หลังจากหายหน้าหายตาไปถึง 8 ปี สำหรับ 'Fantasy Bra' ผลงานชิ้นไฮไลต์ประจำ Victoria's Secret Fashion Show ทุกปี ในที่สุดวันนี้บรานางฟ้าราคาหลายสิบล้านก็หวนกลับมาผงาดบนรันเวย์อีกครั้ง แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะเป็นการหลอกให้คนดู (รวมถึงตัวผู้เขียน) ตั้งความหวังเก้อ เพราะหลายเสียงต่างลงความเห็นว่านี่ไม่ใช่ Fantasy Bra แบบที่เคยรู้จักและหลงรักเหมือนปีก่อนๆ หน้าเพราะจากวัตถุที่เคยกักเก็บเรื่องราวเหนือจินตนาการ วันนี้มันกลับเปลี่ยนหนทางใหม่หมดจด จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า "หรือความศักดิ์สิทธิ์และเสน่ห์ของ Fantasy Bra ในวันวานกำลังจะอันตรธานไปแล้วจริงๆ ในวันนี้?"
จุดเริ่มต้นของ Fantasy Bra
เรื่องราวของบรานี้ ต้องย้อนกลับไป ณ ปี 1996 อันเป็นห้วงเวลาที่ Fantasy Bra ปรากฏสู่สายตาสาธารณะชนเป็นครั้งแรกผ่านภาพในแค็ตตาล็อกของแบรนด์ โดยบราตัวนั้นมีชื่อว่า ‘The Million Dollar Miracle Bra’ บราประดับเพชรกว่า 100 กะรัตมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากฝีมือการออกแบบของนักจิวเวลรีดีไซน์เนอร์อิสระ และนางฟ้าคนแรกที่ได้สวมบราตัวนั้นก็คือ ‘Claudia Schiffer’ ซุปเปอร์โมเดลแถวหน้าแห่งยุค 90’s ที่มารับหน้าที่ถ่ายทอดความงามของผลงาน ก่อนที่มันจะกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดของแบรนด์ในเวลาต่อมา
จุดเริ่มต้นของ Fantasy Bra ไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการสร้างเครื่องประดับราคาแพงที่สุดในโลกตั้งแต่แรก แต่เป็นการนำเสนอชุดชั้นในที่มีความพิเศษเหนือกว่าไลน์สินค้าทั่วไป เพื่อเติมเต็มจินตนาการของลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูงในช่วงเทศกาลวันหยุด
ด้วยมูลค่าที่สูงถึงเจ็ดหลักและภาพของ Claudia Schiffer ที่ช่วยยกระดับสินค้าของแบรนด์ไปอีกขั้น ทำให้สิ่งที่เริ่มต้นจากการเป็นสินค้าที่โฆษณาบนหน้าแค็ตตาล็อกค่อยๆ พัฒนาไปสู่ธรรมเนียมที่ผู้คนเฝ้ารอว่าในปีถัดไป Victoria’s Secret จะสร้างสรรค์ผลงานที่เหนือความคาดหมายขึ้นมาได้อย่างไรอีกบ้าง เช่นเดียวกับรอลุ้นว่านางแบบคนไหนจะได้คว้าตำแหน่งพิเศษที่หลายคนใฝ่ฝันไปครอง

สำรวจเรื่องราวของ Fantasy Bra หลากหลายปีที่ชี้วัดความพิเศษที่ยากจะทำลายของชุดชั้นในนางฟ้า
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ Fantasy Bra ไม่เคยมีหน้าตาหรือบทบาทตายตัว บางปีมันคือการประกาศศักดาของอัญมณีหายาก บางปีความพิเศษกลับอยู่มูลค่าที่ถูกประเมินไว้ ขณะที่บางปีมันความพิเศษอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างผลงานกับนางฟ้าผู้สวมใส่ เพราะเมื่อชื่อของนางแบบคนหนึ่งถูกประกาศออกมา ผู้คนจะเริ่มย้อนกลับไปพิจารณาเส้นทางอาชีพของพวกเธอด้วยว่าเหตุใดเธอจึงได้รับเลือกให้เป็นผู้แบกรับความคาดหวังของโชว์ไว้บนบ่า ซึ่งนั่นทำให้ Fantasy Bra คล้ายกับเครื่องหมายแห่งความสำเร็จสูงสุดในโลกของนางแบบหลายๆ คน จนทำให้บราชั้นในกลายเป็นประเด็นสนทนาที่กินพื้นที่ในหน้าข่าวแฟชั่นไปหลายวัน
.webp)
2000: The Red Hot Fantasy Bra
หากต้องเลือก Fantasy Bra ที่สะท้อนความทะเยอทะยานของ Victoria’s Secret ในช่วงรุ่งเรืองได้อย่างชัดเจน ชื่อของ The Red Hot Fantasy Bra ย่อมเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะเป็นผลงานที่เฉลิมฉลองการเดินทางเข้าสู่สหัสวรรษใหม่อย่างเต็มตัวด้วยการนำเสนอผลงานสีแดงร้อนแรงที่ได้ Gisele Bündchen ซูเปอร์โมเดลระดับแถวหน้ามาสวมใส่ ถ่ายทอดความเย้ายวนของชุดชั้นในที่ได้รับการยกระดับให้เป็นงานศิลป์จากอัญมณี
ความพิเศษของผลงานชิ้นนี้อยู่ที่การนำทับทิมจากไทยและอัญมณีล้ำค่ามาผสานเข้ากับดีไซน์ของบราที่มีสีแดงเป็นองค์ประกอบหลัก จนกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นทั้งในภาพถ่ายแค็ตตาล็อกและในหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ โดยตัวบราประดับอัญมณีประมาณ 1,300 กะรัต และมีมูลค่าสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้ผลงานชิ้นนี้ได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ในฐานะชุดชั้นในที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในเวลานั้น ก่อนจะโดนโค่นตำแหน่งไปในปี 2006 และแพ้ราบคาบอีกครั้งในปีนี้หลังตัวล่าสุดปาไปถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ถึงแม้จะสู่ไม่ได้ด้วยแง่ของราคา แต่ในมิติของวัฒนธรรม นี่คือผลงานที่เคยพาแบรนด์ไปเหยียบย้ำกับจุดสูงสุดของบราจิวเวลรีและเป็นที่กล่าวขานมาที่สุดตัวหนึ่งในประวัติศาสตร์ของ Fantasy Bra
- นางแบบ: Gisele Bündchen
- รายละเอียดของบรา: ประดับเพชรและทับทิมจากไทยประมาณ 1,300 กะรัต
- มูลค่า: 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
.webp)
2008: The Black Diamond Fantasy Miracle Bra
สำหรับปี 2008 เป็นครั้งที่ Fantasy Bra เผยให้เห็นเสน่ห์อีกด้านของความเย้ายวน เมื่อ Adriana Lima ปรากฏตัวพร้อม The Black Diamond Fantasy Miracle Bra ผลงานจากนักอัญมณี Martin Katz ที่เลือกใช้สีดำขลับเป็นหัวใจหลัก แทนที่จะเดินตามภาพจำความน่ารัก อ่อนหวาน สดใสตามแบบฉบับของชุดชั้นในประดับอัญมณีสีสันสดใสหรือประกายขาวระยิบระยับที่คุ้นเคยกันดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Fantasy Bra สามารถเปลี่ยนบุคลิกไปตามการเลือกใช้วัสดุได้อย่างชัดเจน และพิสูจน์ว่าความงามของนางฟ้าไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่กับภาพของความอ่อนหวานเสมอไป
- นางแบบ: Adriana Lima
- รายละเอียดของบรา: ประดับเพชรสีดำ 3,575 เม็ด เพชรสีขาว 117 เม็ด และทับทิม 34 เม็ด ออกแบบโดย Martin Katz
- มูลค่า: 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
.webp)
2013: The Royal Fantasy Bra
ใครว่าคนธรรมดาที่อยากใส่ Fantasy Bra ต้องจ่ายเป็นสิบๆ ล้าน (ซึ่งอาจจะเป็นราคาที่เกินเอื้อมไปสำหรับคนดูโชว์ส่วนใหญ่) เสมอไป เพราะในปี 2013 เป็นครั้งแรกที่ Victoria’s Secret ได้ทดลองนำความสวยสง่าและความหรูหราของ Fantasy Bra ประจำปีที่มาในชื่อว่า ‘The Royal Fantasy Bra’ มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้สีแดงจากทับทิมมาตัดกับประกายของเพชรและไพลินสีเหลืองและสีน้ำเงินที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องราชกกุธภัณฑ์แบบราชสำนัก มาอยู่ในเวอร์ชั่นจำลอง 1,000 ตัว ที่หากใครตาถึงและมือไวก็คว้าไปได้ทันที เพราะสนนราคาอยู่ที่ 295 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งสะท้อนทั้งความนิยมของบรารุ่นนี้และแสดงให้เห็นว่าความสนใจของผู้บริโภคไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรับชมผลงานราคาแพงบนรันเวย์ หากยังมีความต้องการเป็นเจ้าของสิ่งที่สะท้อนจินตนาการเดียวกันในราคาที่เอื้อมถึงได้มากกว่า
- นางแบบ: Candice Swanepoel
- รายละเอียดของบรา: ประดับอัญมณีกว่า 5,400 เม็ด น้ำหนักรวมกว่า 1,540 กะรัต ประกอบด้วยเพชร ทับทิม ไพลินสีเหลืองและสีน้ำเงิน บนทองคำ 18 กะรัต โดยมีทับทิมทรงหยดน้ำขนาด 52 กะรัตเป็นอัญมณีเม็ดกลาง
- มูลค่า: ต้นฉบับ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่นจำลองราคา 295 ดอลลาร์สหรัฐ
.webp)
2014: The Dream Angels Fantasy Bra
ในปี 2014 Victoria’s Secret สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธรรมเนียมของ Fantasy Bra โดยสมบูรณ์ ด้วยการเปิดตัวผลงานถึงสองชุดเป็นครั้งแรก โดยเลือกให้ Adriana Lima และ Alessandra Ambrosio สองซูเปอร์โมเดลชาวบราซิลที่ร่วมงานกับแบรนด์มาอย่างยาวนานเป็นผู้สวมใส่ ความพิเศษของผลงานครั้งจึงมีเป็นการเปลี่ยนภาพของ Fantasy Bra จากรางวัลเฉพาะบุคคลให้กลายเป็นช่วงเวลาที่นางฟ้าสองคนได้ยืนเคียงข้างกันบนรันเวย์
ผลงานทั้งสองชุดออกแบบโดย Mouawad และใช้ทองคำ 18 กะรัตเป็นองค์ประกอบสำคัญในการร้อยเรียงอัญมณีหลากสีเข้าด้วยกัน โดยบราของ Adriana Lima โดดเด่นด้วยโทนสีน้ำเงินจากไพลิน อะเมทิสต์ โทแพซ และอาเกต ขณะที่บราของ Alessandra Ambrosio มาในโทนสีแดงที่ได้แรงบันดาลใจจากทับทิม โกเมน และอัญมณีหลากเฉดสี
- นางแบบ: Adriana Lima และ Alessandra Ambrosio
- รายละเอียดของบรา: แต่ละชุดประดับอัญมณีมากกว่า 16,000 เม็ด โดยใช้เพชร ทับทิม ไพลิน และอัญมณีหลากสีบนทองคำ 18 กะรัต ชุดสีน้ำเงินของ Adriana Lima มีน้ำหนักอัญมณีรวมประมาณ 6,634 กะรัต รวมถึงเพชร 164 กะรัตและไพลินสีน้ำเงิน 229 กะรัต ส่วนชุดสีแดงของ Alessandra Ambrosio มีน้ำหนักอัญมณีรวมประมาณ 2,688 กะรัต รวมถึงเพชร 55 กะรัตและไพลินสีฟ้าอ่อน 63 กะรัต
- มูลค่า: ตัวละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบราที่เคยมีชื่อ สร้างสถิติ และฝากฝังความประทับใจไว้ให้เราในช่วงปีที่ผ่านมา และชี้ให้เราเห็นว่า Fantasy Bra มีความพิเศษมากแค่ไหนในหลากหลายมิติ จนดูเหมือนว่าตัวใหม่ในปีนี้มีโจทย์หนักหลายด้านที่ต้องรับมือหากต้องการสร้างพื้นที่ในความทรงจำของผู้คนเหมือนรุ่นก่อนหน้าที่ผ่านมา
The Angel Fantasy Bra การกลับมาในรอบ 8 ปีของบรานางฟ้าที่อาจจะไม่เหมือนภาพจำที่คุ้นชิน
หากอ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าคงเห็นสไตล์และเรื่องราวของบราหลายๆ ตัวผ่านตามาบ้างแล้ว และส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าถ้าผู้อ่านสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่าแต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกันออกไป บ้างก็เห็นสีสัน บ้างก็เห็นลวดลาย และบ้างก็เห็นงานศิลป์มากมายที่ถ่ายทอดลงไปเพื่อรักษาสมดุลระหว่างความน่ารักสดใสปนเซ็กซี่อันเป็นหัวใจของ Fantasy Bra และความหรูหราตามวิถีอัญมณีศาสตร์ของเมซงพันธมิตร
แต่เมื่อ The Angel Fantasy Bra สมาชิกใหม่แห่งตระกูล Fantasy Bra ที่ Victoria’s Secret จับมือกับ Jacob & Co. แบรนด์นาฬิกาชั้นสูงอิสระรังสรรค์บราตัวใหม่ที่เน้นความยิ่งใหญ่ของเพชรอย่างเต็มกำลัง ไล่ตั้งแต่การประดับเพชรหลากรูปทรงรวม 4,410 เม็ด โดยมีเพชรสีเหลือง Natural Fancy Vivid Yellow Diamond ขนาด 75.54 กะรัตเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งมีรายงานว่าแค่เพชรเม็ดกลางเม็ดเดียวก็มีมูลค่าสูงถึง 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว กลับมาปรากฏบนรันเวย์อีกครั้งในปีนี้หลังห่างหายไปนานถึง 8 ปี ก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า “ความพิเศษที่เคยทำให้ Fantasy Bra เป็นที่จดจำยังคงอยู่ครบถ้วนหรือไม่?” เพราะแม้จะรายล้อมไปด้วยเพชรเม็ดน้อยใหญ่และสร้างสถิติด้านมูลค่าไปอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนผลงานครั้งนี้จะลืมใส่มนตน์เสน่ห์บางอย่างที่บราทุกตัวเคยมี นั้นคือว่าเว่อร์ ความสนุก และสีสัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คนดูรู้สึกสะดุดตา ตื่นเต้น และประทับใจกับ Fantasy Bra มาตลอด

โดยจุดนี้ก็ไม่อยากจะอธิบายว่าเป็นเพราะเปลี่ยนพาร์ทเนอร์จากแบรนด์จิวเวลรีที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้เพชร การเล่นคู่สี และการปลุกให้อัญมณีดูมีชีวิตชีวา มาสู่การจับมือกับแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงแทน ที่แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่โตไวที่สุดในตลาดนาฬิกาสวิส แต่ก็เป็นที่ทราบดีว่างานหลักของพวกเขาคือการขายความเที่ยงตรงและกลไกนาฬิกามากกว่างานอัญมณี เนื่องจากมันดูจะกำปั้นทุบดินไปหน่อย บวกกับก็มีเมซงผู้ผลิตเรือนเวลาอยู่ไม่น้อยที่ทำทั้งสองงานได้ดีควบคู่กัน
แต่ถ้าต้องหาเหตุผลที่ว่าทำไม The Angel Fantasy Bra ถึงดูไร้เสน่ห์เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ หน้า ก็อาจจะอยู่ที่ประเด็นความตั้งใจของ Jacob Arabo ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Jacob & Co. ที่ว่า “ต้องการสร้างบราที่มีราคาแพงที่สุด” ตามที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ ทางลัดที่ง่ายที่สุดคือการเลือกประโคมอัญมณีที่มีราคาสูงๆ เป็นทุนเดิมลงไปตั้งแต่แรก ซึ่งในครั้งนี้ก็คือเพชรน้ำงามและเพชรสีเหลือง (Yellow Daimond) เม็ดใหญ่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพื่อทำตามธงที่ตั้งไว้ เพราะการใช้อัญมณีสีอื่นๆ ที่แม้จะมีทั้งเฉดที่สวยกว่า แต่ด้วยราคาที่อาจจะสูงไม่เท่าสองอัญมณีก่อนหน้า นั่นอาจหมายความว่าเขาต้องเสียพื้นที่บราไปเยอะมากและอาจจะไม่สามารถสร้างสถิติที่มีเลขสวยอย่าง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้อย่างที่อัญมณีทั้งสองสีนี้ทำ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินว่าผลงานขาดความงามเพียงเพราะเลือกใช้เพชรเป็นหลักก็อาจไม่เป็นธรรมต่อผู้ออกแบบหรือทีมงานเบื้องหลัง เพราะความงามเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล ดังนั้นสิ่งที่ตั้งคำถามได้อย่างตรงไปตรงมาคือ “การสร้างสถิติด้านราคาทำให้ความสำคัญของการออกแบบในมิติอื่นๆ ถูกลดทอนลงไปหรือไม่?” หรือ “การที่มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐกลายเป็นหัวข้อที่กลบคำถามอื่นๆ เกี่ยวกับดีไซน์ไปเสียหมด นั่นอาจสะท้อนวิธีคิดของอุตสาหกรรมแฟชั่นยุคปัจจุบันที่การสร้างสรรค์ผลงานไม่ใช่การไขว่คว้าความงาม แต่เป็นการสร้างสิ่งที่ผู้คนไม่อาจละสายตาและหยุดพูดถึงได้หรือเปล่า?”
นางฟ้าในมือมีอยู่มากมาย แต่กลับลาก Kylie Jenner มาสวมใส่บราได้อย่างหน้าตาเฉย
นอกเหนือจากความสวยของบราที่อาจจะไม่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นเหมือนหลายๆ ปีก่อนหน้า อีกประเด็นหนึ่งที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันในโลกออนไลน์ก็คือภาพของนางฟ้าผู้สวมใส่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเดิมทีนางแบบที่ถูกเลือกให้ใส่บราตัวนี้มักมาจากเหล่านางฟ้าที่มีชั่วโมงบินหรือความผูกพันกับแบรนด์มายาวนาน เช่น Gisele Bündchen หรือ Adriana Lima ที่ร่วมเดินโชว์บ่อยๆ จนพวกเธอติดกับภาพจำของ Victoria’s Secret ไปโดยปริยาย
แต่ในครั้งนี้แบรนด์กลับดึงคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องและไม่เป็นไปตามทำนองคลองธรรมเลยสักนิดอย่าง Kylie Jenner มาติดปีกนางฟ้าเป็นครั้งแรก เพราะแม้เราจะรู้จักเธอในหลายบทบาท ทั้งบุคคลที่มีอิทธิพลสูงในวัฒนธรรมร่วมสมัย นักธุรกิจแสนล้าน และ Trendsetter แห่งโลกยุคใหม่ แต่ในหลายบทนั้น คำว่า ‘นางแบบ’ ไม่เคยเป็นหนี่งในนั้น ยิ่งตำแหน่งนางฟ้าบนเวที Victoria’s Secret แล้วด้วยนั้น ยิ่งห่างไกลจาก Kylie ไปหลายขุม
ทว่าการเลือก Kylie อาจเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจ ด้วยจำนวนผู้ติดตามบนอินสตาแกรมของเธอที่มีมากกว่า 381 ล้านคน ตัวเลขดังกล่าวทำให้เธอเป็นบุคคลที่มีศักยภาพในการนำภาพของ Fantasy Bra ไปสู่ผู้ชมที่อยู่นอกกลุ่มผู้ติดตามแฟชั่นโชว์ได้อย่างมหาศาล ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในวิธีการรีแบรนด์ที่ Victoria’s Secret อยากให้เป็น
โดยหลังจากโชว์จบลง ฟีดแบ็กก็ดูจะเป็นเอกฉันทน์แล้วว่าแบรนด์ทำสำเร็จจริงๆ ในแง่ของการสร้าง Engagement และเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง เพราะแค่คลิป Reel ในไอจีแบรนด์ที่มีหน้า Kylie ก็ฟาดยอดวิวไปกว่า 67 ล้านวิวแล้ว แต่ถ้าลองเลื่อนอ่านคอมเมนต์ที่พร่างพรูลงออกมา ก็จะรู้ได้ทันทีว่าการตัดสินใจเลือก Kylie เพียงเพราะต้องการเรียกเสียงฮือฮาและสร้างกระแสชนิดทันตาเห็นที่ไม่นานก็คงจะจางหายไปก็ไม่ใช่เรื่องชอบธรรมเช่นกัน เพราะมันหมายถึงการหักล้างรากฐานและอัตลักษณ์สำคัญของ Fantasy Bra ในฐานะวัตถุบรรจุความฝันของนางฟ้าหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่ต่างต้องพิสูจน์ตัวเองกันนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อได้ใส่มันสักครั้ง จนดูเหมือนแบรนด์กำลังใส่ใจพลังของชื่อเสียงและกระแส มากกว่าความต่อเนื่องของเรื่องราวที่เคยทำให้ Fantasy Bra มีความหมายพิเศษต่อเหล่านางแบบและผู้ชม ซึ่งทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของเครื่องหมายการันตีการเป็นซุปเปอร์โมเดลลดลงไปอย่างน่าเสียดาย

หรือ ‘การไม่มี’ จะเป็นทางลงที่ดีที่สุดสำหรับ Fantasy Bra อันศักดิ์สิทธิ์?
สุดท้ายแล้วการกลับมาปรากฏตรงหน้าหลังหายไปนานกว่า 8 ปีของ Fantasy Bra ก็ทำให้เห็นความจริงที่ว่า "มันไม่ได้วางตัวเองเป็นชุดชั้นในนางฟ้าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของความฝัน ความอลังการ และความทะเยอะทะยานอีกต่อไป" แต่มันตั้งใจเป็น "ป้ายโฆษณา" ให้แบรนด์ชั้นสูงมาจับจองพื้นที่เพื่อโปรโมตงานฝีมือและศาสตร์อันล้ำค่าที่สืบทอดมาอย่างยาวนานในตลาดแมสที่แม้จะไม่ได้เต็มไปด้วยฐานลูกค้าที่พร้อมจ่ายให้กับงานศิลป์ที่รังสรรค์มา แต่ก็รายล้อมไปด้วยฝูงชนที่มารอชมผลงานอยู่มากมายกว่าที่ไหนๆ หรือเผลอๆ อาจจะเยอะกว่าตอนที่พวกเขาเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ออกมาโชว์ด้วยตัวเองเสียด้วยซ้ำ
จนอาจจะกล่าวได้ว่า Fantasy Bra เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาดที่ชาญฉลาดที่สุดของ Victoria’s Secret และพันธมิตรธุรกิจที่ตบเท้าเข้ามาร่วมออกแบบ เพราะทั้งสองแบรนด์ไม่ได้จำเป็นต้องขายบราราคาหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับลูกค้าสักคนเพื่อให้ผลงานชิ้นนี้ทำหน้าที่ของมันได้สำเร็จ แต่จริงๆ สิ่งที่พวกเขาต้องการอาจเป็นเพียงการทำให้หลายล้านชีวิตทั่วโลกหยุดดู พูดถึง และจดจำชื่อของ Victoria’s Secret ไปพร้อมกับภาพของอัญมณีล้ำค่าจากเมซงนั้นๆ ที่ปรากฏบนรันเวย์
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหลายปัจจัยที่ทำให้เสน่ห์ของ Fantasy Bar ลดน้อยถอยลงไป แต่ถ้าพูดในมุมของผู้ชมที่หลงรักแฟชั่นโชว์นี้อย่างสุดหัวใจ และยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกว่าเดิมเมื่อรู้ถึงการกลับมาอีกครั้งของ Fantasy Bra ก็อดที่จะรู้สึกเสียใจไม่ได้ที่ Victoria’s Secret เลือกตอกฝาโลงบนผลงานไฮไลต์สำคัญของโชว์ตัวเอง ที่ถึงแม้ฟังก์ชั่นจริงๆ ของมันคือป้ายโฆษณาเรียกแขก แต่เพราะความโจ่งแจ้งและสุดโต่งเกินไปในครั้งนี้ ทำให้บราที่เคยเป็นดั่งสิ่งพิเศษกลายเป็นเรื่องตลกไปอย่างน่าเสียดาย จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าครั้งหน้าแบรนด์ไม่สามารถแก้มือใหม่ได้ ก็ควรปล่อยให้ชื่อของมันเป็นตำนานและความทรงจำอันงดงามในวันวานดีกว่าเอามันมาเร่ขายเพื่อหวังยอดแชร์และกระแสสั้นๆ อย่างที่ทำในครั้งนี้ ซึ่งต่อให้ผ่านไปอีกกี่ปี จัดโชว์อีกกี่ครั้ง หรือมีบราใหม่อีกกี่ตัว คนก็ยังจะจำผลงานครั้งนี้ได้ขึ้นใจ ในฐานะที่มันได้ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของ Fantasy Bra ลงไปอย่างราบคาบ





