Minnie Istituto Marangoni

FASHION

พูดคุยถึงประสบการณ์เรียนและทุนการศึกษากับ ‘มินนี่-ปุณยนุช’ ศิษย์เก่า Istituto Marangoni Milan

โว้กประเทศไทยพูดคุยกับ ‘มินนี่-ปุณยนุช’ หนึ่งในศิษย์เก่าที่ได้รับทุนการศึกษาจาก Istituto Marangoni วิทยาเขตมิลาน ที่ปัจจุบันเธอทำงานกับแบรนด์จิวเวลรีระดับโลกอย่าง Bvlgari

25 มีนาคม 2569

“การไปศึกษาต่อถือเป็นประสบการณ์และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้…เพราะมันเป็น ‘Once in a lifetime experience’ ของเรา”

Istituto Marangoni สถาบันชั้นนำด้านแฟชั่น ศิลปะ และการออกแบบระดับโลก ที่ได้รับการยกย่องให้ติดอันดับท็อป 10 ของสถาบันแฟชั่นที่ดีที่สุดในโลก เป็นจุดหมายในฝันของผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์ สไตลิสต์ หรือผู้ประกอบการในแวดวงแฟชั่น ตลอดระยะเวลากว่า 90 ปี Istituto Marangoni ได้บ่มเพาะศิษย์เก่ามากมาย ซึ่งหนึ่งในคนไทยที่มีโอกาสได้รับทุนของสถาบัน ‘มินนี่-ปุณยนุช ยิ่งปัญญาโชค’ ศิษย์เก่า Istituto Marangoni วิทยาเขตมิลาน ได้มาร่วมพูดคุยกับโว้กประเทศไทยถึงประสบการณ์และให้คำแนะนำแก่ผู้ที่สนใจการศึกษาต่อต่างประเทศ ปัจจุบันเธอทำงานตำแหน่ง Marketing & Communications Specialist อยู่ที่ Bvlgari

 

Vogue: คิดว่าประเทศไทยมีแนวโน้มหรือศักยภาพด้านใดเป็นพิเศษ ที่ทำให้สามารถเติบโตไปกับโลกแฟชั่นและลักชัวรีได้อย่างก้าวกระโดด

Minnie: ประเทศไทยเป็น Growing Market ที่สำคัญในตลาดแฟชั่นและลักชัวรีค่ะ คนไทยมี Strong Fashion Culture และมีกำลังซื้อ ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศท่องเที่ยวด้วย ทำให้เรามีศูนย์การค้าลักชัวรีและ World Class มากมาย และมินนี่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยค่ะ คนไทยปรับตัวเก่ง มีไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ พร้อมทั้งมีความสามารถและศักยภาพที่จะผลักดันเราไปสู่ระดับโลก

 

V: อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้หลงใหลในสายงานนี้?

M: มินนี่ชื่นชอบงานศิลปะและวาดรูปมาตั้งแต่สมัยเด็ก พอโตมาก็ชอบแต่งตัว ตอนปริญญาตรีเลยเลือกเรียนทางด้านแฟชั่นดีไซน์ พอเรียนจบมีโอกาสได้ไปทำงานที่ Prada มันทำให้มินนี่รู้ว่าจริงๆ แล้วเราชอบทางสาย PR Marketing ค่ะ เพราะเป็นสายงานที่ต้องรู้จักแบรนด์ดีที่สุด และเข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังจของดีไซน์แต่ละชิ้นอย่างละเอียด ทำให้มินนี่ตื่นเต้นมากกับงานด้านนี้

 

Article

V: การไปศึกษาต่อที่กรุงมิลานทำให้ได้พบการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง?

M: การไปศึกษาต่อถือเป็นประสบการณ์และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ มินนี่ได้เพื่อนใหม่ เจอคนใหม่ๆ จากหลากหลายประเทศ ได้แลกเปลี่ยนไอเดียและความคิดเห็น รวมไปถึงประสบการณ์การทำงานแบบวัฒนธรรมยุโรป ซี่งแตกต่างจากที่ไทยมาก เราสนับสนุนให้ทุกคนไปเรียนต่อนะคะ เพราะมันเป็น ‘Once in a lifetime experience’ เลย

 

V: มีคำแนะนำอะไรให้กับคนที่อยากไปศึกษาต่อต่างประเทศไหม โดยเฉพาะคนที่หวังได้รับทุนการศึกษาเหมือนกับคุณมินนี่

M: ค้นหาแพสชั่นของตัวเองค่ะ รู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ทำอะไรแล้วมีความสุข แล้วเราจะทำสิ่งนั้นได้ดีค่ะ พร้อมกับเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่ตลอด be open-minded และถ้าอยากเรียนประเทศไหน มินนี่แนะนำให้เรียนภาษาท้องถิ่นของประเทศที่อยากไปค่ะ เพื่อทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสนุกและเข้าใจวัฒนธรรมด้วยค่ะ

 

V: ในมุมมองของคุณมินนี่ อะไรคือสิ่งที่ทำให้แนวทางการสอนของ Istituto Marangoni แตกต่างจากสถาบันอื่นๆ

M: การสอนที่อิงจากการทำงานจริง เพราะแฟชั่นไม่สามารถเรียนจากตำราได้เพียงอย่างเดียว เราได้มีทั้งไป Store Visit แบรนด์ต่างๆ ที่ถนน Montenapoleone และคลาสของ Marangoni ก็มีโอกาสให้ทำคอแลบกับแบรนด์ที่หลากหลายค่ะ ตอนที่เรียนก็ได้ร่วมงานและทำโปรเจ็กต์มากมายกับทั้ง Versace, Numero Ventuno และ Ricardo Grassi ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้กับตอนทำงานด้วยค่ะ

Photo : Courtesy of Punyanuch Y.