The Shape of Individuality
Piaget ชวนสำรวจเรื่องราวจากปี 1969 ผ่่าน 'Sixtie' เรือนเวลาใหม่ที่่ขับกล่อมประวัติศาสตร์กว่าครึ่งศตวรรษให้้ยังคงร่วมสมัยและสอดคล้องกับความปรารถนาของผู้หลงใหลนาฬิิกายุคใหม่ทุกคน

Jun Ji-hyun สวมใส่นาฬิกาคอลเล็กชั่น Sixtie ขนาด 29 มม. กลไก Quartz Movement ตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18k หน้าปัด Blue Quartz ขอบหน้าปัดลาย Gadroons สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน
ถ้าพูดถึงแฟชั่นในปี 2026 ที่ไอเท็มใหม่ เทรนด์แปลกหน้า และสไตล์ที่ไม่คุ้นตาถูกส่งออกไม่เว้นแต่ละวัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักหากคำว่า “Individuality” หรือ “ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว” จะถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง เพราะในวันที่เทรนด์ใหม่เกิดขึ้นแทบทุกสัปดาห์ การมีสไตล์ที่แตกต่างกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจและมีค่าไม่แพ้การวิ่งตามเทรนด์ใหม่ๆ
และหากความต้องการของคอแฟชั่นในวันนี้คือการบอกเล่าตัวตนและสะท้อนความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เครื่องประดับอย่าง "นาฬิกา" ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน เนื่องจากเส้นสายเล็กๆ เพียงไม่กี่มิลลิเมตรที่โอบรอบข้อมือก็ถือเป็นภาษาที่สื่อสารรสนิยม ความคิด และทัศนคติของผู้สวมใส่แต่ละคนไม่ต่างไปจากเสื้อผ้าหรือวาจาเลยสักนิด
หน้าปัดทรงประหลาดที่สามารถเอาชนะค่านิยมได้
โดยหนึ่งในรูปทรงเรือนเวลาที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างน่าสนใจ ก็คงหนีไม่พ้น “สี่เหลี่ยมคางหมู” หน้าปัดดีไซน์เรียบง่ายแต่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน ที่แม้จะเป็นรูปทรงที่กำลังทะยานขึ้นมาอยู่ในความสนใจใหม่ของคนที่มองหาความแตกต่าง ทว่าสำหรับ Piaget รูปทรงนี้กลับไม่ใช่สิ่งใหม่ เพราะมันปรากฏอยู่ในผลงานของเมซงและเป็นส่วนหนึ่งในดีเอ็นเอการออกแบบมานานกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว
ย้อนกลับไปในปี 1969 Piaget เปิดตัว '21st Century' คอลเล็กชั่นนาฬิกาสไตล์ Avant-garde จากการออกแบบโดย Jean-Claude Gueit ที่เต็มไปด้วยนาฬิกาที่มาพร้อมหน้าปัดที่แปลกตาที่สุดของยุคนั้น ไม่ว่าจะ 'Cuff Watches' นาฬิกาแบบกำไลข้อมือขนาดใหญ่ที่โดดเด่นด้วยการฉลุลายสุดประณีต หรือ 'Swinging Sautoirs' สร้อยคอพร้อมจี้นาฬิกาที่ทอดยาวมาตามลำตัว
ณ เวลานั้นทั้งสองเรือนกลายเป็นตัวแทนสะท้อนวิสัยทัศน์ของเมซงที่มองว่านาฬิกาต้องเป็นได้ทั้งวัตถุที่บ่งบอกเวลาที่เคลื่อนผ่านและสวมบทบาทเป็นเครื่องประดับล้ำค่าที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใครและสวมใส่ได้อย่างไร้ขอบเขต ซึ่งสะท้อนมุมมองของ Piaget ที่มองว่านาฬิกาไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่เพียงบอกเวลา แต่ยังสามารถเป็นเครื่องประดับที่ช่วยเติมสไตล์ให้กับผู้สวมใส่ได้ด้วย

กระบวนการ Savoir-faire จากรุ่น Sixtie คู่กับภาพ Swinging Sautoirs จากคอลเล็กชั่น '21st Century' เมื่อปี 1969
ความคิดสร้างสรรค์จากวันวานผลิบานอีกครั้งในเรือนเวลารุ่นใหม่
จากวันแรกของหน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูสู่ช่วงปีที่ผ่านมาก็นับเป็นเวลากว่าห้าทศวรรษ และในที่สุดแนวคิดการออกแบบสุดแหวกแนวนั้นก็หวนกลับมาอีกครั้งใน “Sixtie” นาฬิกาสำหรับผู้หญิงที่ Piaget เปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 ณ งาน 'Watches and Wonders' โดยหยิบเอกลักษณ์จากอดีตมาปรับให้เข้ากับความร่วมสมัยมากขึ้น
แม้แต่ชื่อ Sixtie เองก็เล่นกับเลข '60' ซึ่งเชื่อมโยงทั้งกับทศวรรษที่เป็นแรงบันดาลใจ และหน้าที่พื้นฐานของเรือนเวลาว่าด้วยการนับ 60 วินาทีซ้ำๆ 60 ครั้งในทุกชั่วโมง ขณะที่ดีไซน์โดดเด่นด้วยตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ถูกปรับสัดส่วนให้ดูอ่อนหวานและสง่างามขึ้น พร้อมรายละเอียด Gadroons รอบขอบตัวเรือนที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับหน้าปัดคลาสสิกที่สุดแสนจะแหกคอกนี้

ขอบหน้าปัดลาย Gadroons
การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของนาฬิกาที่คู่ควรกับคำว่า ‘Individuality’
ในปี 2026 Sixtie กลับมาอีกครั้งพร้อมรายละเอียดใหม่ โดยเฉพาะ “สายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม” ที่เข้าคู่กับตัวเรือนพิงก์โกลด์ได้อย่างน่าสนใจ ความสุขุมของสีน้ำเงินตัดกับความอบอุ่นของตัวเรือน เกิดเป็นลุคที่ดูทั้งคลาสสิกและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน หรือแม้แต่หัวเข็มขัดแบบ 'Ardillon' ก็ยังนำรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูและลวดลาย Gadroons มาต่อยอด ทำให้รายละเอียดเล็กๆ ยังคงเชื่อมโยงกับดีไซน์หลักของตัวเรือน
ส่วนหน้าปัดมาด้วยกันถึงสองอารมณ์ เริ่มจากสีเงินขัดลาย ‘Solar Satin-brushed' และตัวเลขโรมันสีทองที่ให้ทั้งความรู้สึกคลาสสิกและเรียบหรู ขณะที่อีกอารมณ์คือหน้าปัด ‘Blue Quartz’ ซึ่งแต่ละเรือนมีลวดลายแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของอัญมณี ทำให้หน้าปัดสีนี้มีรายละเอียดเฉพาะตัวไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง

นาฬิกาคอลเล็กชั่น Sixtie ขนาด 29 มม. กลไก Quartz Movement ตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18k หน้าปัด Solar Satin-brushed ขอบหน้าปัดลาย Gadroons สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน

นาฬิกาคอลเล็กชั่น Sixtie ขนาด 29 มม. กลไก Quartz Movement ตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18k หน้าปัด Blue Quartz ขอบหน้าปัดลาย Gadroons สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน
ด้วยเหตุนี้เอง Sixtie จึงยังคงเข้ากับยุคสมัยได้ดี เพราะความน่าสนใจของนาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้อยู่ที่การพยายามวิ่งตามเทรนด์ใหม่ที่สุด แต่คือการรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะนำรายละเอียดเหล่านั้นกลับมาเล่าใหม่ให้เข้ากับโมงยามนี้ที่ผู้คนให้คุณค่ากับความเป็นปัจเจกมากกว่าการครอบครองสิ่งเดียวกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยบนลายหน้าปัด ไล่ยาวไปจนถึงสายนาฬิกาและหัวเข็มขัดของ Sixtie จึงกลายเป็นเสน่ห์ที่ประเมินค่าไม่ได้และสอดคล้องไปกับแนวโน้มค่านิยมของผู้คนในโลกลักชัวรียุคใหม่นั่นคือ "การแสวงหาความงามที่ไม่เหมือนใครซึ่งมาพร้อมกลิ่นอายของเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ยังคงร่วมสมัย" นั่นเอง
"เพราะความแตกต่างไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือสิ่งที่ทำให้ตัวตนของแต่ละคนเปล่งประกายที่สุด"

Piaget เปิดตัวคอลเล็กชั่น ‘Colours of Extraleganza’ บทสรุปแห่งสีสันของไตรภาคจิวเวลรีชั้นสูง!

เจาะลึกทุกรายละเอียดนาฬิกา Piaget Andy Warhol รุ่นพิเศษที่ผลิตจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้น

Piaget Sixtie สานต่อจิตวิญญาณแห่งยุค 60s และนิยามใหม่ของเรือนเวลาทรงสี่เหลี่ยมคางหมู

อาโป-ฟรีน แท็กทีมถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของเรือนเวลา Sixtie จาก Piaget กับแคมเปญระดับโลก

