Vogue Thailand

FASHION

ส่องโปรไฟล์ Solange Omon ผู้ชนะ Angels Among Us นางฟ้าคนใหม่บนรันเวย์ Victoria’s Secret 2026!

มาทำความรู้จัก Solange Omon นางแบบสาววัย 21 ปี อดีตเจ้าหน้าที่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ผู้ชนะรายการ Angels Among Us ซีซั่น 1 ปาดหน้าผู้สมัครกว่าแสนชีวิต

19 ตุลาคม 2569

พับปีกเก็บกันเรียบร้อยสำหรับโชว์ Victoria's Secret Fashion Show 2026 รันเวย์สุดยิ่งใหญ่ที่พึ่งจบโชว์ไปหมาดๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วแฟชั่นโชว์นี้ก็ถือเป็นความฝันสูงสุดของเหล่านางแบบหลายๆ คนที่พากันออดิชั่นไม่ต่ำกว่าแสนคนแทบทุกครั้งที่มีการเปิดรับสมัคร เพราะการได้ติดปีกนางฟ้าสักครั้งคือการการันตีว่าพวกเธอเป็นนางแบบที่มีศักยภาพมากพอและสามารถไปต่อได้ในสายอาชีพนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จนอาจกล่าวได้ว่า ตำแหน่งนางฟ้า Victoria’s Secret นั้นใกล้เคียงกับประโยค “A million girls would kill for this job” จากภาพยนตร์เรื่อง The Devil Wears Prada อยู่ไม่น้อย (หากแอนดี้เป็นนางแบบ ไม่ใช่ผู้ช่วยมิแรนด้า) 

และหนึ่งใน Million Girls ที่คว้างานสุดหินนี้มาได้ก็คือ Solange Omon นางฟ้าคนใหม่วัย 21 ปี ที่โว้กประเทศไทยอยากพาผู้อ่าไปทำความรู้จักให้มากขึ้น พร้อมสำรวจเส้นทางของเธอก่อนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชนะ Angels Among Us ซีซั่น 1 และติดปีกเป็นนางฟ้าคนใหม่แห่งบ้าน Victoria's Secret อย่างเป็นทางการในวันนี้

 

Article

 

Solange Omon เป็นใคร?

Solange Omon หญิงสาวอายุ 21 ปี จากประเทศแคเมอรูน จากครอบครัวพี่น้อง 6 คน ก่อนจะย้ายมาใช้ชีวิต ศึกษาต่อ และทำงานอยู่ในรัฐ Maine ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยก่อนจะเข้าสู่การแข่งขัน ‘Angels Among Us’ ซีซั่น 1 ซึ่งเป็นรายการค้นหานางแบบหน้าใหม่มาติดปีกนางฟ้าแห่ง Victoria‘s Secret (สามารถรับชมได้ทางช่องยูทูปของ @Victoria's Secret) ที่แบรนด์จับมือกับเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ ’IMG Models’ ซึ่งมีนางแบบชื่อดังในสังกัดหลายคน ตั้งแต่รุ่นใหญ่อย่าง Naomi Campbell ไปจนถึงพี่น้องโมเดลแถวหน้าอย่าง Gigi และ Bella Hadid เธอไม่ได้มีอาชีพในสายแฟชั่นเหมือนกับนางฟ้าคนอื่นๆ บนรันเวย์ แต่เธอเป็นนักศึกษาธรรมดาที่กำลังทำงานเป็นผู้ประสานงานโครงการในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งช่วยเหลือเยาวชนผิวดำและเยาวชนผู้อพยพ

แม้เส้นทางในวงการนางแบบจะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอ แต่ Solange เปิดเผยว่าการเป็นนางแบบเป็นหนึ่งในความฝันที่เธอวาดภาพให้ตัวเองมาโดยตลอด และเมื่อ Victoria’s Secret เปิดรับสมัครนางฟ้าคนใหม่ เธอจึงตัดสินใจก้าวเข้ามาคว้าโอกาสนั้น 

การแข่งขันครั้งนี้เริ่มต้นจากผู้สมัครมากกว่า 100,000 คน ก่อนที่ผู้ผ่านการคัดเลือกบางส่วนจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมการออดิชั่นใน 4 เมืองของสหรัฐฯ ได้แก่ Los Angeles, Miami, Houston และ Chicago จากนั้นจึงคัดเหลือผู้เข้าแข่งขัน 10 คนเพื่อเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนและเตรียมตัวใน New York โดยผู้เชี่ยวชาญจะดูแลทั้งการเดินแบบ การถ่ายภาพ และการฟิตติ้งชุด ก่อนจะคัดเหลือพียง 3 คน ได้แก่ Andreína Martínez, Tatyana Tinsley และตัวเธอ ซึ่งท้ายที่สุด Solange ก็เป็นผู้คว้าชัยชนะไปครอง พร้อมได้โอกาสเซ็นสัญญาเป็นนางแบบในสังกัด IMG Models และเดบิวต์สกิลการเดินแบบอย่างเป็นทางการครั้งแรกบนรันเวย์ Victoria's Secret Fashion Show 2026 ที่พึ่งจบไป ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพนางแบบที่เธอเคยฝันถึง

 

 

ทำไม Victoria's Secret ถึงเลือก Solange Omon เป็นผู้ชนะ

ในสนามที่มีผู้สมัครมากกว่า 100,000 คน ความโดดเด่นเพียงชั่วขณะอาจไม่เพียงพอที่จะพาใครสักคนไปถึงเส้นชัย สิ่งที่น่าสนใจจึงอยู่ที่เกณฑ์การคัดเลือกของ Victoria’s Secret ซึ่งดูเหมือนจะมองหาอะไรที่มากกว่าความสามารถในการเดินแบบหรือรูปลักษณ์ที่เหมาะกับรันเวย์

‘Adam Selman’ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Victoria’s Secret ให้สัมภาษณ์กับ People ว่าสิ่งที่ทำให้ Solange โดดเด่นไม่ใช่เพียงบุคลิกที่ดึงดูดสายตา แต่คือความเป็นตัวของตัวเอง ความอบอุ่น และความมุ่งมั่นที่เธอแสดงออกตลอดการแข่งขัน ขณะที่ ‘Hillary Super’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแบรนด์ ก็กล่าวชื่นชมความมั่นใจ ความสุข และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอ ซึ่งสะท้อนภาพของนางฟ้ารุ่นใหม่ที่แบรนด์ต้องการนำเสนอ

ชัยชนะของ Solange ยังสะท้อนทิศทางที่น่าสนใจของ Victoria’s Secret ในยุคปัจจุบันด้วย เพราะแทนที่จะจำกัดการค้นหานางฟ้าไว้ในกลุ่มนางแบบที่มีชื่อเสียงหรือผ่านการเดินรันเวย์ระดับโลกมาบ้าง เหมือนที่มีการคัดเลือกสมัยก่อน แบรนด์กลับเปิดพื้นที่ให้คนธรรมดาที่มีความฝันได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเอง โดยให้ผู้ชมติดตามเส้นทางตั้งแต่การออดิชั่นไปจนถึงวินาทีแห่งชัยชนะผ่านรายการ Angels Among Us

 

ชัยชนะของ Solange Omon อาจตอกย้ำปรากฏการณ์ Diamond in a Rough

หากมองย้อนกลับไปยังรันเวย์และแคมเปญแฟชั่นในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าแบรนด์ลักชัวรีหลายแห่งเริ่มเปิดรับบุคคลหน้าใหม่ที่ไม่เคยทำงานในสายแฟชั่นมาก่อน และหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ‘Bhavitha Mandava’ นางแบบชาวอินเดียที่ถูกพบโดยบังเอิญในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการและสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนางแบบชาวอินเดียคนแรกที่เปิดโชว์ CHANEL ในเดือนธันวาคม 2025

อีกกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานคือ 'Rachel Ojuromi' หญิงสาวจากประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นที่รู้จักจากคลิปวิดีโอที่เธอเปลี่ยนท้องถนนในบ้านเกิดให้กลายเป็นรันเวย์ ก่อนจะได้รับความสนใจจาก Matthieu Blazy ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ CHANEL และได้รับโอกาสเปิดตัวบนรันเวย์คอลเล็กชั่น Spring/Summer 2027 ของเมซงเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา

ทั้ง Bhavitha, Rachel และ Solange ต่างมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างในฉบับของตัวเอง แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันในมิติที่ว่าพวกเธอไม่ได้เริ่มมาจากการเป็นนางแบบมืออาชีพที่ได้โอกาสเดินให้แบรนด์ใหญ่ แต่เป็นสาวหน้าใหม่ของวงการที่โชคดีได้โอกาส ซึ่งสาวๆ นับล้านยอมฆ่ากันเพื่อแลกมา

ปรากฏการณ์นี้ชวนให้นึกถึงสำนวนภาษาอังกฤษที่ว่า “A diamond in the rough” หรือเพชรเม็ดงามที่ยังไม่ได้รับการเจียระไน ซึ่งใช้เปรียบเปรยถึงคนที่มีศักยภาพซ่อนอยู่ แม้จะยังไม่ได้รับการขัดเกลาหรือเป็นที่รู้จักในวงกว้างมาก่อน ซึ่งก็ไม่ต่างกับพวกเธอที่ก้าวขึ้นมาเป็นหน้าใหม่ที่น่าจับตาแม้จะเริ่มมาจากศูนย์ 

แน่นอนว่า การเปิดโอกาสให้คนหน้าใหม่ไม่ได้หมายความว่าประสบการณ์หรือทักษะจะไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะการทำงานบนรันเวย์ระดับโลกยังต้องอาศัยการฝึกฝนและความเป็นมืออาชีพ แต่กรณีของ Solange ทำให้เห็นว่าจุดเริ่มต้นของอาชีพไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรงเสมอไป และบางครั้งสิ่งที่แบรนด์กำลังมองหาอาจไม่ใช่นางแบบที่พร้อมสมบูรณ์แบบที่สุดตั้งแต่แรก หากเป็นคนที่มีศักยภาพ มีบุคลิกชัดเจน และพร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ในระยะยาว

Article
ภาพปกและภาพประกอบ : Getty Images, @solange_omon