‘NEW MATERIAL’ คืออะไร?
นิยามของวัสดุรูปแบบใหม่ในวงการนาฬิกาอาจไม่ได้หมายถึงความหวือหวาในการค้นพบเชิงวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการหยิบยกสสารต่างๆ มาผสมผสานรวมกันหรือสรรสร้างให้ออกมาในรูปแบบของเรือนเวลา ดังนั้นเครื่องมือบอกเวลาบนข้อมือจึงไม่ใช่เพียงมาตรวัดความหรูหราหรือนวัตกรรมเชิงกลไกชั้นยอด ทว่ากำลังหมายถึงการเปิดเส้นทางใหม่ๆ ผ่านการทดลองในการใช้วัสดุรูปแบบต่างๆ บ้างก็เพื่อวัตถุประสงค์เชิงฟังก์ชั่น บ้างก็เพื่อความสวยงาม หรือบางครั้งก็เพื่อยกระดับความหรูหราและสร้างคาแร็กเตอร์ความเฉพาะตัว

H.MOSER & CIE. X REEBOK – Streamliner Pump
หากจะกล่าวถึงเมซงนาฬิกาที่พัฒนาเดินหน้าสู่ความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เชื่อว่าคอนาฬิกาสายลึกจะต้องนึกถึงชื่อ H.Moser & Cie. เป็นลำดับต้นๆ ซึ่งครั้งนี้แบรนด์จับมือกับ Reebok แบรนด์กีฬาไอคอนิกเพื่อสรรสร้างนาฬิกาเชื่อมประสานกับรองเท้าสนีกเกอร์รุ่น ‘Pump’ ความพิเศษอยู่ที่การใช้วัสดุตัวเรือนที่ทำจาก ‘forged quartz’ ประกับเข้ากับโดมแซปไฟร์คริสตัลและโครงสร้างภายในวัสดุไทเทเนียม จุดเด่นสำคัญคือนาฬิกาเรือนนี้มีปุ่ม ‘Pump’ จำลององค์ประกอบหลักของรองเท้าสนีกเกอร์อันเลื่องชื่อ ซึ่งจุดนี้ทำหน้าที่เป็นตัวบูสต์พลังงาน เพราะเมื่อกดย้ำไปเรื่อยๆ พลังงานสำรองของเรือนเวลาจะเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าแสดงผลให้ตื่นเต้นกับบนหน้าปัดพร้อมกับหลักชั่วโมงและนาทีตามมาตรฐาน ตัวเรือนมีทั้งสีขาว-ดำ เติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยสายรับเบอร์ นอกจากนี้ยังมีเม็ดมะยมสลักสัญลักษณ์ ‘M’ นับเป็นนาฬิกาที่สะท้อนภาพความสนุกสนานและกิมมิกลูกเล่นได้น่าสนใจ เช่นเดียวกับการใช้วัสดุที่แตกต่างไม่เหมือนใคร

IWC SCHAFFHAUSEN – Big Pilot’s Perpetual Calendar Ceralume®
เคยไหมกับความคิดที่ว่านาฬิกาควรส่องสว่างเต็มรูปแบบในยามมืดมิด หากคุณมีความคิดนี้ IWC Schaffhausen พัฒนาคิดค้นนวัตกรรมวัสดุนาฬิกาที่จะมาตอบโจทย์เรียบร้อยแล้ว ปีนี้ไฮไลต์จากเมซงอาจมีมากมายหลายรูปแบบ ตั้งแต่นาฬิกาตะลุยอวกาศ นาฬิกาไอคอนิกในเวอร์ชั่นเซรามิก นาฬิกาปฏิทินที่ล้ำกว่าเดิม ทว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้คือนาฬิกาวัสดุ Ceralume® นวัตกรรมใหม่ล่าสุดกับการพัฒนาวัสดุที่ทำให้นาฬิกาสามารถส่องสว่างได้เต็มที่ เคสซรามิกและหน้าปัดสามารถเรืองแสงเช่นเดียวกับสายรับเบอร์ นอกจากความหวือหวาเรื่องวัสดุที่ส่องสว่างไสวยิ่งกว่านาฬิกาเรือนใดที่เคยปรากฏบนโลก นาฬิกาเรือนนี้ยังเพียบพร้อมด้วยกลไกปฏิทินถาวรขั้นสูง แสดงหลักวันที่ วัน เดือน ปี รวมถึงมูนเฟสสำหรับทั้งซีกโลกเหนือและใต้ เสริมฟังก์ชั่นการแสดงพลังงานสำรองและการหยุดหลักวินาทีเพื่อตั้งเวลาอย่างแม่นยำ ถือว่านาฬิกาเรือนนี้ครบถ้วนตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงรูปแบบการใช้งานจริง

ZENITH – G.F.J. Tantalum
หลังจากเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ครบรอบ 160 กับเรือนเวลา G.F.J. รุ่นพิเศษเมื่อปี 2025 ปีนี้กับขวบปีที่ 161 Zenith เดินหน้าพัฒนาเรือนเวลา G.F.J. อย่างต่อเนื่อง โดยหน้าปัดแจสเปอร์ ‘bloodstone’ ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์โดดเด่นหนือระดับ ทว่าสุดยอดนาฬิกาแห่งการพัฒนาแท้จริงคือ G.F.J. Tantalum นาฬิกาตัวเรือนวัสดุแทนทาลัม ผลิตจำกัดเพียง 20 เรือนทั่วโลก แน่นอนว่านาฬิการุ่นนี้ต้องมาพร้อมกลไก Calibre 135 เสริมความพิเศษด้วยแพตเทิร์นหน้าปัดกีโยเช่ ‘brick’ บริเวณขอบนอก ส่วนกลางทำจากวัสดุโอนิกซ์ หน้าปัดหลักวินาทีทำจากเปลือกหอยมุก ส่วนโครงสร้างภายในอย่างเข็มและฐานหลักเวลาทำจากไวต์โกลด์ โดยหลักเวลาประดับด้วยเพชรเจียระไน trapeze-cut เสริมความหรูหราเต็มรูปแบบ ขับความโดดเด่นของตัวเรือนแทนทาลัมให้พิเศษขึ้นอีกขั้น มาพร้อมสายหนังจระเข้สีน้ำเงิน สีดำ และสายหนังคาล์ฟสกิน นับเป็นนาฬิกาอีกหนึ่งเรือนที่เป็นผลผลิตของการค้นคว้าและพัฒนาการใช้วัสดุพิเศษสำหรับเรือนเวลาข้อมืออย่างจริงจัง

PIAGET – Sixtie
เชื่อว่าคอนาฬิกาที่สนใจเรื่องรูปทรงและความสง่างามราวกับจิวเวลรีจะต้องหลงรักนาฬิกา Sixtie จาก Piaget ซึ่งโว้กเองก็นำเสนอความพิเศษของนาฬิกาเรือนนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ในปี 2026 หลังจบงาน Watches & Wonders ต้องบอกว่านาฬิกาเดรสเรือนนี้ยกระดับความน่าสนใจด้วยการเลือกใช้วัสดุได้อย่างชาญฉลาด ตัวเรือนยังคงเสริมความงดงามด้วยวัสดุพิงก์โกลด์ ขนาดหน้าปัด 29 มิลลิเมตร นับเป็นนาฬิกาที่เหมาะสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษที่มองหานาฬิกาเดรสขนาดจิ๋ว และลวดลายกาดรูนบริเวณขอบตัวเรือนก็ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร แต่ไฮไลต์ที่ขาดไม่ได้คือหน้าปัดหินควอตซ์ที่ทำหน้าที่เป็นดั่งลายเซ็นเฉพาะตัว เนื่องจากนาฬิกา Sixtie หน้าปัดหินควอตซ์แต่ละเรือนจะมีลวดลายไม่เหมือนกัน หรือจะกล่าวแบบเกินจริงไปสักเล็กน้อยต้องบอกว่า นาฬิกาแต่ละเรือนเหมือนเป็นชิ้นงาน one-of-a-kind กลายๆ เลยก็ว่าได้ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ 57P ที่พัฒนาโดยเมซงเพียเจต์เอง ขมวดจบกับทุกองค์ประกอบด้วยสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ากัน ผลักดันให้นาฬิกาเพียเจต์เรือนนี้เข้ามาอยู่ในลิสต์การนำเสนอวัสดุใหม่เพื่อเรือนเวลาอันโดดเด่นประจำปีนี้

ROLEX – Day-Date 40
สำหรับ Rolex คงไม่ต้องสาธยายอะไรกันให้มากกับความตื่นเต้นของคอนาฬิกาทั่วโลก เพราะไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาดั้งเดิมหรือนาฬิกาโฉมใหม่ก็ได้รับความสนใจอยู่เสมอ อย่างปีที่แล้ว Land-Dweller ก็สร้างปรากฏการณ์ความไวรัลไปทั่วโลก ในปีนี้แม้จะมีมหกรรมเฉลิมฉลอง Oyster ครบรอบ 100 ปี แต่ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือการเปิดตัววัสดุ ‘Jubilee Gold’ เป็นครั้งแรก ความสมดุลระหว่างความหวือหวาและสง่างามอย่างประณีต จุดกึ่งกลางระหว่างเยลโลว์โกลด์และไวต์โกลด์คือความลงตัวที่สดใหม่ การพัฒนาวัสดุโกลด์อัลลอยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 2 ทศวรรษ หลายคนอาจได้ยลโฉมเรือนเวลาหน้าปัดอเวนจูรีนสีเขียวกันไปแล้ว แต่อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจคือหน้าปัด ‘gold-leaf’ มาพร้อมหน้าต่างบอกวันและวันที่สีเดียวกับหน้าปัดเป็นครั้งแรก โดยปกติจะเป็นสีขาว นอกจากความสดใหม่โรเล็กซ์ยังรักษารายละเอียดดั้งเดิมไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นกรอบไซคลอป ขอบเบเซลแบบฟลุต สาย ‘president’ ตัวเลขหลักเวลาโรมัน กลไกการหยุดหลักวินาทีเพื่อตั้งเวลา ที่ขาดไม่ได้เลยคือศักยภาพกันน้ำจากระบบที่ออกแบบมาจากความเชี่ยวชาญ เสริมความมั่นใจด้วยเม็ดมะยมแบบขันเกลียวและกลไกระบบ ‘twinlock’ ทั้งหมดผสมผสานจนเกิดเป็นสุดยอดเรือนเวลาวัสดุใหม่อันเต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเรื่องนาฬิกาได้กับบทความ VOGUE WATCH | สำรวจโทนสีเขียวแห่งโลกนาฬิกาประจำปี 2026 ความคลาสสิกที่ร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน)

