โปรเจกต์คอแลบอเรชั่นไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ ทว่าหมายถึงการเปิดเส้นทางความสร้างสรรค์ของนักรังสรรค์ผลงานในหลากหลายแขนง โลกศิลปะคือโลกที่ลื่นไหลเชื่อมประสานไปได้กับหลากหลายวงการ ซึ่งในปี 2025 ศิลปะกับนาฬิกาเข้ามาผนวกกันอย่างมีนัยสำคัญ และเรือนเวลาเด่นสะดุดตาก็เกิดจากการคอแลบฯ กันระหว่างเมซงชั้นนำ ศิลปินร่วมสมัย เรื่อยไปจนถึงเรื่องราวของศิลปินผู้เป็นตำนาน ซึ่งนาฬิกาแต่ละเรือนสะท้อนรูปแบบของเรือนเวลาชั้นยอดผสมผสานกับมนต์เสน่ห์เชิงศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ โว้กจะพาทุกคนไปสำรวจนาฬิกาอันน่าประทับใจที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของวงการนาฬิกาในปีนี้

PIAGET Andy Warhol Watch ‘Collage’ Limited Edition
นาฬิกาเรือนแรกที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่นจาก Piaget ที่หยิบยกประวัติศาสตร์อันยาวนานร่วม 5 ทศวรรษมาเล่าใหม่พร้อมเฉลิมฉลองการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้เรือนเวลาถูกขนานนามว่า “Black Tie” ก่อนจะร่วมมือกับ Andy Warhol Foundation for the Visual Arts เพื่อดำเนินการใช้ชื่อโมเดลว่า “Andy Warhol” เป็นครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2024 หลังจากนั้นมาก็มีการเปิดตัวนาฬิกาเรือนนี้ภายใต้ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการในช่วง Watches & Wonders 2025 ก่อนจะปล่อยนาฬิการุ่นพิเศษผลิตจำกัดเพียง 50 เรือน บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมซงกับแอนดี้ ไม่ว่าจะเป็นการสะสมนาฬิกาเพียเจต์จำนวน 7 เรือน เรื่อยไปจนถึงการหยิบยกศิลปะคอลลาจหลากสีสันมาเป็นแกนหลักในการประดับหน้าปัดด้วยวัสดุโอนิกซ์ที่ปรากฏบนเรือนเวลาต้นแบบของแอนดี้ เซอร์เพนไทน์สีเหลืองจากนามิเบีย โอปอลสีชมพู และไครโซเพรสสีเขียว สายเป็นสายหนังจระเข้สีเขียว ซึ่งถูกเลือกจากโทนสีที่สามารถสร้างสมดุลและไม่โดดเด่นจนดูดสายตาออกจากหน้าปัด ขับเคลื่อนด้วยกลไก 501P1 self-winding ทั้งหมดถ่ายทอดเรื่องราวของเรือนเวลาแห่งประวัติศาสตร์ศิลป์ที่กว่าจะกำหนดทิศทางความสร้างสรรค์ได้ใช้เวลานานกว่า 6 เดือน อ้างอิงตามคำกล่าวของ Stéphanie Sivrière ผู้อำนวยการฝ่ายดีไซน์ของแบรนด์เพียเจต์ อ่านบทความฉบับเต็มของนาฬิกาเรือนนี้ได้ ที่นี่

MAURICE LACROIX Aikon Quartz Wotto Limited Edition
นาฬิกาสัญชาติสวิสชื่อดังอีกหนึ่งแบรนด์ที่ร่วมสรรสร้างนาฬิกากับศิลปินผู้ผลิตผลงานสร้างสรรค์คือ Maurice Lacroix ซึ่งจับมือกับ Wotto หรือ Craig Watkins ศิลปินชาวอังกฤษผู้มีเอกลักษณ์ลายเส้นเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน โปรเจกต์นี้ถ่ายทอดกลิ่นอายของศิลปะป๊อปอาร์ตที่เปี่ยมด้วยความสนุกสนาน ตั้งต้นจากรูปแบบของนาฬิกา 3 เข็ม เพิ่มเติมด้วยหน้าปัดบอกวันที่ (ที่ไม่ได้บอกเป็นตัวเลขวันที่ปกติ) ซึ่งมีต้นแบบมาจากนาฬิกาโมเดล Aikon ของเมซง ตัวเรือนทำจากวัสดุสเตนเลสสตีล หน้าปัดเคลือบด้วยสีเทาดินปืนที่เนรมิตจากเทคนิค PVD แบบพิเศษ ตัดเข้าโทนสีดำเข้มของเบเซลอย่างลงตัว สัญลักษณ์หัวกะโหลก ผี และรูปทรงต่างๆ ที่เป็นดั่งซิกเนเจอร์ของวอตโตพิมพ์ลงบนหน้าปัดสร้างมิติความซับซ้อนและถ่ายทอดงานศิลป์ได้อย่างสะดุดตา ตัวเข็มเองก็ประดับผีที่เคลือบสารเรืองแสงสามารถบอกเวลาอย่างแม่นยำไปพร้อมกับลูกเล่นชวนอมยิ้ม เช่นเดียวกับเข็มวินาทีรูปทรงงูที่จะเดินหน้าตามกาลเวลาแบบไม่หยุดพัก มากไปกว่านั้นหน้าปัดวันที่ยังแสดงงานศิลปะของวอตโตที่วาดขึ้นใหม่ทั้งหมด 31 ลวดลายแทนเลขวันที่แบบดั้งเดิม ทั้งหมดบรรจุในขนาดตัวเรือน 40 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ Ronda 515 เคสมีประสิทธิภาพกันน้ำลึก 100 เมตร มาพร้อมสายรับเบอร์สีโทนเข้มสลับเข้ากับห่วงสีชมพูตัดกัน ผลิตจำกัดเพียง 500 เรือนทั่วโลกเท่านั้น

HUBLOT MP-17 MECA-10 Arsham Splash Titanium Sapphire
การกลับมาของ Daniel Arsham กับการรังสรรค์เรือนเวลาล้ำสมัยไปกับ Hublot สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น หลังจากนำเสนอผลงานนาฬิกาพกทรงหยดน้ำ “MP-16 Droplet” ไปแล้ว ครั้งนี้เขายังคงหยิบยกแรงบันดาลใจจากน้ำมาเนรมิตเป็นนาฬิกา “Splash” ที่จำลองการกระจายของน้ำได้อย่างมีมิติน่าสนใจ มีทั้งไดนามิกของธรรมชาติ รูปทรง และความโปร่งใส เชื่อมโยงระหว่างงานศิลปะและความท้าทายของการผลิตนาฬิกา เพราะด้วยรูปทรงของน้ำหรือการกระจายของน้ำไม่ได้มีลักษณะตามทรงเรขาคณิตทั่วไป แต่เป็นรูปทรงของความไม่แน่นอน ดังนั้นการเริ่มสร้างสรรค์จึงถือกำเนิดพร้อมโจทย์ปัญหาสำคัญ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุ ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตรอัดแน่นด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจ ตั้งแต่การใช้แซปไฟร์คริสตัลสร้างสรรค์หน้าปัดที่มีรูปทรงแปลกใหม่ สกรูว์ 6 จุดรูปตัว ‘H’ อันเป็นเอกลักษณ์ เข็มสี ‘Green Arsham’ หน้าปัดการสำรองพลังงาน พร้อมด้วยกลไก MECA-10 ที่พัฒนาโดยอูโบลต์อย่างทรงประสิทธิภาพ สะท้อนวิสัยทัศน์เรื่อง Art of Fushion ได้อย่างชัดเจน ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้ผลิตจำกัดเพียง 99 เรือนเท่านั้น หากใครต้องการอ่านข้อมูลเพิ่มเติมสามารถคลิกอ่านได้ ที่นี่

FRANCK MULLER #FR2NCK MULLER Vanguard Beach Limited Edition
ขมวดปิดท้ายกับคอลเล็กชั่นงานศิลปะหรือศิลปินกับเรือนเวลาชั้นนำระดับโลกในปีนี้ด้วยผลงานจาก Franck Muller และ #FR2 ศิลปินหัวขบถที่สรรสร้างผลงานสุดเร่าร้อน หลังจากสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันมาในปี 2023 และประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้ง 2 ฝ่ายโคจรมาร่วมงานกันอีกครั้งกับ #FR2NCK MULLER Vanguard Beach Limited Edition ที่จะเปลี่ยนภาพความสดใสของชายหาดให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทะลึ่งทะเล้น มาพร้อมกันถึง 3 สีคือ Heatwave Red, Surf Blue และ Tropical Green ผลิตจำกัดเพียง 300 เรือนต่อสีเท่านั้น โดยงานศิลปะกระต่ายสุดทะลึ่งมาในหลากหลายอิริยาบถ ส่วนมากเป็นการร่วมรักแต่ต่างเวลา สถานที่ และกิจกรรม แต่ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงลวดลายหรือการประดับตัวเรือนเท่านั้น เพราะกลวิธีในการผลิตก็ซับซ้อน ทั้งการสร้างสรรค์กระจกที่ต้องใส่ใจเรื่องอุณหภูมิการขึ้นรูปอย่างละเอียด การเคลือบสารเรืองแสงด้วยมือเพื่อบอกเวลายามมืดมิด เรื่อยไปจนถึงการใช้วัสดุคอมโพสิตชนิดพิเศษ มาพร้อมสายไนลอนในโทนสีและลวดลายเข้ากับตัวเรือนโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีกลไกภายในแบบ 2 ทิศทาง สำรองพลังงานได้มากถึง 42 ชั่วโมง มีหน้าปัดบอกวันที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ทั้งหมดสรรสร้างออกมาเพื่อชูความโดดเด่นของทั้งโลกของศิลปะและเรือนเวลาอย่างแท้จริง สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้แล้ว ที่นี่

