นาฬิกากับสีสันอาจไม่ใช่สิ่งที่สอดประสานเคียงคู่กันไปเท่าไหร่นัก หรือถ้ามีก็อาจจะไม่ได้ฉูดฉาดจนกลายเป็นภาพจำเท่าไหร่นัก ทว่ามีบางสีที่อยู่เคียงคู่กับโลกนาฬิกาเสมอมา และกลายเป็นสียอดนิยม VOGUE WATCH วันนี้จึงพร้อมพาทุกคนไปสำรวจกับนาฬิกาโทนสีเขียว หนึ่งในความอมตะที่ผสมผสานความโมเดิร์นอันเป็นเทรนด์เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งปีนี้ก็มีนาฬิกาโทนสีเขียวเปิดตัวได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Watches & Wonders ประจำปี 2026 ที่ผ่านมา
นาฬิกาสีเขียว ความอมตะที่ร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘สีเขียวเหนี่ยวทรัพย์’ คือคอนเซ็ปต์ที่มีความสำคัญกับทุกแวดวง ทว่านี่ไม่ใช่ความเร็วด่วนจี๋ที่ผลักดันความนิยมเพียงชั่วครู่ เพราะมันสามารถยืนหยัดในโลกของศิลปะและการออกแบบมาเป็นเวลานาน บ้างก็นำเสนอความเป็นธรรมชาติ บ้างก็ความลึกลับ หรือแม้แต่ความงดงามและดวงชะตา นาฬิกาสีเขียวซึ่งเป็นโทนสีหลักและเป็นรากฐานสำคัญจึงถูกพัฒนาและต่อยอดอยู่เรื่อยไป แน่นอนว่าถึงแม้นาฬิกาสีเขียวจะไม่ได้ถือกำเนิดเป็นต้นแบบเหมือนหน้าปัดสีขาวหรือการปรับเปลี่ยนสู่สีดำและน้ำเงิน แต่เชื่อเลยว่าสีเขียวคือหนึ่งในสีสำคัญที่ถ้าพูดถึงสีสันในโลกนาฬิกาต้องไม่พลาดแน่นอน

-
PATEK PHILIPPE – Golden Ellipse 3738/100G-004
Patek Philippe สร้างความตื่นเต้นกับการหยิบยกนาฬิกาเดรสสง่างามพาปรับโฉมใหม่อีกครั้ง ปีก่อนกับเรือนเวลา Golden Ellipse โทนสีดำคลาสสิกตอบโจทย์ความถวิลหาของคานาฬิกาทั่วโลก ปีนี้เพิ่มมิติความน่าสนใจด้วยการปรับโทนสีเป็นสีเขียว ไม่เพียงแค่หน้าปัดสีเขียวมะกอกซันเบิร์สต์แต่เพิ่มเติมด้วยสายหนังจับคู่กันอย่าลงตัว ในขณะเดียวกันตัวเรือนทำจากวัสดุไวต์โกลด์ คงความเรียบง่ายแต่หรูหรา ส่วนรายละเอียดต่างๆ ก็ใช้วัสดุเดียวกัน เช่นหลักเวลาและเข็มในสไตล์ cheveu ทำให้เกิดคู่สีเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสวยงาม ร่วมสมัย แต่ก็ไม่ได้หวือหวาจนเกินงาม โดยในรุ่นนี้เปิดตัวเป็นคู่แบบเล็กใหญ่ แต่ผู้เขียนเลือกสรรขนาดเล็กมานำเสนอให้กับสุภาพสตรี กับเรือนรหัส Ref.3738/100G-004 กับขนาด 31.1 x 35.6 มิลลิเมตร ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก 240 Self-Winding Ultra-thin ทำให้เวลาเดินไปอย่างเที่ยงตรงในแบบอัตโนมัติ และสำรองพลังงานได้นานถึง 48 ชั่วโมง

-
IWC SCHAFFHAUSEN – Ingenieur 42 Automatic
นาฬิกาเซรามิกคือนาฬิกาที่สามารถสรรสร้างรายละเอียดสีสันได้อย่างอิสระและครอบคลุมหลากหลายองค์ประกอบมากที่สุดก็ว่าได้ ซึ่งการพัฒนาต่อยอดนาฬิกาไอคอนิกของ IWC Schaffhausen อย่าง Ingenieur ในรูปแบบนาฬิกาเซรามิกจึงมาพร้อมสีเขียวมะกอกโทนเข้มที่สะดุดตาอย่างยิ่ง แม้ปีนี้พระเอกของแบรนด์จะไม่ใช่ Ingenieur แต่นาฬิกาเซรามิกเรือนนี้ก็ดึงดูดสายตาผู้เขียนแทบจะทันที โดยเฉพาะสาย integrated ที่เชื่อมระหว่างตัวเรือนและสายแบบไร้รอยต่อที่ทั้งหมดเป็นเซรามิกสีเขียวโทนเดียวกันทั้งหมด ต่อเนื่องไปจนถึงสีเขียวบนหน้าปัดโมทีฟลายตารางอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากจะงดงามแล้วยังมอบความพิเศษด้วยน้ำหนักที่เบา ทำให้สวมใส่ได้สบายมากยิ่งขึ้น เพิ่มเติมความหรูหราและคอนทราสต์ด้วยวัสดุ 5N gold บริเวณเม็ดมะยม เข็ม และหลักเวลา เพิ่มเติมด้วยโลโก้และกรอบหน้าปัดแสดงวันที่และตัวเลขวันที่ด้วยเช่นกัน

-
ROLEX – Oyster Perpetual 28
ในขวบปีที่ 100 ของนาฬิกา Oyster เชื่อว่าหลายคนอาจจับจ้องไปที่นาฬิกาสำหรับการเฉลิมฉลองโดยเฉพาะ แต่ไฮไลต์ที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือ Oyster Perpetual ขนาด 28 มิลลิเมตร นาฬิกาขนาดจิ๋วสำหรับสุภาพสตรี เพราะนี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Rolex ที่เลือกใช้วัสดุ ‘Precious Metals’ กับ Oyster Perpetual เป็นครั้งแรก โดยเรือนนี้รังสรรค์ด้วยวัสดุเยลโลว์โกลด์ 18k จับคู่กับหน้าปัดหินสีเขียว โดยหลักเวลาใช้วัสดุเดียวกับสายและตัวเรือน เพิ่มเติมด้วยเฮลิโอโทรป หินธรรมชาติโทนสีเขียว ที่ประดับแทนตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกา ซึ่งบริเวณ 12 นาฬิกาเป็นโลโก้สุดคลาสสิก สายคงรูปแบบสาย Oyster three-links เช่นเดิม ภายในบรรจุกลไก Calibre 2232 ที่เคลื่อนไหวแบบ 2 ทิศทาง สำรองเวลานานถึง 55 ชั่วโมง และมีประสิทธิภาพกันน้ำลึก 100 เมตร ผลจากการอออกแบบเม็ดมะยมแบบ twinlock และไขสกรูว์แน่นหนา ประกอบกับระบบการกันน้ำชั้นยอดอันเลื่องชื่อจากโรเล็กซ์

-
ZENITH – G.F.J.
หลังจากปีก่อนเฉลิมฉลองครบรอบ 160 ปี พร้อมรังสรรค์นาฬิกา G.F.J. รุ่นพิเศษ ปีนี้พัฒนาเรือนเวลา G.F.J. อันเพียบพร้อมด้วยกลไกและความสง่างามที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกใช้สีเขียวที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร หน้าปัดตรงกลางใช้หินแจ๊สเปอร์ มีรายละเอียดสีแดงทอดผ่านนำมาซึ่งฉายา “bloodstone” ตัดกับหน้าปัด mother-of-pearl สีเขียว สำหรับหลักวินาที เพิ่มเติมด้วยขอบหน้าปัดด้านในกับรายละเอียดโมทีฟ ‘brick’ จากเทคเนคกีโยเช่ ขับเคลื่อนด้วยกลไก calibre 135 COSC-certified พร้อม Breguet Hairspring ทั้งหมดขับเคลื่อนผ่านรูปแบบไขลานด้วยมือ สำรองพลังงานมากถึง 72 ชั่วโมง โดยตัวเรือนทำจากวัสดุเยลโลว์โกลด์ เพิ่มความหรูหราตัดกับสีเขียวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีสายหนังสีเขียวเข้ากับหน้าปัดอีกด้วย ตัวเลือกอื่นๆ ก็มีทั้งสายหนังนูบัคสีเบจ สีดำ เรื่อยไปจนถึงออปชั่นการซื้อสายเยลโลว์โกลด์กับตัวล็อค 2 ทบ เปิดทางเลือกอันแสนพิเศษสำหรับนาฬิกาที่ผลิตจำกัดเพียง 161 เรือนเท่านั้น

-
GRAND SEIKO – Spring Drive U.F.A. Ushio Diver 300
ท่ามกลางความหวือหวาของโลกนาฬิกาที่แข่งขันกันเรื่องนวัตกรรมขั้นสูง Grand Seiko กระโดดเข้าสู่สนามความแม่นยำด้วยนวัตกรรมพิเศษกับกลไก Spring Drive U.F.A. caliber 9RB1 ผลงานต่อยอดจาก caliber 9RB2 ที่ประกอบอยู่ภายในตัวเรือน Ushio Diver 300 นาฬิกาสายสปอร์ตที่เพียบพร้อมทั้งมิติความแม่นยำและความคงทนตามแบบฉบับนาฬิกาสายสปอร์ต เพิ่มความพิเศษด้วยสีเขียวโทนพิเศษ ‘Ushio Green’ มาพร้อมกับเบเซลโทนสีเดียวกัน หมุนได้ทั่วทิศทาง ทั้งหมดประกอบร่างสร้างขึ้นจากวัสดุไทเทเนียม โดยตัวสายมีฟังก์ชั่นการปรับขยายแบบพิเศษที่มอบความสบายในการสวมใส่ทั้งบนข้อมือและทับกับชุดดำน้ำ นอกจากฟังก์ชั่นการจับเวลาสำหรับดำน้ำ และความสง่างามของลวดลายบนหน้าปัดที่จำลองลักษณะเกลียวคลื่นแล้ว นาฬิกาเรือนนี้ยังมีหน้าปัดบอกการสำรองพลังงานอย่างชัดเจน นับเป็นนาฬิกาสีเขียวที่เน้นย้ำเรื่องฟังก์ชั่นประกอบความแม่นยำ โดยยังคงเอกลักษณ์ของการใช้สีที่สะดุดตาและคลาสสิกไปพร้อมกัน

-
TUDOR – Royal 40
ปิดท้ายนาฬิกาเรือนสีเดียวเรือนเวลา Royal ขนาด 40 มิลลิเมตรจาก Tudor แม้ปีนี้จะครบรอบ 100 ปี แต่การเฉลิมฉลองไม่ได้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ทว่าแบรนด์เลือกนำเสนอนาฬิกาไอคอนิกหลากหลายรูปแบบ รวมถึง Royal ที่มาในรายละเอียดหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือตัวเรือน 40 มิลลิเมตร เบเซลแบบ ‘fluted’ โดดเด่นด้วยหน้าปัดซันเบิร์สต์สีเขียว ตัวเรือนทำจากวัสดุสเตนเลสสตีล ภายในหน้าปัดประกอบด้วยหลักตัวเลขโรมัน หน้าปัดบอกวันที่บริเวณ 3 นาฬิกา และหน้าปัดบอกวันบริเวณ 12 นาฬิกา มาพร้อมสาย integrated แบบ 5-link ขัดด้านและเงาผสมกัน เพิ่มเติมด้วยตัวล็อคแบบ ‘T-Fit’ ที่ยืดหยุ่นสำหรับการใช้สวมใส่ได้อย่างยอดเยี่ยม นับเป็นนาฬิกาหน้าปัดสีเขียวที่เพียบพร้อมด้วยความคลาสสิก และสามารถตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานของนาฬิกาได้อย่างน่าประทับใจ

