ปลายทศวรรษ 1980s ที่เสียงดนตรีกรันจ์ (Grunge) ดังก้องไปทั่วซีแอตเทิลไม่ว่าจะเป็น Nirvana, Pearl Jam หรือ Soundgarden ที่ไม่ได้ปฏิวัติโลกดนตรีร็อกเท่านั้น แต่ยังให้กำเนิด aesthetic ใหม่ที่สะท้อนความเหนื่อยล้าและความเบื่อหน่ายต่อสังคมบริโภคนิยมผ่านเสื้อผ้าของวัยรุ่นแถบเมืองอุตสาหกรรมอย่างเชิ้ตลายสก็อตมือสอง กางเกงยีนส์ขาดๆ เสื้อยืดสีซีดที่ผ่านการใช้งานมานับไม่ถ้วน และรองเท้าคอมแบ็ตบูทที่กลายมาเป็นถ้อยแถลงแห่งความขบถและการต่อต้านความเนี้ยบหรูหราที่แฟชั่นกระแสหลักกำลังสรรเสริญในขณะนั้น ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือกรันจ์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยดีไซเนอร์ หากแต่เกิดจากการแต่งตัวที่ไม่ได้คิดอะไรของวัยรุ่นชนชั้นแรงงาน ทำให้เสื้อผ้ามือสองราคาถูกกลายมาเป็นเครื่องแบบของ subculture ที่สื่อถึงการไม่แคร์ภาพลักษณ์ใดๆ แต่ขัดแย้งตรงที่ยิ่งไม่แคร์มากเท่าไร โลกแฟชั่นก็ยิ่งจับจ้องมากขึ้น
จุดหักเหของกรันจ์เกิดขึ้นในปี 1992 เมื่อ Marc Jacobs ที่ขณะนั้นเป็นหัวเรือให้กับ Perry Ellis ได้ส่งคอลเล็กชั่น Grunge ฤดูใบไม้ผลิ 1992/1993 ออกมาเฉิดฉายในโลกแฟชั่น เขาพาซูเปอร์โมเดลระดับโลกอย่าง Naomi Campbell และ Kate Moss เดินรันเวย์ในลุคเสื้อเชิ้ตลายสก็อต เสื้อโค้ทขนาดใหญ่ และ slip dress ที่จับคู่เข้ากับคอมแบ็ตบูท ให้กลิ่นอาย teen spirit ผ่านเสื้อผ้าที่หยิบยกแรงบันดาลใจมาจากบรรดาหนุ่มๆ นักร้องจากซีแอตเทิล Marc Jacobs นำสไตล์เหล่านั้นมาตีความใหม่ด้วยผ้าที่ดีที่สุด ผสมผสานสีสันเข้ากับสัมผัสเนื้อผ้าด้วยความประณีต ในช่วงเวลาที่ Kurt Cobain และ Courtney Love เฉิดฉายไปทั่วโลก Marc Jacobs ในวัย 29 ปีได้นำเชิ้ตแฟลนเนล เดรสลายดอกของคุณย่า รองเท้าคอมแบ็ตบูท และหมวกถักไหมพรมมารังสรรค์ในคอลเล็กชั่น นี่คือครั้งแรกในโลกแฟชั่นระดับสูงที่ดีไซเนอร์พาแฟชั่นจากท้องถนนขึ้นมาอยู่บนรันเวย์
ผลลัพธ์ถัดมาจากความแปลกใหม่ครั้งนั้นทำให้ Marc Jacobs ถูกไล่ออกจาก Perry Ellis เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่ารันเวย์เปรียบเสมือนสังเวียนที่เหล่าดีไซเนอร์จะได้นำผลงานที่ตรากตรำมาทั้งฤดูกาลออกมาประชันกัน กรันจ์ที่เป็นขั้วตรงข้ามจึงนับเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ สื่อใหญ่หลายเจ้าต่างวิจารณ์ถึงคอลเล็กชั่นของ Marc Jacobs กันอย่างรุนแรง บ้างกล่าวนี่คือแรงเฮือกสุดท้ายของ Marc Jacobs บ้างก็กล่าวดูถูกกรันจ์ เสียงเหล่านั้นต่างสะท้อนถึงความโลกแคบของวงการแฟชั่นที่ยกยอแต่ความหรูหรา จึงเป็นที่น่าสนใจว่าการที่ Marc Jacobs เลือกหยิบกรันจ์ที่เป็นภาพฉายของวัยรุ่นเมืองอุตสาหกรรมมานำเสนอบนรันเวย์ท่ามกลางสังคมบริโภคนิยม ไม่แน่ว่าเป็นเพราะต้องการนำเสนอความแหวกแนวหรือเป็นความขบถของเขาเองที่ต้องการฉีกภาพความหรูหราที่กำลังกลืนกินวงการแฟชั่น
แต่สุดท้ายแล้วเสียงวิจารณ์ก็ถูกหักล้างจากผลลัพธ์ของสังคม แม้ Marc Jacobs จะตกงานถูกไล่ออกจาก Perry Ellis แต่ผลงานคอลเล็กชั่นกรันจ์ส่งให้เขาคว้ารางวัล CFDA Womenswear Designer of the Year 1992 และเกิดปรากฏการณ์ขัดแย้งกัน กรันจ์ที่โลกแฟชั่นเคยปฏิเสธนั้นได้เข้าสู่ตลาดอย่างเต็มตัว แบรนด์หรูเริ่มผลิตเชิ้ตแฟลนเนลในราคาหลายร้อยดอลลาร์ เป็นสิ่งสะท้อนว่าเมื่อ subculture มีอิทธิพลมากพอมันจะถูก repackage ใหม่ในรูปแบบแบรนด์เนมทันที ตามสูตรสำเร็จของโลกบริโภคนิยม คอลเล็กชั่นกรันจ์ 1992 ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงให้กับโลกแฟชั่น ซึ่ง Marc Jacobs ได้สานต่อเส้นทางของเขาภายใต้แบรนด์ที่เป็นชื่อของตัวเอง ส่งให้ Marc Jacobs เป็นที่รู้จักไปทั่ววงการยิ่งขึ้นไปอีก
กว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา Marc Jacobs ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ากรันจ์คืออีกหนึ่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของเขา และคอลเล็กชั่นนี้ก็ยังเป็นตัวอย่างของแฟชั่นร่วมสมัยที่หลายแบรนด์ได้นำมาเป็นกรณีศึกษาอย่าง Alexander McQueen กับกางเกงเอวต่ำ หรือ Hedi Slimane แห่ง Saint Laurent ในทุกวันนี้ รันเวย์กรันจ์สุดขบถในครั้งนั้นถูกจารึกว่าเป็นคอลเล็กชั่นที่มาก่อนกาล แหกกฎภาพจำทศวรรษอันดิบเถื่อนด้วยการปฏิวัติแฟชั่นหรูหราโดยสิ้นเชิง และยังคงมีอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้ คอลเล็กชั่นกรันจ์ของ Marc Jacobs จึงเป็นดั่งภาพสะท้อนว่าตำนานในโลกแฟชั่นไม่จำเป็นต้องหรูหราเสมอไป แต่ความเหนือกาลเวลาต่างหากที่จะเป็นตำนาน
(สามารถตามไปอ่านบทความ 'VOGUE HISTORY | ย้อนเส้นทางของ Victoria Beckham จากป็อปสตาร์ผู้นำเทรนด์แฟชั่นสู่บทบาทนักธุรกิจสาว!' ได้ที่นี่)

VOGUE HISTORY | ย้อนเส้นทางของ Victoria Beckham จากป็อปสตาร์ผู้นำเทรนด์แฟชั่นสู่บทบาทนักธุรกิจสาว!

VOGUE HISTORY | ย้อนรอยวินาทีเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรกของมนุษย์ และพันธกิจสำคัญของ OMEGA



