'เกรซ-นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ' เริ่มเป็นที่รู้จักจากบทบาทในภาพยนตร์ 'ข้าวเหนียวหมูปิ้ง' และ 'เอ๋อเหรอ' ที่สะท้อนความสดใสและเป็นธรรมชาติของเธอได้อย่างชัดเจน ก่อนจะค่อยๆ ห่างหายจากวงการบันเทิงเพื่อไปศึกษาต่อและเติบโตในเส้นทางสายสร้างสรรค์ จนกลับมาได้รับการพูดถึงอีกครั้งในบทบาทของนักออกแบบและดีเจผู้มีสไตล์เฉพาะตัว ด้วยภาพลักษณ์ที่มั่นใจและเปิดกว้างทางความคิด เกรซจึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศและอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างร่วมสมัยและน่าจับตามอง

“ถ้ามีปัญหาเราควรช่วยกันแก้มากกว่าชี้นิ้วใส่กัน เพราะสุดท้ายแล้วเราทุกคนต่างก็อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน”
“วันนี้ในวัยเกือบ 30 ปี เราค่อนข้างเข้าใจและอยู่กับมันได้แล้ว แต่ตอนเด็กโดยเฉพาะเรื่อง Gender Identity นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะเราเติบโตมาในภาพจำของคนดู ตั้งแต่การแสดงหนัง เล่นบทผู้หญิง หรือการถูกคาดหวังให้เป็นแบบหนึ่ง พอเราเริ่มแสดงออกถึงความเป็นตัวเองเลยทำให้บางคนรู้สึกเสียดายหรือผิดหวัง ช่วงหนึ่งสิ่งนี้ทำให้เราไม่กล้าเป็นตัวเองเต็มที่ เราพยายามปรับตัวให้อยู่ในกรอบที่สังคมสบายใจ ไม่มากเกินไป ไม่ชัดเจนเกินไป”
ความโชคดีคือเขาจะหาวิธีจัดการปัญหาของตัวเองด้วยตัวเอง เลือกทำงานกับมุมมองฝั่งความสร้างสรรค์เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับการยอมรับในความหลากหลายของสังคมไทย “ตอนรับปริญญาเราเลือกใส่ชุดผู้ชาย เรารู้อยู่แล้วว่าจะต้องถูกพูดถึงจึงใช้โอกาสนี้ทำเรื่องนี้ให้ง่ายขึ้นสำหรับคนอื่นดีกว่า เรารู้ว่ามีอีกหลายคนที่อยากเป็นตัวเองเหมือนกัน แต่ไม่มีพื้นที่หรือแรงสนับสนุนมากพอ เพราะฉะนั้นในเมื่อเรามีโอกาสและมีมุมมองเห็นอยู่แล้ว เราจึงอยากใช้สิ่งนั้นเป็นตัวอย่างให้คนอื่นกล้าขึ้นบ้าง สุดท้ายมันคือการค่อยๆ หาวิธีอยู่กับตัวเองและทำให้สิ่งที่เราเลือกมีความหมายกับคนอื่นด้วย”
สำหรับเกรซ ความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องธรรมชาติที่เขามองว่ามนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ส่งต่อบางอย่างให้กับสังคมอย่างเท่าเทียม “ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเกรซอยู่กับเรื่อง Pride และความหลากหลายมาตลอด เราเห็นว่าสังคมไทยเปิดกว้างมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีหลายเรื่องที่ต้องพัฒนาต่อ ทั้งเรื่องกฎหมาย สิทธิ หรือการยอมรับในระดับโครงสร้าง ซึ่งบางครั้งรู้สึกไม่ได้อยู่ที่คนแต่อยู่ที่ระบบที่ยังไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียม สิ่งที่เกรซอยากส่งต่อที่สุดคืออยากให้ลองลดอีโก้ ลดการโทษกันเอง แล้วหันมามองว่าเราทุกคนต่างก็พยายามทำให้ที่นี่น่าอยู่ขึ้น ถ้ามีปัญหาเราควรช่วยกันแก้มากกว่าชี้นิ้วใส่กัน เพราะสุดท้ายแล้วเราทุกคนต่างก็อาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน”
เขาเลือกทำงานสายสร้างสรรค์เพื่อสร้างทางเดินให้กับตัวเองโดยใช้ความสามารถที่มีเป็นสารตั้งต้นในการเติบโต “สำหรับเรา การเปิดเพลงไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุกแต่คือการส่งต่อศิลปะและพลังงานบางอย่างออกไป เราเอาเพลงหลากหลายแนวมาผสมผสานและถ่ายทอดออกมาเป็นพลังงานที่ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดีขึ้น สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นงานดนตรี งานออกแบบ หรืออะไรก็ตาม หากเราทำมันด้วยความตั้งใจ คิดดี และไม่เบียดเบียนใคร สิ่งเหล่านั้นจะส่งต่อพลังงานบางอย่างไปถึงคนอื่นได้เสมอ บางครั้งมันอาจเป็นเพียงโมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้ใครสักคนรู้สึกว่าอยากใช้ชีวิตต่ออีกนิด สำหรับเกรซนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดของงานที่ทำ
“อยากให้คนเปิดใจมากขึ้น เราทำอาชีพดีเจซึ่งอยู่ในสาย Underground งานที่เราทำอาจไม่ได้เข้าถึงคนหมู่มากหรือไม่ได้มีเนื้อร้องแบบที่คนคุ้นเคย และด้วยความที่มันค่อนข้างเฉพาะกลุ่มทำให้การซัพพอร์ตในวงการนี้ยังไม่มากเท่าที่ควร หลายครั้งคนเราเลือกเสพสิ่งที่เป็นกระแสและเพราะสังคมพาให้ตามสิ่งที่คนส่วนใหญ่เลือก แต่ถ้าเรากล้าลองฟังเพลงใหม่ อ่านหนังสือเล่มที่ไม่คุ้น ดูหนังหรือซีรีส์ที่ไม่อยู่ในกระแส โลกจะกว้างขึ้นมากและทำให้วงการครีเอทีฟโตขึ้นด้วย เกรซเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดจากการไลก์หรือแชร์อย่างเดียว แต่มาจากการเลือกเสพสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตจริงด้วย เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนมีทรัพยากรจำกัด ทั้งเวลาและพลังงาน การเลือกใช้มันเพื่อสนับสนุนสิ่งเล็กๆ จะทำให้ระบบสร้างสรรค์สมดุลขึ้นและทำให้คนตัวเล็กมีแรงเติบโตได้มากขึ้น”

เกรซ-นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ
Vogue Pride Month | ‘นิว-ฐิติภูมิ’ ว่าด้วยความหลากหลาย เสรีภาพ และการก้าวข้ามกรอบ
Vogue Pride Month | ‘ฝ้าย-พีรญา’ และ ‘อะตอม-ปริยะ’ ว่าด้วยความหลากหลาย การเป็นตัวเอง และการเติบโต

VOGUE SCOOP | รวม 9 ภาพยนตร์และซีรี่ส์ Coming-of-Age น่าดูในเดือน Pride Month

THAI PRIDE พูดคุยกับ 2 เจ้าของแบรนด์จิวเวลรีไทยรุ่นใหม่ ปลุกกระแสวงการเครื่องประดับไทยอีกครั้ง!
