Vogue Thailand

FASHION

ลายตารางมีกี่แบบ? รู้จัก 10 ลายตารางที่พบได้บ่อยในโลกแฟชั่น

ลายตารางไม่ได้มีแค่ลายสก็อต ชวนมารู้จักลายตารางประเภทต่างๆ พร้อมวิธีสังเกตว่าแต่ละแบบมีเอกลักษณ์และแตกต่างกันอย่างไร

30 สิงหาคม 2569

     ลายตารางที่เห็นกันทุกวันนี้อาจดูเหมือนๆ กันหากมองผ่านๆ จนหลายคนเรียกเหมารวมว่าลายสก็อต แต่ในโลกของแฟชั่น “ลายตาราง” ไม่ได้มีแค่แบบเดียว เพราะทั้งขนาดของช่อง การจัดวางสี และวิธีการทอ ล้วนทำให้แต่ละลวดลายมีชื่อเรียกของตัวเอง บทความนี้โว้กจึงชวนมาทำความรู้จักลายตารางประเภทต่างๆ ว่าแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไร

 

1. Gingham: ลายตารางสองสี

Gingham (กิง-แฮม) คือ ลายตารางที่มักเกิดจากสีขาวสลับกับอีกหนึ่งสี โดยมีช่องขนาดสม่ำเสมอทั่วทั้งผืน จุดสังเกตคือบริเวณที่เส้นสีพาดทับกันจะเกิดเฉดเข้มและอ่อน ทำให้เห็นหลายระดับสีในลวดลายเดียวกัน

 

2. Tartan: ลายสก็อต

Tartan เป็นลายตารางที่เกิดจากแถบสีหลายขนาดพาดตัดกันทั้งแนวตั้งและแนวนอน จนเกิดช่องตารางซ้อนกันและมีเฉดสีหลากหลาย ลวดลายนี้มีที่มาจากสกอตแลนด์ ซึ่งในอดีตใช้สีและรูปแบบของเส้นตารางเป็นลายประจำตระกูล หรือใช้แทนเมืองหรือท้องถิ่น จึงเป็นเหตุผลที่คนไทยมักเรียกกันว่า “ลายสก็อต” นั่นเอง

 

3. Windowpane: ลายตารางช่องใหญ่คล้ายกรอบหน้าต่าง

ลายตารางที่เกิดจากเส้นบางๆ ตัดกันเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายกรอบหน้าต่าง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ จุดสังเกตคือระยะห่างระหว่างเส้นค่อนข้างกว้าง ทำให้เห็นสีพื้นของผ้าชัดเจนและลายดูไม่แน่น มักพบในเบลเซอร์ สูท และกางเกงที่ต้องการเพิ่มลวดลายโดยยังคงความเรียบโก้

 

4. Houndstooth: ลายเขี้ยวสุนัข หรือ ลายชิโนริ

ลายที่เกิดจากรูปทรงคล้ายฟันหรือมุมแหลมเรียงต่อกันทั่วผืนผ้า จึงมีชื่อเรียกภาษาไทยว่า “ลายเขี้ยวสุนัข” หรือที่บางคนเรียกว่า “ลายชิโนริ” แม้จะไม่ได้เป็นช่องสี่เหลี่ยมเหมือนลายตารางทั่วไป แต่ด้วยโครงสร้างการทอและการจัดวางลวดลายซ้ำกัน จึงมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มลายตารางเช่นเดียวกัน

 

5. Glen Check: ลายตารางซ้อน

ลายตารางที่มีช่องขนาดเล็กและใหญ่ซ้อนกัน โดยภายในแต่ละช่องมักประกอบด้วยลายย่อย เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นเป็นตารางใหญ่ แต่เมื่อมองใกล้ๆ จะพบรายละเอียดของเส้นและลวดลายที่ซับซ้อนขึ้น

 

6. Buffalo Check: ลายตารางใหญ่

ลายตารางขนาดใหญ่ที่เกิดจากแถบสีสองสีพาดตัดกันเป็นช่องสี่เหลี่ยม โดยคู่สีที่คุ้นตาที่สุดคือแดงและดำ จุดเด่นอยู่ที่ช่องตารางขนาดสม่ำเสมอและสีสันที่ตัดกันชัดเจน พบได้บ่อยในเสื้อเชิ้ตผ้าสักหลาด แจ็กเก็ต และเสื้อผ้าแคชชวล

 

7. Checkerboard: ลายตารางหมากรุก

ลายตารางที่เกิดจากช่องสี่เหลี่ยมสองสีเรียงสลับกันเหมือนกระดานหมากรุก โดยแต่ละช่องมีขนาดเท่ากันและแบ่งสีชัดเจน ไม่มีเส้นหรือเฉดสีอื่นซ้อนอยู่ระหว่างช่อง แม้แบบขาว-ดำจะพบเห็นบ่อยที่สุด แต่ลายนี้ยังสามารถใช้คู่สีอื่นได้ ตราบใดที่ช่องทั้งสองสีเรียงสลับกันอย่างเป็นระเบียบ

 

8. Madras: ลายตารางหลากสี

Madras อ่านว่า “มัทราส” เป็นลายตารางที่เกิดจากแถบสีหลายเฉดพาดตัดกัน โดยมักใช้สีสด เช่น ชมพู ฟ้า เหลือง และเขียว ทำให้ลวดลายดูมีชีวิตชีวา ชื่อของลายนี้มาจากเมืองมาดราสในอินเดีย ซึ่งปัจจุบันคือเมืองเจนไน

 

9. Tattersall: ลายเส้นบาง

Tattersall มีจุดเด่นอยู่ที่เส้นบางสองสีพาดตัดกันบนพื้นผ้าสีอ่อน เช่น สีแดงสลับน้ำเงิน หรือสีเขียวสลับน้ำตาล จนเกิดเป็นช่องตารางเล็กๆ ที่เรียงตัวอย่างสม่ำเสมอ ลวดลายดูสุภาพและมีกลิ่นอายแบบคันทรีอังกฤษ จึงพบได้บ่อยบนเสื้อเชิ้ต

 

10. Graph Check: ลายตารางเรียบๆ ที่คล้ายกระดาษกราฟ

ลายตารางที่มีลักษณะคล้ายเส้นบนกระดาษกราฟ โดยใช้เส้นบางสีเดียวลากตัดกันเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กทั่วทั้งผืน ความเรียบและเป็นระเบียบของลวดลายทำให้มองแล้วสะอาด ดูแล้วสบายตา

 

ข้อมูล : The Scottish Register of Tartans, Première Vision, Brooks Brothers
ภาพปก : Pexels (cottonbro studio)