คอลเล็กชั่น 'Lucky Spring' ของ Van Cleef & Arpels ถ่ายทอดความงดงามและความสดใสของธรรมชาติในฤดูใบไม้ผลิ ผ่านโมทีฟที่เต็มไปด้วยความหมายมงคล ไม่ว่าจะเป็น ดอกเหมย สัญลักษณ์แห่งความหวังและความอดทน, Lily of the valley ดอกไม้นำโชคที่บอกถึงการเริ่มต้นใหม่ และ เต่าทอง แมลงตัวเล็กที่เชื่อกันว่านำพาความสุขสมหวังมาให้ผู้พบเห็น โดยในปีนี้เมซงได้เพิ่ม 'ผีเสื้อ' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอิสระและการเปลี่ยนแปลง เข้ามาเติมเต็มเรื่องราวของคอลเล็กชั่น ผีเสื้อถูกถ่ายทอดผ่านการเรียงร้อยแผ่นโมราสีฟ้าและลาพิสลาซูลี ตัดกับตัวเรือนทองคำสีเหลืองเดินขอบลูกปัดทองเทคนิคเอกลักษณ์ของเมซง แสดงถึงความเชี่ยวชาญในการคัดสรรอัญมณีและงานฝีมืออันเป็นเลิศของ Van Cleef & Arpels
1 / 2
2 / 2
หนึ่งในไฮไลต์ของฤดูกาลนี้คือ Between the Finger ring หรือแหวนระหว่างนิ้ว ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ด้านการออกแบบของ Van Cleef & Arpels ตัวเรือนปลายเปิดถูกตกแต่งด้วยองค์ประกอบแบบอสมมาตร โดยปลายด้านหนึ่งประดับ ดอกเหมยแม่มุกสีขาวและดอก Lily of the valley เดินขอบลูกปัดทองอย่างประณีต ขณะที่อีกด้านเป็น ผีเสื้อกางปีก ตัวเรือนทองคำสีเหลืองที่เปล่งประกายราวแสงแรกของฤดูใบไม้ผลิ งานออกแบบนี้สะท้อนทั้งความอ่อนช้อยของธรรมชาติและความพิถีพิถันของเมซง ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุอย่างแม่มุก โมรา และอัญมณีต่างๆ ไปจนถึงรายละเอียดการขัดเงาและการเดินขอบลูกปัดทองอันเป็นเอกลักษณ์
1 / 2
2 / 2
คอลเล็กชั่นยังต่อยอดสู่โลกแห่งเรือนเวลาด้วยนาฬิกา 'Lady Lucky Spring Butterfly' จากกลุ่ม 'Poetic Complications' ซึ่งผสานศิลปะจิวเวลรีเข้ากับกลไกนาฬิกาชั้นสูงอย่างงดงาม หน้าปัดถ่ายทอดภาพสวนดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิผ่านดอกเหมยแม่มุกสีขาวและกิ่งทองคำขัดเงา พร้อมพื้นผิวกีโยเชสีน้ำเงินเข้มที่สะท้อนแสงอย่างมีมิติ
กลไก Retrograde Minutes และ Jumping Hours ทำให้ผีเสื้อบนหน้าปัดเคลื่อนไหวเสมือนกำลังโบยบินไปตามการเดินของเวลา ภายในตัวเรือนขนาด 33 มม. ยังประดับเพชรคุณภาพสูงตามมาตรฐานของเมซง ขณะที่รายละเอียดด้านหลังตัวเรือนเผยให้เห็นงานสลักและการตกแต่งกลไกอย่างประณีต สะท้อนการผสานระหว่างหัตถศิลป์ฝรั่งเศสและศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาที่พัฒนาขึ้นภายในห้องปฏิบัติการของ Van Cleef & Arpels ที่เจนีวา
1 / 4
2 / 4
3 / 4
4 / 4

