Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE BIJOUX | ซูมจิวเวลรีชิ้นมรดกจาก Van Cleef & Arpels กับ 'Pelouse Bracelet' กำไลทับทิม

กำไล ‘Pelouse’ ปี 1948 จาก Van Cleef & Arpels ถ่ายทอดความงามของธรรมชาติผ่านทับทิมกว่า 500 เม็ดและเพชรระยิบระยับ จนกลายเป็นหนึ่งในผลงาน Heritage ที่งดงามเหนือกาลเวลา

15 มิถุนายน 2569

     โว้กพาชมหนึ่งในผลงานมรดกชิ้นสำคัญของ Van Cleef & Arpels อย่าง ‘Pelouse’ Bracelet ผลงานจากปี 1948 กำไลที่เปรียบเสมือนบทบันทึกแห่งธรรมชาติในรูปแบบจิวเวลรีชั้นสูง ชื่อ 'Pelouse' ซึ่งแปลว่า 'สนามหญ้า' ในภาษาฝรั่งเศส สะท้อนแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ธรรมชาติอันอ่อนช้อย โดยผลงานถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกแห่งจิวเวลรีกำลังเปลี่ยนผ่านจากความนิยมในการออกกแบบที่มีรูปทรงเรขาคณิตอันเนี้ยบคมของยุค Art Deco ไปสู่รูปทรงที่พลิ้วไหวและมีชีวิตชีวาจากธรรมชาติมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ‘Pelouse’ จึงกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของยุคสมัยได้อย่างงดงาม ขณะเดียวกันการเรียงร้อยทับทิมสีแดงสดนับร้อยเม็ดทั่วพื้นผิวคล้ายกับผืนพรมอัญมณีทับทิมที่เปล่งประกายและเคลื่อนไหวไปตามแสง

     ความโดดเด่นของกำไลชิ้นนี้อยู่ที่การจัดวางทับทิมทรงกลมกว่า 502 เม็ด รวมน้ำหนักราว 46 กะรัต ปกคลุมพื้นผิวของตัวเรือนจนเกิดเป็นมิติคล้ายผืนพรมกำมะหยี่สีแดงเข้ม ขณะที่เพชรทรงกลมอีก 52 เม็ดทำหน้าที่เติมประกายแสงระหว่างเหล่าทับทิม ราวหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนผืนหญ้ายามเช้า โครงสร้างของกำไลถูกออกแบบให้มีลักษณะโค้งนูนและเคลื่อนไหวไปตามข้อมือ สะท้อนแนวคิด 'Couture & Nature' อันเป็นหัวใจสำคัญของ Van Cleef & Arpels ที่หลอมรวมโลกแฟชั่นและธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างงดงาม

     เมื่อสวมใส่ ‘Pelouse’ Bracelet จะมอบลุคที่ทั้งสง่างามและโดดเด่นในคราวเดียว เฉดสีแดงเข้มของทับทิมช่วยขับผิวและสร้างจุดสนใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่ประกายเพชรเพิ่มมิติให้ทุกการเคลื่อนไหวดูมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะจับคู่กับชุดราตรีสีดำหรือแม้แต่ลุคมินิมัลที่ปล่อยให้เครื่องประดับเป็นพระเอกของลุค กำไลชิ้นนี้ก็สามารถดึงดูดทุกสายตาได้อย่างธรรรมชาติราวกับสวมใส่ผืนพรมแห่งอัญมณีล้ำค่าที่เปล่งประกายอยู่บนข้อมือ และตอกย้ำว่าเสน่ห์ของจิวเวลรี Heritage ของ Van Cleef & Arpels นั้นไม่มีวันเสื่อมคลายไปตามกาลเวลา