Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

โว้กพาชม ‘Royal Pop’ จาก ‘Audemars Piguet x Swatch’ ที่ทุกคนตั้งตารอแบบครบทุกเรือน!

การเผยโฉมครั้งนี้ทำเอาทุกคนผิดคาด เมื่อ ‘Audemars Piguet x Swatch’ โปรเจกต์ ‘Royal Pop’ เผยโฉมออกมาในรูปแบบนาฬิกาพกแทนที่จะเป็นนาฬิกาข้อมือไอคอนิกอย่างที่หลายคนคาดหวัง

13 พฤษภาคม 2569

     ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อการคอแลบอเรชั่นระหว่าง Audemars Piguet และ Swatch กับโปรเจกต์ ‘Royal Pop’ เรียกเสียงฮือฮาและสั่นสะเทือนวงการนาฬิกาเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้โปรเจกต์คอแลบอเรชั่นที่แบรนด์ระดับชั้นนำของวงการนาฬิกามาที่มาจับมือกับสวอตช์เพื่อรังสรรค์ผลงานไอคอนิกในรูปแบบความสนุกและสดใหม่ล้วนเป็นแบรนด์ภายใต้เครือ ‘Swatch Group’ ทั้ง OMEGA และ Blancpain แต่ครั้งนี้คือสุดยอดเมซงนาฬิกาที่ถือว่าเป็นหนึ่งในเพชรยอดมงกุฎสำหรับคอนาฬิกาทั่วโลก วันนี้นาฬิกาคอแลบอเรชั่นที่ทุกคนรอคอยเผยโฉมแล้ว ทว่ามันอาจจะผิดจากการคาดการณ์ไปอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

     หลังจากภาพ AI ถูกสร้างขึ้นจนว่อนแพลตฟอร์มโซเชียล วันนี้ (13 พฤษภาคม 2026) การเผยโฉมอย่างเป็นทางการเบรครถทัวร์ทั่วโลกได้อย่างชะงักงัน เพราะจากเดิมโปรเจกต์ถูกคาดการณ์ว่าจะออกมาในรูปแบบนาฬิกาข้อมือเฉกเช่นการคอแลบอเรชั่นครั้งก่อนๆ แต่ ‘Royal Pop’ กลับออกมาในรูปแบบของนาฬิกาพกและสายคล้องคอแทน โดยคงรายละเอียดของนาฬิกา ‘Royal Oak’ ไว้หลายมิติ ตั้งแต่หน้าปัด “Petite Tapisserie” ไปจนถึงสกรูว์บริเวณเบเซล และรูปทรงที่เป็นอมตะเหนือกาลเวลา ทั้งหมดถูกรังสรรค์ด้วยวัสดุ ‘Bioceramic’ และเชื่อมโยงกับศิลปะสไตล์ป๊อปอาร์ตจากตระกูล ‘POP’ ของสวอตช์ มาพร้อมกลิ่นอายจากยุค 1980s ที่เปี่ยมด้วยสีสัน นำเสนออีกหนึ่งมิติที่เชื่อว่าคนรักนาฬิกาทั่วโลกรอชม ไม่ว่าจะด้วยความคาดหวังเชิงบวกหรือลบก็ตาม

     โดยการเผยโฉมครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ ‘Lépine’ กับนาฬิกาเรียบง่ายบ่งบอกหลักชั่วโมงและนาที มีจุดสังเกตคือเม็ดมะยมบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา (6 สี) และ ‘Savonnette’ กับหน้าปัด Small Seconds เพิ่มเติมหลักวินาที (2 สี) ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลาน ‘SISTEM51’ ซึ่งเป็นกลไก ‘Mechanical’ แรกของโลกที่ถูกประกอบด้วยระบบอัตโนมัติทั้งหมด เพิ่มเติมฟังก์ชั่นอื่นๆ ด้วยการสำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง การต้านสนามแม่เหล็กด้วยบาลานซ์สปริง NivachronTM นอกจากนี้เคสด้านหลังยังเป็นแบบใสเพื่อเผยรายละเอียดกลไก เช่นเดียวกับการประทับโลโก้ ‘Royal Pop’ ในลักษณะเดียวกัน ‘Royal Oak’ ที่ทุกคนคุ้นเคย

     เพิ่มเติมรายละเอียดพิเศษกับสีขาว ‘HUIT BLANC’ ที่มีการใช้สีสันถึง 8 โทนในส่วนของหลักเวลาและสกรูว์รอบตัวเรือน นอกจากนี้เข็มและหลักเวลาทั้งหมดยังถูกเคลือบด้วย Super-LumiNova® สะท้อนแสงเพื่อความชัดเจนในการบอกเวลายามค่ำคืน ทั้งหมดนี้จะปรากฏในนาฬิกา ‘Royal Pop’ ทุกเรือน โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันแรก วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 สนนราคา 13,700 บาท (Lépine) และ 14,700 บาท (Savonnette) ซึ่งจะกฎระเบียบการซื้อจำกัดสิทธิ์ที่ 1 เรือน / 1 สาขา / 1 คน / 1 วันเท่านั้น โดยสาขาที่วางจำหน่ายได้แก่ Swatch ONE BANGKOK, Swatch CentralWorld, Swatch ICONSIAM และ Swatch EMSPHERE ติดตามชมนาฬิกาทุกเรือนในคอลเล็กชั่นนี้ได้ที่ด้านล่างนี้เลย

(สามารถอ่านเรื่องราวบทวิเคราะห์ก่อนเปิดโปรเจกต์จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้กับบทความ VOGUE SCOOP | Audemars Piguet กำลังนำภาพลักษณ์มาเสี่ยงหรือไม่กับคอแลบอเรชั่นกับ Swatch ?)

ภาพ : Courtesy of Swatch