โว้กพาชมหนึ่งในผลงานมรดกชิ้นสำคัญของ Van Cleef & Arpels อย่าง ‘Pelouse’ Bracelet ผลงานจากปี 1948 กำไลที่เปรียบเสมือนบทบันทึกแห่งธรรมชาติในรูปแบบจิวเวลรีชั้นสูง ชื่อ 'Pelouse' ซึ่งแปลว่า 'สนามหญ้า' ในภาษาฝรั่งเศส สะท้อนแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ธรรมชาติอันอ่อนช้อย โดยผลงานถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกแห่งจิวเวลรีกำลังเปลี่ยนผ่านจากความนิยมในการออกกแบบที่มีรูปทรงเรขาคณิตอันเนี้ยบคมของยุค Art Deco ไปสู่รูปทรงที่พลิ้วไหวและมีชีวิตชีวาจากธรรมชาติมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ‘Pelouse’ จึงกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของยุคสมัยได้อย่างงดงาม ขณะเดียวกันการเรียงร้อยทับทิมสีแดงสดนับร้อยเม็ดทั่วพื้นผิวคล้ายกับผืนพรมอัญมณีทับทิมที่เปล่งประกายและเคลื่อนไหวไปตามแสง
ความโดดเด่นของกำไลชิ้นนี้อยู่ที่การจัดวางทับทิมทรงกลมกว่า 502 เม็ด รวมน้ำหนักราว 46 กะรัต ปกคลุมพื้นผิวของตัวเรือนจนเกิดเป็นมิติคล้ายผืนพรมกำมะหยี่สีแดงเข้ม ขณะที่เพชรทรงกลมอีก 52 เม็ดทำหน้าที่เติมประกายแสงระหว่างเหล่าทับทิม ราวหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนผืนหญ้ายามเช้า โครงสร้างของกำไลถูกออกแบบให้มีลักษณะโค้งนูนและเคลื่อนไหวไปตามข้อมือ สะท้อนแนวคิด 'Couture & Nature' อันเป็นหัวใจสำคัญของ Van Cleef & Arpels ที่หลอมรวมโลกแฟชั่นและธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างงดงาม
เมื่อสวมใส่ ‘Pelouse’ Bracelet จะมอบลุคที่ทั้งสง่างามและโดดเด่นในคราวเดียว เฉดสีแดงเข้มของทับทิมช่วยขับผิวและสร้างจุดสนใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่ประกายเพชรเพิ่มมิติให้ทุกการเคลื่อนไหวดูมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะจับคู่กับชุดราตรีสีดำหรือแม้แต่ลุคมินิมัลที่ปล่อยให้เครื่องประดับเป็นพระเอกของลุค กำไลชิ้นนี้ก็สามารถดึงดูดทุกสายตาได้อย่างธรรรมชาติราวกับสวมใส่ผืนพรมแห่งอัญมณีล้ำค่าที่เปล่งประกายอยู่บนข้อมือ และตอกย้ำว่าเสน่ห์ของจิวเวลรี Heritage ของ Van Cleef & Arpels นั้นไม่มีวันเสื่อมคลายไปตามกาลเวลา

จากเวทีโอเปราสู่จิวเวลรีชั้นสูง Van Cleef & Arpels ถ่ายทอดศิลปะบัลเลต์ผ่าน 'Ballet Précieux'

จะเป็นอย่างไร หากจักรวาลถูกแปรความหมายสู่งานจิวเวลรีโดย Van Cleef & Arpels

เจาะลึกเบื้องหลังการรังสรรค์จิวเวลรี Van Cleef & Arpels คอลเล็กชั่น 'Lucky Spring'

Van Cleef & Arpels ต้อนรับ ’ผีเสื้อ’ สมาชิกใหม่ในคอลเล็กชั่น 'Lucky Spring'
