Vogue Thailand

FASHION

เผยทริคแต่งตัวให้เป็นสไตล์วินเทจได้ง่ายๆ ผ่านการใช้ไอเท็มชิ้นคลาสสิก

คู่มือเริ่มแต่งตัวสไตล์วินเทจผ่านไอเท็มคลาสสิกที่นำมาจับคู่กับเสื้อผ้าร่วมสมัยได้ มอบกลิ่นอายย้อนยุค แต่ได้ลุคร่วมสมัย

09 ตุลาคม 2569

     “การแต่งตัววินเทจ” ไม่จำเป็นต้องหยิบเสื้อผ้าจากยุคใดยุคหนึ่งมาใส่ให้ครบตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เพราะเสน่ห์ของสไตล์นี้อยู่ที่การเลือกหยิบรายละเอียดจากอดีตมาปรับให้เข้ากับตัวตน อาจเริ่มจากไอเท็มคลาสสิกสักชิ้น ไม่ว่าจะเป็น เสื้อเชิ้ตลายทาง กางเกงเอวสูง กระโปรงทรงเอ แจ็กเก็ตหนัง หรือแอ็กเซสซอรีที่มีกลิ่นอายย้อนยุค แล้วนำมาจับคู่กับเสื้อผ้าร่วมสมัย ก็ช่วยให้ลุคดูมีเรื่องราวโดยไม่กลายเป็นการแต่งคอสตูม โว้กจึงรวบรวมทริคแต่งตัววินเทจผ่านไอเท็มที่หาได้ไม่ยาก พร้อมแนวทางจับคู่ที่จะช่วยรักษาเสน่ห์แบบย้อนยุคเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ยังดูร่วมสมัย ไม่ฉีกเกินไปจนดูเหมือนหลงยุค

 

เลือกไอเท็มที่มีรายละเอียดแบบวินเทจ

การแต่งตัววินเทจสามารถเริ่มได้ง่ายๆ จากเสื้อเพียงตัวเดียว โดยมองหาดีเทลที่ชวนให้นึกถึงแฟชั่นในอดีต เช่น แขนพอง คอปกใหญ่ งานระบาย ลูกไม้ หรือทรงเสื้อที่เน้นช่วงเอว จากนั้นนำมาแมตช์กับกางเกงยีนส์ กางเกงเอวสูงทรงเรียบ หรือกระโปรง วิธีนี้จะช่วยให้รายละเอียดที่มีความวินเทจกลายเป็นจุดเด่นของชุด โดยไม่ทำให้ลุคดูย้อนยุคจนคล้ายคอสตูม

 

เพิ่มมิติย้อนยุคด้วยเนื้อผ้าคลาสสิก

เนื้อผ้าก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยกำหนดอารมณ์ของการแต่งตัววินเทจได้ ลองมองหาไอเท็มที่ตัดเย็บจากกำมะหยี่ ผ้าทวีด ผ้าลูกไม้ ผ้าลูกฟูก หรือผ้าซาติน ซึ่งต่างมีพื้นผิวและประกายที่เชื่อมโยงกับแฟชั่นในอดีต หากยังแมตช์ไม่เก่ง แนะนำให้เลือกใช้เนื้อผ้าเด่นเพียงอย่างเดียว แล้วค่อยจับคู่กับเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้ว วิธีนี้จะช่วยสร้างกลิ่นอายย้อนยุคโดยที่ชุดยังดูเข้ากับการแต่งตัวในปัจจุบันได้ง่าย

 

ใช้ทรงกระโปรงสร้างซิลูเอตย้อนยุค

เพียงเลือกกระโปรงที่มีรูปทรงซึ่งเคยได้รับความนิยมในยุคก่อน ก็ช่วยให้ชุดมีกลิ่นอายวินเทจขึ้นได้ทันที เช่น กระโปรงเอวสูงทรงเอ หรือกระโปรงพลีต โดยแต่ละทรงจะให้ฟีลย้อนยุคแตกต่างกันออกไป แนะนำเสริมว่าหากเลือกกระโปรงที่มีชายบาน ลองจับคู่กับเสื้อพอดีตัวหรือเก็บชายเสื้อไว้ด้านใน เพื่อเน้นเส้นเอวให้ชัดและทำให้ซิลูเอตแบบวินเทจโดดเด่นยิ่งขึ้น

 

การเลือกใช้ลวดลาย

ลวดลายสามารถทำให้เสื้อผ้าดูเป็นสไตล์วินเทจได้ทันที เช่น เช่น ลายฮาวด์สทูธ ลายจุด ลายตาราง ลายดอกไม้ แล้วเลือกใช้เป็นจุดเด่นเพียงหนึ่งชิ้นในชุด จากนั้นจึงใช้เสื้อผ้าสีพื้นที่หยิบมาจากสีใดสีหนึ่งในลายมาช่วยเชื่อมทั้งชุดเข้าด้วยกัน

 

ดีเทลเสริมไหล่

โครงไหล่ที่กว้างและตั้งเป็นทรงคือรายละเอียดเด่นของเบลเซอร์สไตล์พาวเวอร์เดรสซิง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในยุค 1980s หากอยากนำไอเท็มนี้มาแต่งตัววินเทจ ควรเลือกทรงที่ช่วงไหล่กว้างกว่าลำตัวเล็กน้อย แล้วเน้นช่วงเอวด้วยแพตเทิร์นเข้ารูปหรือเข็มขัด เพื่อสร้างความต่างระหว่างช่วงไหล่กับเอวให้เห็นชัด

 

แอ็กเซสซอรีเติมกลิ่นอายวินเทจ

หากไม่อยากประโคมไอเท็มวินเทจทั้งชุด ลองเริ่มจากแอ็กเซสซอรีที่มีดีไซน์คลาสสิก เช่น หมวกทรงแก๊ปวินเทจ กระเป๋าหนังหรือหนังกลับ เข็มขัดหัวโลหะ ผ้าพันคอ และรองเท้าบู๊ต ไอเท็มเหล่านี้สามารถเพิ่มอารมณ์ย้อนยุคให้เสื้อผ้าพื้นฐานอย่างเสื้อยืด กางเกงยีนส์ หรือกางเกงขาสั้นได้ทันที โดยเลือกใช้เพียงหนึ่งหรือสองชิ้นเป็นจุดเด่น ลุคก็จะดูเป็นสไตล์วินเทจขึ้นโดยไม่ต้องแต่งเต็มทั้งตัว

 

เลือกยุคที่ชอบมาเป็นแนวทาง

คำว่า “วินเทจ” ครอบคลุมแฟชั่นจากหลายช่วงเวลา ซึ่งแต่ละยุคมีรูปทรง สีสัน และรายละเอียดแตกต่างกัน ก่อนเริ่มแต่งจึงควรเลือกก่อนว่าอยากได้อารมณ์แบบไหน เช่น กระโปรงเอวสูงและช่วงเอวชัดแบบยุค 1950s กางเกงขาบานกับโทนสีธรรมชาติแบบยุค 1970s หรือกางเกงเอวต่ำและเสื้อพอดีตัวแบบ Y2K จากนั้นเลือกเพียงหนึ่งหรือสององค์ประกอบมาเป็นแกนของชุด วิธีนี้จะช่วยให้ลุคมีทิศทางชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องแต่งเลียนแบบยุคนั้นทั้งหมดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

 

ภาพปก : Pexels (Anastasiya Badun)