ความพิเศษเหนือระดับของการรังสรรค์เรือนจากแบรนด์ Piaget นอกจากความล้ำลึกด้านงานฝีมือ การสร้างรูปทรง เรื่อยไปจนถึงกลไกชั้นยอด ยังรวมถึงวิธีการเล่าเรื่องราวศิลปะอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับนาฬิการูปทรงคุชชั่นที่ปรากฏมาหลายทศวรรษ เมซงได้ถ่ายทอดจุดเด่นทุกองค์ประกอบได้อย่างชัดเจนและมีเอกลักษณ์ ทว่าชื่อของมันกลับเรียบง่ายและเป็นสากลอย่าง “Black Tie” ตั้งแต่เริ่มรังสรรค์ในปี 1973 แต่แล้ววันนี้กับการเฉลิมฉลองสุดพิเศษนาฬิกาเรือนนี้มีเวอร์ชั่นพิเศษ ซึ่งสดุดีแด่การร่วมมือและนำเสนอการเฉลิมฉลองนาฬิกาภายใต้ชื่อใหม่ตามชื่อ Andy Warhol ที่เปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024
1 / 2
2 / 2
จุดเริ่มต้นคือเมซงจับมือร่วมกับ Andy Warhol Foundation for the Visual Arts และตั้งชื่อนาฬิกาทรงคุชชั่นสุดไอคอนิกว่า “Andy Warhol Watch” ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการที่นาฬิกาเรือน “Black Tie” ดั้งเดิมเปรียบดั่งนาฬิกาประจำตัวที่แอนดี้สวมใส่เป็นประจำ ทั้งยังมีลักษณะรูปทรงชวนให้นึกถึงวิถีศิลปะในแบบฉบับของเขาได้อย่างน่าสนใจ และถือเป็นนาฬิกาเรือนไอคอนิกที่ปรากฏบนหน้าประวัติศาสตร์วงการนาฬิกา จนวันนี้กับการเฉลิมฉลองความสำเร็จและชื่อนาฬิกาใหม่อย่างยิ่งใหญ่ เพียเจต์ได้รังสรรค์นาฬิกา “Andy Warhol Watch ‘Collage’ Limited Edition” กับการจำลองศิลปะคอลลาจที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของแอนดี้
ประวัติศาสตร์ของเพียเจต์และประวัติของแอนดี้ก็เชื่อมโยงกัน ศิลปินระดับตำนานสะสมนาฬิกามากกว่า 300 เรือน และมีเพียเจต์ไว้ในครอบครอง 7 เรือน ซึ่งโมเดลโด่งดังก็เป็นนาฬิกาทรงคุชชั่นอย่างที่กล่าวไป แม้จะโด่งดังอย่างมากในช่วงยุค 1970s ถึง 1980s แต่ก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไปตามกระแสนิยมของยุคสมัย จนกระทั่งได้รับการตีความและนำเสนอใหม่ในปี 2014 และจนถึงวันนี้ก็มีนาฬิกาเรือนพิเศษที่ออกแบบเฉลิมฉลองการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกือบจะครบขวบปีโดยเฉพาะ
ผลงานโพลารอยด์จากปี 1986 ที่แอนดี้ถ่ายภาพพอร์เทรตตนเองคือแรงบันดาลใจสำคัญในการหยิบยกงานศิลปะคอลลาจที่เป็นสไตล์ประจำตัวมาบรรจุลงบนหน้าปัดของนาฬิกา “Andy Warhol” นาฬิกาเรือนนี้มีขนาด 45 มิลลิเมตร เช่นเดียวกับเรือนที่แอนดี้ครอบครองตั้งแต่ปี 1973 ตัวเรือนทำจากเยลโลว์โกลด์ ฝังหิน 4 ชนิดที่จัดวางราวกับงานศิลปะคอลลาจเป็นภาพสไตล์ ‘Abstract’ ซึ่งเต็มไปด้วยโทนสีและรูปแบบงานศิลป์ในแบบฉบับของแอนดี้ การทำงานร่วมกันของ 2 ฝ่ายเจาะลึกไปถึงรายละเอียดของทุกองค์ประกอบโดยศิลปินระดับไอคอน กว่าจะกำหนดทิศทางเชิงสร้างสรรค์ของนาฬิกาเรือนนี้ต้องใช้เวลาศึกษานานกว่า 6 เดือน อ้างอิงตามคำกล่าวของ Stéphanie Sivrière ผู้อำนวยการฝ่ายดีไซน์ของแบรนด์เพียเจต์
การอ้างอิงงานศิลปะของแอนดี้เพื่อถ่ายทอดลงบนเรือนเวลานี้จึงไม่ใช่การยกงานศิลปะแบบทั้งยวง ทว่าเป็นการนำองค์ประกอบทั้งสี รูปทรง และรายละเอียดที่ชวนให้นึกถึงมาเป็นสัญลักษณ์แทนความไอคอนิกแทน ด้านมูลนิธิก็เจาะลึกศึกษาอย่างอิสระถึงวิธีการนำเสนอผลงานของแอนดี้ นาฬิกาเรื่องนี้จึงเปี่ยมด้วยเรื่องราว สัญญะ และมิติเชิงศิลป์ที่ครบถ้วนในทุกองค์ประกอบ หิน 4 ชนิดถูกคัดเลือกอย่างละเอียด ตั้งแต่โอนิกซ์ที่ปรากฏบนเรือนเวลาต้นแบบของแอนดี้ นอกจากนี้ยังมีเซอร์เพนไทน์สีเหลืองจากนามิเบีย โอปอลสีชมพู และไครโซเพรสสีเขียว สายเป็นสายหนังจระเข้สีเขียว ซึ่งถูกเลือกจากโทนสีที่สามารถสร้างสมดุลและไม่โดดเด่นจนดูดสายตาออกจากหน้าปัด ภายในยังอัดแน่นด้วยกลไก 501P1 self-winding ที่พัฒนาจากเมซงเพียเจต์เอง สำรองพลังงานได้มากถึง 40 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วยเคสด้านหลังที่สลักใบหน้าของแอนดี้พร้อมลายเซ็น มากไปกว่านั้นยังสลัก “LIMITED EDITION – 50 PIECES” ที่บ่งบอกถึงความพิเศษเหนือระดับสำหรับคอศิลปะและนักสะสมเรือนเวลา โดยนาฬิกาเรือนนี้ผลิตจำกัดเพียง 50 เรือนทั่วโลกเท่านั้น
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิื่มเติมของนาฬิกาเพียเจต์ได้กับบทความ นาฬิกาตั้งโต๊ะดีไซน์ล้ำ! 'Endless Motion' จากคอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูง PIAGET แห่งปี 2025)





