Vogue Thailand

FASHION

The Architecture of a Coat เมื่อ Max Mara ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Brutalist และ Rationalist

สำรวจคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026/27 ของ Max Mara กับคอนเซปต์ 'The Architecture of a Coat' ที่นำแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม มาถ่ายทอดผ่านเสื้อโค้ตภายใต้ปรัชญา 'Form follows function'

07 กรกฎาคม 2569

     'เสื้อโค้ต' เป็นหัวใจสำคัญของ Max Mara เสมอมา และสำหรับฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026/27 เมซงเลือกกลับไปสำรวจรากฐานของตัวเองผ่านแนวคิด 'The Architecture of a Coat' ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบ Brutalist และ Rationalist ของโรงงาน Max Mara แห่งแรกที่สร้างขึ้นในช่วงปี 1958-1959 ภายใต้อิทธิพลของสำนัก Bauhaus พร้อมหยิบปรัชญา 'Form follows function' มาเป็นแก่นสำคัญของคอลเล็กชั่น โดยมองว่าเสื้อโค้ตไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกาย แต่เป็นโครงสร้างที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เปรียบเสมือนสถาปัตยกรรมที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปกป้องระหว่างร่างกายกับโลกภายนอก ความเรียบง่ายจึงไม่ได้หมายถึงการลดทอนรายละเอียด หากคือการสังเคราะห์ทุกองค์ประกอบ ทั้งสัดส่วน วัสดุ และงานฝีมือ ให้เกิดความสมดุลระหว่างประโยชน์ใช้สอย ความสง่างาม และ Savoir-Faire อันเป็นเอกลักษณ์ของ Max Mara เพื่อจะสะท้อนภาพผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจ คล่องตัว และเลือกเสื้อผ้าที่สามารถเดินทางไปกับทุกบทบาทของชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยครั้งนี้โว้กพาไปชมคอลเล็กชั่นภายในงานจัดแสดงผลงาน ณ อาคารหัวมุม Avenue Montaigne ในบรรยากาศสบายๆ ได้สัมผัสและชื่นชมความพิถีพิถันของ Max Mara อย่างใกล้ชิด

     แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคอลเล็กชั่นที่เปี่ยมด้วยเส้นสายสถาปัตยกรรม ผ่านซิลูเอตหลากหลายตั้งแต่ Monsieur Coat, Cape, Shirt-style Overcoat, Redingote, Foulard Coat, Blouson ไปจนถึงกิโมโน ซึ่งถูกนำเสนอในฐานะรูปทรงต้นแบบที่บริสุทธิ์ที่สุดของเสื้อโค้ต ทุกชิ้นโดดเด่นด้วยไหล่ที่คมชัด สัดส่วนที่ผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำ และการเล่นสมดุลระหว่างโอเวอร์ไซส์กับเส้นสายเพรียวบาง ด้านวัสดุ Max Mara Atelier ยังคงแสดงศักยภาพด้านงานสิ่งทอผ่านการเลือกใช้ Radzmire, Faille, Cashmere, Tweed และผ้าขนสัตว์หวีละเอียดที่ให้สัมผัสเบาสบายแต่คงโครงสร้างอันแข็งแรง ขณะที่พาเลตต์สีได้รับอิทธิพลจากโลกสถาปัตยกรรม เริ่มจากเฉดเทาแอสฟัลต์ เทาปูนซีเมนต์ และเทาถ่านหิน ก่อนเติมความอบอุ่นด้วยโทนมิงก์ เอโบนี โอ๊ตมีล แดงอิฐ และน้ำตาลไหม้ พร้อมแต้มสี Bois de Rose, Burgundy, Gold และ Klein Blue อย่างประณีต

 

 

(สามารถอ่านเรื่อง ทัวร์ 'The Max!' นิทรรศการประวัติศาสตร์แฟชั่นกว่า 75 ปีของ Max Mara ได้ที่นี่)