หนึ่งในคำยอดฮิตที่สุดในโลกความงามและไลฟ์สไตล์ในช่วงปีที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ จะเป็นคำไหนไปไม่ได้นอกเสียจาก Wellness หรือ Well-Being หนึ่งในเทรนด์สำคัญที่มุ่งเน้นถึงการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกมิติ ไม่ฉาบฉวยทั้งในแง่ของร่างกายไปจนถึงจิตใจที่ต้องดีควบคู่กันไป ทว่าในอีกมุมหนึ่ง หลังจากที่วงการบิวตี้และไลฟ์สไตล์หันเหเปลี่ยนทิศทางสู่เทรนด์ “สวยจากภายในสู่ภายนอก” อย่างจริงจัง วงการแฟชั่นก็ดูจะเป็นอีกหนึ่งวงการเริ่มหันเหเข้าสู่สนาม Wellness เช่นเดียวกัน เห็นได้จากเทรนด์ของ Sustainability และ Craftsmanship ที่ดูจะเกี่ยวโยงกับ Wellness อยู่บ้าง ที่กลับมาอยู่ในซีนแฟชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงคุณค่าของแนวคิดที่ออกจากกรอบความเห็นแก่ตัวแต่คิดถึงส่วนรวมมากขึ้น และแน่นอนว่าคุณค่าของฝีมือมนุษย์ ที่นับเป็นอาวุธชั้นดีในการต่อกรกับ AI ในเวลานี้
และนี่คือ 3 เหตุผลสำคัญที่โลกแฟชั่นควรหันหน้าเข้าหาเทรนด์ Wellness ไปด้วยกัน...
การสวมใส่เสื้อผ้าช่วยเยียวยาอารมณ์คุณได้
อย่างที่ทราบกันดีว่า เสื้อผ้าไม่ได้มีหน้าที่แค่ตกแต่งให้ภายนอกของเรานั้นดูสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่หน้าที่ของเสื้อผ้าบนโลกใบนี้ยังทำหน้าที่สะท้อนบุคลิกภาพ และช่วยเยียวยาอารมณ์และจิตใจที่ส่งผลต่อความมั่นใจของผู้สวนใส่ได้ด้วย ในวันที่คุณเลือกใส่เสื้อผ้าที่ทำให้คุณนั้นรู้สึกดูดีในแบบของคุณ โดยที่ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามทุกเทรนด์ที่สร้างขยะให้โลกใบนี้จนเหนื่อย นั่นหมายถึงการพิจารณาเลือกชิ้นเสื้อผ้าอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้เหมาะกับบุคลิกภาพของตัวเองนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
เสื้อผ้าช่วยเพื่มความสะดวกสบายให้กับร่างกายที่เชื่อมโยงกับสุภาพจิต
นอกเหนือจากเรื่องของ Wellness ในโลกแฟชั่นจะเชื่อมโยงกับสุขภาพจิตแล้ว ในเรื่องของสุขภาพกายก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเสื้อผ้าที่ดีจะต้องช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟชั่นแนวสปอร์ตแคชชวล ที่ให้ความสำคัญกับความสบาย การระบายอากาศ และการเคลื่อนไหว ซึ่งเชื่อมโยงถึงการทำให้จิตใจและอารมณืของผู้สวมใส่นั้นดีตามไปด้วย
Sustainability เทรนด์แฟชั่นที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในยุค Wellness ครองโลก
เมื่อช่วงเกือบครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา วงการแฟชั่นระดับโลกพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะยัดเยียดนำเสนอแนวคิดแฟชั่นแบบ Sustainability หรือการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่แม้แต่ก่อนหน้านี้ไม่นานคอนเซ็ปต์ของเรื่องดังกล่าวในโลกแฟชั่นก็ยังไม่ชัดเจนและไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ทว่าเมื่อเราได้ก้าวขาเข้าสู่ยุคสมัยของ Wellness แล้ว ความยั่งยืนก็ดูเหมือนจะเป็นภารกิจหนึ่งของโลก Wellness กับการให้ความใส่ใจต่อการเลือกเสื้อผ้าที่ทำลายโลกใบนี้น้องที่สุด ตั้งแต่การเลือกเสื้อผ้างานคราฟต์ คลาสสิก และไม่ตกกระแสง่าย สามารถสวมใส่ได้ยาวๆ ไปจนถึงการเลือกเสื้อผ้าที่ผลิตขึ้นจากวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
Fashion และ Wellness ไม่เพียงทำหน้าที่ให้คนสายแฟ(ชั่น) ได้ฉุกคิดถึงโลกใบนี้มากขึ้น แต่ยังช่วยยกระดับในทุกมิติของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง และนั่นเองคือเหตุผลที่โลกแฟชั่นควรหันหน้าเข้าหาเทรนด์ Wellness ได้เสียทีแล้ว





