แฟชั่นเฮาส์หลังดังจากอิตาลี Max Mara ที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเฉลิมฉลอง 75 ปีแห่งการก่อตั้ง เผยคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2026 ซึ่งเปรียบได้กับการกะเทาะเปลือกความงามคลาสสิกในแบบภาพจำ Ian Griffiths ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ผู้มาพร้อมวิสัยทัศน์ก้าวล้ำเน้นย้ำอีกครั้ง 'ความคลาสสิกไม่จำเป็นต้องแลดูคร่ำครึเสมอไป' นิยามความร่วมสมัยได้ประจักษ์ชัดในงานรังสรรค์ล่าสุด จากชุดไอคอนิกสร้างชื่อเป็นโค้ทผ้าวูลผสมแคชเมียร์รุ่น 101801 และโค้ทขนอูฐ สู่เวลานี้ที่ Max Mara ประกาศศักดาให้เห็นศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างชาญฉลาด ไม่กระโจนเข้าร่วมกระแสแฟชั่นเพื่อเกาะติดเทรนด์จ๋า ทว่ามอบศิลปะบนเรือนร่างที่อยู่เหนือกาลเวลา
'ชาญฉลาด' ยังเป็นอีกสาระสำคัญที่ Ian Griffiths นิยามผลงานของ Max Mara ทั้งเชิงนวัตกรรม งานออกแบบ ตลอดจนคาแรกเตอร์ของผู้หญิงยุคใหม่ นอกจากคำนึงถึงเรื่องความสง่างามและสะดวกสบายยามเคลื่อนไหวแล้ว ผู้หญิงในอุดมคติของเขามักมีวาระในการแต่งกายเสมอ ฤดูกาลล่าสุดนี้จึงโดดเด่นตั้งแต่ในส่วนชุดกลางวันยันเดรสสวมออกงานราตรี ใช้ศักยภาพจากทีมช่างมากประสบการณ์ และเทคโนโลยีของโรงงาน Manifattura di S. Maurizio ของเฮาส์ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองเรจโจเอมีเลียอย่างเต็มที่ นอกจากโค้ทผ้าวูลหลากสีรับบรรยากาศช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เสื้อถักจาก IMAX ผู้ผลิตรายสำคัญซึ่งทำงานร่วมกับโรงงานในเครือ Max Mara และสามารถชนะใจหญิงยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีการทอแบบไร้รอยต่อ WHOLEGARMENT ยังเป็นอีกไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาด
เสื้อเบลาส์ในลุคแรกซึ่งมีโครงสร้างคล้ายเสื้อคลุมทหารราบยุคกลาง ทว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญโดยใช้วัสดุหลักเป็นหนังกลับ มอบผิวสัมผัสอ่อนนุ่มและให้ความรู้สึกหรูหรา ถือเป็นลุคเปิดที่เน้นความงามสง่าและการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย ลุคที่เจ็ดกับเสื้อฮู้ดดี้โอเวอร์ไซซ์ผ้าวูลคือการแสดงวิสัยทัศน์ในการโอบรับและปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมกระแสนิยมโลกยุคใหม่ ลุคที่สิบกับเสื้อโค้ตไอคอนิกดูสะดุดตาด้วยการตัดต่อผ้าขนสัตว์และหนังกลับต่างสี และปรับขนาดให้ใหญ่กว่าเดิมสำหรับใส่ท้าลมหนาว คือบทพิสูจน์ว่ามรดกทางความคิดอันทรงคุณค่าของ Max Mara นั้นอยู่เหนือกาลเวลา ลุคที่สิบสองกับเสื้อถักสวมทับด้วยแจ็กเก็ตเบลเซอร์โอเวอร์ไซซ์ให้กลิ่นอายแฟชั่น Power Dressing จากทศวรรษ 1980 คือตัวแทนของความเท่าเทียมและแข็งแกร่งของสตรี ไล่ยาวไปถึงในส่วนของชุดราตรีไหมแนบเนื้อช่วงท้ายที่เป็นการโชว์ศักยภาพการตัดเย็บ เข้าคู่กระเป๋าถือใบใหม่อย่างรุ่นซิกเนเจอร์ Pasticcino ที่มาในวัสดุและโทนสีเข้ากันเพื่อคอมพลีตลุครับฤดูหนาวนี้ของหญิงสาว Max Mara ให้งดงามเต็มขั้น
Ian Griffiths ไม่ใช่นักปฏิวัติทางการเมือง แต่เขาคือหนึ่งในนักปฏิวัติทางแฟชั่นที่เพิ่งให้สัมภาษณ์อย่างหนักแน่นแก่คอลัมนิสต์ดังเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าโลก พ.ศ. นี้ ถึงเวลาของ 'สตรีผู้ปฏิวัติที่ก้าวผ่านยุคสมัยโดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด' แถมยังสอดแทรกประเด็นสำคัญเรื่องความเท่าเทียมทางเพศอย่างแยบยลภายใต้การออกแบบซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายและเครื่องแบบกองทัพของเหล่าบุรุษ อีกทั้งยังกล่าวถึงประเด็นน่าสนใจในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษมานี้ว่า "แจ็กเก็ตและโค้ทนั้นเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มๆ ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุดคงเป็น ผลงานเหล่านี้เป็นตัวแทนของใคร สื่อสารอะไร และยืนหยัดเพื่อสิ่งใด?" ภาพผู้หญิงยุคใหม่ประจำคอลเล็กชั่นรับลมหนาวของปีซึ่งได้รับอิทธิพลจากมาทิลดาแห่งทัสคานี (Matilde di Toscana) สตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อิตาลียุคกลาง จึงดูเด็ดเดี่ยว มั่นใจ และกล้าหาญ เมื่อถูกโอบรับด้วยอาภรณ์ให้กลิ่นอายของยุคกลาง ผสานเข้ากับงานตัดเย็บที่มีโครงสร้างชัดเจนและชิ้นซิกเนเจอร์ของแบรนด์

