ลายตารางที่เห็นกันทุกวันนี้อาจดูเหมือนๆ กันหากมองผ่านๆ จนหลายคนเรียกเหมารวมว่าลายสก็อต แต่ในโลกของแฟชั่น “ลายตาราง” ไม่ได้มีแค่แบบเดียว เพราะทั้งขนาดของช่อง การจัดวางสี และวิธีการทอ ล้วนทำให้แต่ละลวดลายมีชื่อเรียกของตัวเอง บทความนี้โว้กจึงชวนมาทำความรู้จักลายตารางประเภทต่างๆ ว่าแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไร
1. Gingham: ลายตารางสองสี
Gingham (กิง-แฮม) คือ ลายตารางที่มักเกิดจากสีขาวสลับกับอีกหนึ่งสี โดยมีช่องขนาดสม่ำเสมอทั่วทั้งผืน จุดสังเกตคือบริเวณที่เส้นสีพาดทับกันจะเกิดเฉดเข้มและอ่อน ทำให้เห็นหลายระดับสีในลวดลายเดียวกัน
2. Tartan: ลายสก็อต
Tartan เป็นลายตารางที่เกิดจากแถบสีหลายขนาดพาดตัดกันทั้งแนวตั้งและแนวนอน จนเกิดช่องตารางซ้อนกันและมีเฉดสีหลากหลาย ลวดลายนี้มีที่มาจากสกอตแลนด์ ซึ่งในอดีตใช้สีและรูปแบบของเส้นตารางเป็นลายประจำตระกูล หรือใช้แทนเมืองหรือท้องถิ่น จึงเป็นเหตุผลที่คนไทยมักเรียกกันว่า “ลายสก็อต” นั่นเอง
3. Windowpane: ลายตารางช่องใหญ่คล้ายกรอบหน้าต่าง
ลายตารางที่เกิดจากเส้นบางๆ ตัดกันเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายกรอบหน้าต่าง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ จุดสังเกตคือระยะห่างระหว่างเส้นค่อนข้างกว้าง ทำให้เห็นสีพื้นของผ้าชัดเจนและลายดูไม่แน่น มักพบในเบลเซอร์ สูท และกางเกงที่ต้องการเพิ่มลวดลายโดยยังคงความเรียบโก้
4. Houndstooth: ลายเขี้ยวสุนัข หรือ ลายชิโนริ
ลายที่เกิดจากรูปทรงคล้ายฟันหรือมุมแหลมเรียงต่อกันทั่วผืนผ้า จึงมีชื่อเรียกภาษาไทยว่า “ลายเขี้ยวสุนัข” หรือที่บางคนเรียกว่า “ลายชิโนริ” แม้จะไม่ได้เป็นช่องสี่เหลี่ยมเหมือนลายตารางทั่วไป แต่ด้วยโครงสร้างการทอและการจัดวางลวดลายซ้ำกัน จึงมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มลายตารางเช่นเดียวกัน
5. Glen Check: ลายตารางซ้อน
ลายตารางที่มีช่องขนาดเล็กและใหญ่ซ้อนกัน โดยภายในแต่ละช่องมักประกอบด้วยลายย่อย เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นเป็นตารางใหญ่ แต่เมื่อมองใกล้ๆ จะพบรายละเอียดของเส้นและลวดลายที่ซับซ้อนขึ้น
6. Buffalo Check: ลายตารางใหญ่
ลายตารางขนาดใหญ่ที่เกิดจากแถบสีสองสีพาดตัดกันเป็นช่องสี่เหลี่ยม โดยคู่สีที่คุ้นตาที่สุดคือแดงและดำ จุดเด่นอยู่ที่ช่องตารางขนาดสม่ำเสมอและสีสันที่ตัดกันชัดเจน พบได้บ่อยในเสื้อเชิ้ตผ้าสักหลาด แจ็กเก็ต และเสื้อผ้าแคชชวล
7. Checkerboard: ลายตารางหมากรุก
ลายตารางที่เกิดจากช่องสี่เหลี่ยมสองสีเรียงสลับกันเหมือนกระดานหมากรุก โดยแต่ละช่องมีขนาดเท่ากันและแบ่งสีชัดเจน ไม่มีเส้นหรือเฉดสีอื่นซ้อนอยู่ระหว่างช่อง แม้แบบขาว-ดำจะพบเห็นบ่อยที่สุด แต่ลายนี้ยังสามารถใช้คู่สีอื่นได้ ตราบใดที่ช่องทั้งสองสีเรียงสลับกันอย่างเป็นระเบียบ
8. Madras: ลายตารางหลากสี
Madras อ่านว่า “มัทราส” เป็นลายตารางที่เกิดจากแถบสีหลายเฉดพาดตัดกัน โดยมักใช้สีสด เช่น ชมพู ฟ้า เหลือง และเขียว ทำให้ลวดลายดูมีชีวิตชีวา ชื่อของลายนี้มาจากเมืองมาดราสในอินเดีย ซึ่งปัจจุบันคือเมืองเจนไน
9. Tattersall: ลายเส้นบาง
Tattersall มีจุดเด่นอยู่ที่เส้นบางสองสีพาดตัดกันบนพื้นผ้าสีอ่อน เช่น สีแดงสลับน้ำเงิน หรือสีเขียวสลับน้ำตาล จนเกิดเป็นช่องตารางเล็กๆ ที่เรียงตัวอย่างสม่ำเสมอ ลวดลายดูสุภาพและมีกลิ่นอายแบบคันทรีอังกฤษ จึงพบได้บ่อยบนเสื้อเชิ้ต
10. Graph Check: ลายตารางเรียบๆ ที่คล้ายกระดาษกราฟ
ลายตารางที่มีลักษณะคล้ายเส้นบนกระดาษกราฟ โดยใช้เส้นบางสีเดียวลากตัดกันเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กทั่วทั้งผืน ความเรียบและเป็นระเบียบของลวดลายทำให้มองแล้วสะอาด ดูแล้วสบายตา





