Vogue Thailand

FASHION

ย้อนรอย Atelier Versace ไลน์โอตกูตูร์ Versace ความทรงจำที่ไม่เคยถูกลืมกำลังจะถูกชุบชีวิต

การเข้ามาบริหารจัดการของเครือ Prada Group เป็นการเริ่มยุคใหม่ของ Versace โดยการแต่งตั้ง Pieter Mulier พร้อมประกาศชัดว่าจะกลับมาจัดโชว์ Atelier Versace อีกครั้ง

19 มีนาคม 2569

     Versace คือแบรนด์ระดับแถวหน้าของวงการแฟชั่นจากประเทศอิตาลี ตำนานอันโด่งดังจากฝีมือการออกแบบของ Gianni Versace ผู้ก่อตั้ง เรื่อยไปจนถึงเรื่องราวความหวือหวาต่างๆ ทั้งเส้นทางชีวิต การเติบโตของแบรนด์อย่างก้าวกระโดด เรื่อยไปจนถึงโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครลืมเลือน สานต่อสู่การกุมบังเหียนของ Donatella Versace น้องสาวผู้เก่งกาจและนำพาแบรนด์รักษามาตรฐานความยิ่งใหญ่มานานเกือบ 3 ทศวรรษ แต่เมื่อพี่น้องตระกูลเวอร์ซาเช่ไม่ได้ทำหน้าที่กำกับดูแล หลายคนอาจตั้งคำถามว่าแบรนด์จะคงอัตลักษณ์อย่างเด่นชัดได้เช่นเดิมหรือไม่ และจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
 

     จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดมาจากการเข้าซื้อกิจการของแบรนด์โดย Prada Group นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน ส่งผลให้ Dario Vitale ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้หมาดๆ และนำเสนอคอลเล็กชั่นไปเพียงครั้งแรกโดนเด้งออกจากเก้าอี้ และมีประกาศต่อเนื่องว่า Pieter Mulier จะเข้ามารับหน้าที่สานต่อเวอร์ซาเช่ ในเวลาต่อมา สิ่งนี้ทำให้สาวกแฟชั่นคาดการณ์ไปต่างๆ นานาว่าเวอร์ซาเช่ภายใต้มุมมองเชิงศิลป์ของปีเตอร์จะเสิร์ฟผลงานอันน่าทึ่งอะไรให้ได้เสพสมกัน มากไปกว่านั้นจะหยิบยกผลงานเก่าเก็บหรือจะสร้างสรรค์เวอร์ซาเช่โฉมใหม่เลยหรือไม่
 

     เพียงไม่นานหลังการแต่งตั้งปีเตอร์ ต้องบอกว่าเครือปราด้าให้ความสำคัญเกี่ยวกับแบรนด์ใหม่ในเครือทันที โดยระบุถึงการนำเสนอคอลเล็กชั่นเดบิวต์ของปีเตอร์ แต่ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือการประกาศว่าจะนำไลน์ ‘Atelier Versace’ กลับมาอีกครั้ง ซึ่งโชว์ในไลน์เสื้อผ้าตัดเย็บชั้นสูงของแบรนด์ห่างหายไปจากสารบบแฟชั่นยาวนานประมาณ 1 ทศวรรษ และยิ่งกระแสเส้นกราฟที่ค่อยๆ ดิ่งตัวลงทั้งเชิงเศรษฐกิจและความนิยม โชว์โอตกูตูร์ก็เริ่มถูกทอนออกไปพอสมควร หลายแบรนด์เลือกจะไม่จัดโชว์และออกจากตารางปารีสโอตกูตูร์แฟชั่นวีก ทว่าเวอร์ซาเช่ทำสิ่งสวนกระแสกับการประกาศอย่างชัดเจนว่าจะกลับมาลุยในสนามแข่งขันสุดพิเศษนี้อีกครั้ง

Article

โชว์ Atelier Versace คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 1996

     ถ้าถามว่าอเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่สำคัญอย่างไรกับโลกแฟชั่น คำตอบคงต้องย้อนกลับไปสมัยดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งยังคงดูแลทุกมิติครอบคลุมทั้งหมดด้วยตนเอง เขาเริ่มแตกไลน์โอตกูตูร์ออกมาเพียงราวๆ 11 ปีหลังจากการก่อตั้งแบรนด์อย่างเป็นทางการ โชว์ครั้งแรกก็เปิดฉาก ณ โรงแรม Ritz Paris สุดไอคอนิก และไลน์อเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ ไม่ได้ทำหน้าที่นำเสนอคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าตัดเย็บเนี้ยบกริบทุกกระเบียดนิ้วเพียงอย่างเดียว แต่กำลังถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ของการสร้างคอมมูนิตี้อันยิ่งใหญ่ จานนี เวอร์ซาเช่คือดีไซเนอร์ที่ควบสถานะเซเลบริตี้ เขาและเหล่าซูเปอร์โมเดลยุค 1990s กำลังสร้างประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน ดังนั้นอเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ จึงเป็นดั่งเครื่องมือสื่อสารถึงคุณภาพและกลุ่มสังคมด้านแฟชั่นที่ทรงอิทธิพล พร้อมก้าวสู่ยอดพีระมิดที่ออกจากกรอบความหรูหราเหนือระดับแบบชนชั้นสูง เสื้อผ้าโอตกูตูร์ที่เป็นมากกว่าของสะสม แต่เป็นงานศิลปะที่สามารถจัดจ้านและตอบโจทย์การเป็นจุดตกกระทบของแสงสปอตไลต์

     โลกโอตกูตูร์ที่เปลี่ยนแปลงจากมุมมองของจานนี เวอร์ซาเช่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอาณาจักรโอตกูตูร์เต็มไปด้วยความสง่างามที่เน้นความหรูหราและงานฝีมือขั้นสูง ดังนั้นจึงถูกเชื่อมโยงกับความเป็นผู้ดี ผู้เสพงานศิลป์อย่างมีระบบระเบียบ หรือแม้แต่วัฒนธรรมเฉพาะที่ทำให้โลกโอตกูตูร์เป็นจักรวาลแห่งความเอ็กซ์คลูซีฟที่อาจไม่ได้ต้องการความหวือหวาหรือส่งเสียงโด่งดังกังวาลไปไกลนัก มันถูกออกแบบมาเพื่อลูกค้ากระเป๋าหนักและเหล่านักสะสมที่อาจมองว่าผลงานการนำเสนอของกูตูริเยร์คืองานศิลปะชิ้นสำคัญ สวนทางกลับอเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ เพราะแบรนด์สัญชาติอิตาเลียนสุดร้อนแรง ณ ขณะนั้น แปรเปลี่ยนภาพโอตกูตูร์ให้เป็นโลกของความสนุกสนาน หวือหวา และเป็นกระแส การเปลี่ยนแปลงสำคัญและเห็นได้ชัดคือการใช้ซูเปอร์โมเดลและเซเลบริตี้ในแคมเปญ และบนรันเวย์ รวมถึงการเชิญแขกฟรอนต์โรว์ ภูมิทัศน์ด้านการเชิญแขกของแบรนด์แปรเปลี่ยนโลกแฟชั่นชั้นสูงไปคนละแบบ และแน่นอนว่าเมื่อเวอร์ซาเช่ขยับตัวในยุค 1990s ทุกอย่างก็ดูจะเป็นกระแสนิยมอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ

Article

Gianni Versace จูบส่งท้ายอำลาปิดโชว์ Atelier Versace คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 1997

     Naomi Campbell, Christy Turlington, Linda Evangelista และซูเปอร์โมเดลอีกหลายต่อหลายคนมีส่วนร่วมกับเวอร์ซาเช่ทั้งในไลน์เรดี้ทูแวร์และโอตกูตูร์ แคมเปญและโชว์หลายปีที่กระแสนิยมของแบรนด์เติบโตอย่างเฟื่องฟู จนกระทั่งดีไซเนอร์ถูกปลิดชีพเสียชีวิต ณ คฤหาสน์ เมืองไมอามี นำมาสู่การตั้งคำถามถึงจุดจบของอเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อผู้นำคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูดหายไป ตามแนวคิดเชิงสังคมวิทยา ‘Charismatic Leader’ นั้นทรงพลังและหากไม่สามารถหาคนทดแทนกลุ่มคอมมูนิตี้จะค่อยๆ สลายหายไป ซึ่งถึงแม่น้องสาวฝีมือฉกาจจะเข้ามากำกับดูแล พร้อมรักษามาตรฐานและแนวทางของเวอร์ซาเช่ไว้ให้คงเดิมมากที่สุด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากปี 1997 เป็นต้นมา ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม

     ระยะเวลาสุดท้ายของอเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ในยุคแรกจบลงช่วงกลางยุค 2000s เพราะแบรนด์เลือกจะถอนตัวออกจากตารางโอตกูตูร์แฟชั่นวีก ไม่จัดโชว์รันเวย์นำเสนอเสื้อผ้าชั้นสูงอีกต่อไป กระแสของแบรนด์โด่งดังก็จริง แต่โลกโอตกูตูร์ในฉบับเวอร์ซาเช่กลับค่อยๆ อ่อนแอลง เหลือไว้คงไลน์เรดี้ทูแวร์ และอเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ในเวอร์ชั่นไลน์สั่งตัดสุดพิเศษสำหรับลูกค้าหรือมิวส์คนสำคัญ (ยังคงรูปแบบการเชิญบรรณาธิการและแขกวีไอพีเพื่อชมผลงานคอลเล็กชั่นใหม่อยู่) จนกระทั่งในปี 2012 แบรนด์หวนคืนสู่การจัดโชว์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ภายใต้การนำของดอนนาเทลล่า ทุกอย่างไม่เหมือนยุคของพี่ชายเมื่อราว 2 ทศวรรษก่อนหน้า กระแสซูเปอร์โมเดลจางหายไปเรียบร้อย โลกดิจิทัลกำลังคืบคลานเข้ามาครองสัดส่วนพื้นที่ไปเรื่อยๆ อเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ หากพูดตามตรงไม่ได้ประสบความสำเร็จหรือเป็นที่น่าจดจำอะไรมากมายนัก ซึ่งเพียงไม่กี่ปีถัดมา แบรนด์ก็ถอนตัวออกจากตารางปารีสโอตกูตูร์แฟชั่นวีก และเลือกจะนำเสนอลุคบุ๊กอย่างเป็นทางการแทน สะท้อนภาพอย่างชัดเจนถึงขาลงของโอตกูตูร์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจไม่ได้สอดประสานเข้ากับแนวทางของแบรนด์อีกต่อไป

Article

Donatella Versace โบกมือปิดท้ายโชว์ Atelier Versace คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2016 โชว์รันเวย์ของไลน์โอตกูตูร์ครั้งล่าสุดของ Versace

     นับตั้งแต่นั้นมาอเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ รักษาชื่อเสียงไว้ด้วยผลงานสั่งตัดพิเศษสำหรับเซเลบริตี้ เรื่อยไปจนถึงลูกค้าวีไอพี ที่สร้างประสบการณ์แบบส่วนตัวเสียมากกว่า คอลเล็กชั่นโอตกูตูร์ถูกผลักให้กลายเป็นโปรดักชั่นในแบบลุคบุ๊กทดแทน นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา อเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ไม่เคยจัดโชว์อีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่งในวันที่ 5 มีนาคม 2026 เครือปราด้า บริษัทแม่ของเวอร์ซาเช่ในปัจจุบันประกาศอย่างชัดเจนว่าจะเริ่มเข้าสู่ตารางปารีสโอตกูตูร์อีกครั้งในรูปแบบแฟชั่นโชว์บนรันเวย์ เริ่มต้นในปี 2027 เป็นต้นไป ภายใต้การนำทัพของดีไซเนอร์ใหม่อย่างปีเตอร์ มูลิเยร์

Article

Atelier Versace คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2017 กับการนำเสนอในรูปแบบลุคบุ๊ก

     อะไรที่กำลังจะเปลี่ยนไป…หากมองภาพรวมของจักรวาลโอตกูตูร์ในปัจจุบัน ต้องบอกว่ากระแสความคึกคักและความสนใจจากคนส่วนใหญ่ลดน้อยถอยลงไปอย่างมาก ก่อนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โอตกูตูร์คือการนำเสนอแฟชั่นที่ทุกคนรอคอย แต่ในทางกลับกันกระแสความนิยมที่เคยมีมันจางหายไปแล้ว ตารางปารีสโอตกูตูร์แฟชั่นวีกระยะเวลา 4 วัน มักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว มีกระแสที่จุดติดขึ้นเพียงไม่กี่โชว์และในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เท่ากับว่าโจทย์หลักของปีเตอร์คือการสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงผลงานบนรันเวย์ แต่อาจรวมถึงภาพรวมของอเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ร่วมของทีมหลังบ้านของแบรนด์และเครือบริษัทแม่ด้วยเช่นกัน

Article

Pieter Mulier หัวเรือคนใหม่ของ Versace ที่เตรียมเดบิวต์คอลเล็กชั่นโอตกูตูร์กับ Atelier Versace ในปี 2027

     ความท้าทายนี้ยิ่งใหญ่อย่างที่ทุกคนพอจะจินตนาการกันออก เพราะผลงานโอตกูตูร์ของปีเตอร์ในปี 2027 จะเป็นการเดบิวต์การนำเสนอผลงานตัดเย็บชั้นสูงครั้งแรกของเขาอย่างเป็นทางการ มาพร้อมความคาดหวังมหาศาล ไม่ว่าจะทั้งในเชิงของการเปรียบเทียบกับ 2 พี่น้องตระกูลเวอร์ซาเช่ การเปรียบเทียบกับดีไซเนอร์ที่เดบิวต์คอลเล็กชั่นโอตกูตูร์อย่างน่าตื่นเต้นอย่าง Jonathan Anderson และ Matthieu Blazy จาก Dior และ CHANEL ตามลำดับ หรือแม้แต่การสร้างเป้าหมายว่าคอลเล็กชั่นโอตกูตูร์ ภายใต้ชื่ออเตลิเยร์ เวอร์ซาเช่ จะมีเอกลักษณ์และน่าดึงดูดได้อย่างไร สุดท้ายปีเตอร์จะยึดถือโมเดลแบบเดิมกับความหวือหวาและสร้างคอมมูนิตี้คล้ายลักษณะของจานนีในยุค 1990s หรือจะเปิดฉากผลงานด้วยฝีมือเพียวๆ เวลาเท่านั้นที่จะตอบคำถามนี้ได้ ผู้เขียนมองว่าอย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินหรือมีความคาดหวังอะไรให้มากนัก หากปล่อยความคิดสบายๆ เป็นอิสระ เราอาจจะเสพผลงานแฟชั่นชั้นสูงได้อย่างอิ่มใจอีกครั้ง


(สามารถอ่านเรื่องราวการเข้ารับตำแหน่งของปีเตอร์ได้เพิ่มเติมกับบทความ Pieter Mulier จากดีไซเนอร์เนื้อหอมสู่การเป็นหัวเรือคนใหม่ของ Versace ภายใต้ Prada Group)

ภาพ : Vogue Runway / Courtesy of Versace