Vogue Thailand

FASHION

OLD MONEY นิยามการแบ่งระดับทางฐานะ ที่อาจทำให้สังคมแบ่งแยก

ทำไมในยุคที่เราพยายามรณรงค์เรื่องความเท่าเทียม สังคมถึงกลับไปโหยหา และเชิดชูระบบชนชั้นผ่านแฟชั่นไลฟ์สไตล์กันมากขึ้นเรื่อยๆ

29 ธันวาคม 2568

     ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผู้คนบนโลกโซเชียลมีเดียต่างหลงใหลในสไตล์ 'Old Money' กันอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์การแต่งตัวแบบ Quiet Luxury การทำคอนเทนต์สอนมารยาทผู้ดี ไปจนถึงการยกย่อง Nepo Baby ลูกหลานคนดัง หรือตระกูลใหญ่ว่ามีสง่าราศีเหนือกว่า New Money หรือเศรษฐีใหม่ ที่โดนตีตราว่าเป็นเหมือนสามล้อถูกหวย... ซึ่งทำไมในยุคที่เราพยายามรณรงค์เรื่องความเท่าเทียม สังคมถึงกลับไปโหยหา และเชิดชูระบบชนชั้น ผ่านแฟชั่นไลฟ์สไตล์กันมากขึ้นเรื่อยๆ 

     ปรากฏการณ์ Old Money นี้สะท้อนถึงการใช้เงินที่เปรียบเสมือน 'ทุนทางวัฒนธรรม' เพื่อสร้างลำดับชั้นทางสังคม และการแบ่งแยกระหว่างความมั่งคั่งที่สืบทอดกันมา กับความร่ำรวยแบบฉาบฉวย ที่มักแสดงออกผ่านโลโก้แบรนด์เนม โดยค่านิยมนี้เชิดชูความเรียบหรู ที่ต้องอาศัยการบ่มเพาะรสนิยม กริยามารยาท และความมั่นใจแบบไม่ต้องพยายาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกนำมาผลิตซ้ำโดยกลุ่มไลฟ์โค้ช และครีเอเตอร์ที่เปลี่ยน 'ภาพลักษณ์ของคนรวย' ให้กลายเป็นสินค้าเพื่อขายความฝันในการขึ้นสู่ยอดพีระมิด เช่น การบอกว่าคนรวยจริงๆ จะไม่ใส่ Gucci ลายพราง แต่จะใส่เสื้อยืดสีขาวธรรมดาที่ราคาตัวละ 20,000 บาท และการพิสูจน์ว่าใครคือ 'ของจริง' และใครคือ 'คนพยายามรวย' สู่ Nepo Baby ในฐานะต้นแบบของ Old Money ที่เพรียบพร้อมไปด้วยความเรียบง่าย โดยที่ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่ง ประหนึ่งเหล้าองุ่นที่ยิ่งบ่มนานยิ่งทรงคุณค่า ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของต้นทุน และวัฒนธรรมที่สั่งสมมาแต่กำเนิด แทนที่จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ฉูดฉาดแบบเศรษฐีคริปโต หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ดูพยายามนำเสนอตัวเองเกินไป แม้ในด้านหนึ่งเทรนด์นี้จะส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืนผ่านคุณภาพของสินค้า แต่ในอีกด้านกลับสร้างกำแพงที่ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางใจ และการตัดสินคุณค่าของมนุษย์เพียงจากเปลือกนอก รวมถึงต้นทุนชีวิตที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ที่อาจนำไปสู่การแบ่งระดับทางฐานะ และหลงลืมความเป็นมนุษย์ เพียงเพราะการพยายามจัดลำดับว่าใครรวยสูงส่งกว่าใคร

     แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าโลกโซเชียลจะพยายามขีดเส้นแบ่งชนชั้นด้วยรสนิยม หรือสร้างรหัสลับในการแต่งตัวเพียงใด สิ่งสำคัญคือการตระหนักว่า เสื้อผ้าไม่ควรกลายเป็นไม้บรรทัดวัดคุณค่าของความเป็นคน และนิยามของคำว่า Old Money ที่แท้จริงนั้นสอดคล้องกับ 'วิถีชีวิต' ทั่วไป ไม่ใช่แค่เรื่องของความพยายามเพียงอย่างเดียว อาทิ การซื้อเสื้อยืดราคา 20,000 บาท สำหรับบางคนอาจไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา แต่มันเป็นกิจวัตรประจำวันที่แสนปกติ ราวกับคนทั่วไปซื้อเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เป็นไปตามธรรมชาติของปัจเจกบุคคล ทว่าในขณะที่การกระทำอาจจะดูเหมือนกัน แต่หากจุดเริ่มต้นของชุดความคิดแตกต่างกัน ผลลัพธ์ย่อมไม่เหมือนกันอยู่วันยังค่ำ อย่างเสื้อยืด Tom Ford ตัวเดียวกัน คนหนึ่งซื้อเพื่อใช้งานปกติในชีวิตประจำวัน แต่อีกคนกลับพยายามซื้อมันเพียงเพื่ออยากถูกนิยามว่าเป็น Old Money ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครซื้ออะไร หรือแต่งกายแบบใด เพราะชุดความคิดของการแบ่งแยก มักมีองค์ประกอบที่ทำให้ใครสักคนต้องการสร้างความต่างเพื่อยกตนเองขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางชุดความคิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะความงดงามที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีนามสกุลเก่าแก่ หรือรวยมาแล้วกี่ชั่วอายุคน แต่คือความภูมิใจในตัวตน และเสรีภาพที่จะหยิบจับอะไรมาสวมใส่ก็ได้ที่สะท้อนความสุขของตนเอง สนุกกับการแต่งตัวในสไตล์ที่รัก โดยไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่น หรือคอยตีกรอบกดทับใครเพื่อยกระดับตนเอง เพราะเสน่ห์ที่ยั่งยืนที่สุดคือการให้เกียรติความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเรียบโก้แบบผู้ดีเก่า หรือความสนุกจัดจ้านแบบคนรุ่นใหม่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความหรูหราทางจิตใจที่เงินหรือสายเลือดก็ซื้อไม่ได้

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แฟชั่น ได้ที่ (สไตล์นี้เรียกกว่าอะไร? ขอพิกัดเสื้อผ้าได้ไหม? เจาะลึกคำถามสุดเบสิก ที่มากกว่าแค่ความสงสัยใคร่รู้)

ภาพ : Vogue Runway
TAGS : Old Money