Hermès - Maison Bond Street

FASHION

แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ของ Hermès ในกรุงลอนดอน Maison Bond Street

สำรวจ Maison Bond Street แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ของ Hermès ณ กรุงลอนดอน กับารพลิกโฉมอาคารประวัติศาสตร์สู่แลนด์มาร์กสุดหรู 5 ชั้น

18 มิถุนายน 2569

     Hermès เปิดตัว Maison Bond Street ณ บ้านเลขที่ 166 New Bond Street ซึ่งเป็นเมซงแห่งที่ 4 ในกรุงลอนดอน และเป็นแห่งที่ 6 ของโลก การเปิดตัวในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายรากฐานอันแข็งแกร่งในสหราชอาณาจักร พร้อมการเนรมิตอาคารประวัติศาสตร์กว่า 6 หลัง ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1769 ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่เกือบ 2,000 ตารางเมตร โดยตัวร้านได้รับการออกแบบโครงสร้าง และตกแต่งภายในอย่างประณีตลึกซึ้ง ผ่านการแบ่งพื้นที่ออกทั้งหมด 5 ชั้น 55 ห้อง พร้อมบันได 4 แห่ง ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และระเบียงดาดฟ้าเปิดโล่ง ภายใต้คอนเซปต์การผสมผสานมรดประวัติศาสตร์ดั้งเดิม เข้ากับองค์ประกอบร่วมสมัย ที่มอบบรรยากาศอบอุ่นเสมือนบ้านให้แก่ผู้มาเยือน

สถาปัตยกรรม และการตกแต่งภายใน Hermès Maison Bond Street สุดตระการตา

     เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในร้าน ผ่านด้านหน้าอาคาร Façade ที่สูงถึง 7 เมตร ผู้มาเยือนจะได้รับการต้อนรับด้วยสัญลักษณ์ตราประทับ ex-libris อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งถูกฝังไว้อย่างประณีตบนพื้นลวดลาย Faubourg ถัดไปเป็นเพดานทรงโค้งมนที่เล่นสัดส่วนผ่านภาพลวงตา นำไปสู่เอเทรียมกลางที่ดัดแปลงมาจากลานกลางแจ้งดั้งเดิม โดยมีจุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างหลังคากระจกและเหล็กกล้า พร้อมติดตั้งบันไดวนที่ทอดยาวอยู่ด้านล่าง ขณะที่บันไดหินปูนและกระจกถูกโอบล้อมด้วยราวจับหนังลูกวัวเย็บมือ อันเป็นเอกลักษณ์ของงานช่างหนัง นอกจากนี้ผนังด้านทิศใต้ที่เคยเป็นกระจกเงาในอดีตได้ถูกเปลี่ยนโฉมใหม่ โดยใช้ก้อนอิฐหล่อขึ้นรูปขึ้นมา

    อีกทั้งการจัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นเอกภายใน Hermès Maison Bond Street ที่ผ่านการคัดสรรพิเศษมากกว่า 500 ชิ้น โดยทุกมุมของร้านได้รับการออกแบบให้เป็น พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างมรดกอันล้ำค่า ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประกอบ และงานดีไซน์ร่วมสมัย โดยมีประติมากรรมรูปม้าสั่งทำพิเศษ ตั้งตระหง่านบริเวณใจกลางเอเทรียม ขณะที่ทางเข้าโซนความงาม น้ำหอม และจิวเวลรี่ ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับเรือนเพาะชำในจินตนาการ พร้อมผนังที่ตกแต่งด้วยภาพวาดฝาผนังอันเป็นเอกลักษณ์

สำรวจ Hermès Maison Bond Street ในแต่ละชั้น

     พื้นที่ภายในทั้ง 5 ชั้น ได้รับการแบ่งสัดส่วนอย่างมีระดับ เพื่อนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์งานฝีมือทั้ง 16 กลุ่มของแบรนด์

ชั้นที่ 1 ศูนย์รวมเครื่องหนัง อุปกรณ์ขี่ม้า และของตกแต่งบ้าน

  • โซนเครื่องหนัง: เริ่มต้นด้วยห้องที่เชื่อมต่อกัน 20 ห้อง เปิดตัวด้วยโทนสีแดงสดใส มีแผงทองแดงรมดำนำทางเข้าสู่พื้นที่รับรองส่วนตัว 2 ห้อง
  • โซนของตกแต่งบ้าน: จัดแสดงในพื้นที่ 5 ส่วน พร้อมพื้นไม้ปาร์เก้โอ๊คลายหกเหลี่ยม ที่สะท้อนลวดลายล้อไปกับเพดานปูนปลาสเตอร์
  • โซนอุปกรณ์ขี่ม้า: จัดแสดงอยู่ใจกลางชั้นนี้ รายล้อมด้วยงานไม้ที่ตกแต่งด้วยฟาง และงานฝังไม้จากขนม้าที่มองออกไปเห็นเอเทรียม
  • โซนนาฬิกาและจิวเวลรี : มีห้องส่วนตัว 6 ห้องอยู่บริเวณแนวหน้าอาคาร ตกแต่งผนังด้วยผ้าทอสั่งทำพิเศษ ที่ชวนให้นึกถึงแสงแดดส่องผ่านทิวไม้ เสริมด้วยบัวพื้นหินอ่อนสีเหลือง และโต๊ะท็อปเซรามิก


ชั้นที่ 2 อาณาจักรแฟชั่น รองเท้าสำหรับสตรีและบุรุษ

  • โซนสตรี: พื้นที่รองเท้าสตรีตกแต่งผนัง และเพดานด้วยปูนมอร์ตาร์แร่สีชมพูอ่อน แผงไม้แบบดั้งเดิม ตลอดจนพรมทอลวดลายดอกไม้สไตล์อังกฤษขนาดใหญ่ มีพื้นโมเสกโบราณจากศตวรรษที่ 19 นำทางจากห้องรับรองส่วนตัว 2 ห้อง เข้าสู่โซนเสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์สตรี ที่มีการไล่เฉดสีชมพู และพรมทอมือ
  • โซนบุรุษ: ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามข้ามระเบียงทางเดิน ตกแต่งด้วยพื้นไม้โอ๊ครีเคลม และพรมเรขาคณิต เพื่อสะท้อนลวดลายเพดานกรุด้วยไม้เชอร์รี่ ผนังบุด้วยผ้าทอพื้นผิวสีน้ำเงินเข้ม สไตล์วิกตอเรียนอันเป็นเอกลักษณ์
  • พื้นที่พักผ่อน: มีมุมต้อนรับสำหรับนั่งพักดื่มชา หรือกาแฟ พร้อมชมทัศนียภาพอันสวยงามของเอเทรียม

 

ชั้นที่ 3 ห้องปฏิบัติงานของช่างฝีมือชั้นสูง

  • โซนช่างฝีมือ: พื้นที่สำหรับช่างฝีมือเครื่องหนังของแบรนด์ ในการประจำการเพื่อสืบทอดงานฝีมือดั้งเดิม โดยทำหน้าที่ซ่อมแซมไอเท็มต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืน และการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น

 

ชั้นที่ 4 และ 5 พื้นที่จัดแสดงคอลเล็กชั่นส่วนตัว และสวนดาดฟ้า

  • โซนไพรเวท: พื้นที่ชั้นบนสุดที่ถูกเนรมิตรให้กลายเป็น การจัแสดงคอลเล็กชั่นส่วนตัว เพื่อจำลองบรรยากาศ ณ สำนักงานใหญ่ที่ปารีส
  • สวนดาดฟ้า: ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นบนชั้นดาดฟ้า ที่เชื่อมต่อไปยังสวนหย่อม 2 แห่งที่อยู่ติดกัน สามารถมองเห็นย่าน Mayfair พร้อมรูปปั้นคนขี่ม้าถือธงอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญ

เฉลิมฉลองการเปิดตัวเมซง ด้วยไอเท็มเอกซ์คลูซีฟ และศิลปะหน้าต่างร้าน

     เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ Hermès ได้สร้างสรรค์ไอเท็มชิ้นพิเศษหลากหลายประเภท ตั้งแต่คอลเล็กชั่นเครื่องหนังสีสันสดใส ผ้าพันคอไหมคาร์เร่ คอลเล็กชั่นจิวเวลรี่ นาฬิกา น้ำหอม ตลอดจนคอลเล็กชั่นอุปกรณ์ขี่ม้า รวมถึงเครื่องมือทำสวนสเตนเลสสตีล พร้อมด้ามจับหนังและผ้ากันเปื้อนหนัง กล่องใส่ชุดชา และกระเป๋าเป้สะพายหลังรุ่นพิเศษตกแต่งด้วยลวดลายรูปกีตาร์ นอกจากนี้หน้าต่างของร้าน ณ บ้านเลขที่ 166 New Bond Street ยังได้รับการเนรมิตให้กลายเป็นนิทรรศการศิลปะสุดสร้างสรรค์ ภายใต้ธีมห้องดูแลม้าในจินตนาการ ซึ่งโครงสร้างและรายละเอียดทั้งหมด ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากงานถักโครเชต์ งานนิตติ้ง และงานปักผ้าอย่างประณีต เพื่อนำเสนอเรื่องราวของเพื่อนขนฟู ที่กำลังได้รับการดูแล ขัด และแต่งกีบเท้าให้เงางาม ในขณะที่กำลังเล็มกินแครอทจากโคมไฟระย้าอย่างเพลิดเพลิน

     โดยการที่ Hermès  เปิดเมซง Maison Bond Street แห่งใหม่นี้ สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ยังคงดำเนินตามกลยุทธ์การพัฒนาระยะยาว โดยตั้งอยู่บนความคิดสร้างสรรค์ งานฝีมือ และความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาจิตวิญญาณเฉพาะตัวของแต่ละท้องถิ่น พร้อมต้อนรับเหล่าลูกค้าผู้ภักดี และผู้มาเยือนหน้าใหม่อย่างอบอุ่น เพื่อร่วมสำรวจพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ท่ามกลางบรรยากาศ และประสบการณ์สุดลักชัวรี่ ที่ผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ

     ตามไปอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hermès ได้ที่ ( FASHION Hermès เสริมทัพทีมดีไซน์ครั้งใหญ่ เตรียมเปิดตัวไลน์โอตกูตูร์ครั้งแรก!)

ภาพ : Courtesy of Hermès