Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

Cartier เผยโฉม ‘Le Chœur de Pierres’ จิวเวลรีชั้นสูงบทล่าสุดที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจของอัญมณี

จิวเวลรีชั้นสูงจาก Cartier มีเสน่ห์บางอย่างที่ยากจะอธิบาย หรือที่ชาวฝรั่งเศสเรียกว่า Je ne sais quoi และ ‘Le Chœur de Pierres’ คือบทล่าสุดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนั้นผ่านอัญมณี สีสัน และงานหัตถศิลป์ชั้นสูงได้อย่างงดงาม

14 พฤษภาคม 2569

     Cartier เผยโฉมคอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงล่าสุด ‘Le Chœur des Pierres’ ผลงานที่ถ่ายทอดทั้ง ‘เสียง’ (chœur) และ ‘หัวใจ’ (cœur) ของอัญมณีในแบบฉบับของเมซง ผ่านการรังสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับตัวอัญมณีในฐานะจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง สำหรับ Cartier อัญมณีไม่ได้เป็นเพียงวัสดุล้ำค่า แต่คือแรงบันดาลใจที่กำหนดทิศทางของการออกแบบ ทั้งในด้านสีสัน รูปทรง และพลังทางอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใน คอลเล็กชั่นนี้จึงเปรียบเสมือนบทบรรเลงแห่งอัญมณี ที่นำแสง สี และโครงสร้างอันซับซ้อนมาหลอมรวมกันผ่านงานหัตถศิลป์ชั้นสูง จนเกิดเป็นผลงานกว่า 125 ชิ้น ซึ่งใช้เวลารังสรรค์รวมมากกว่า 85,000 ชั่วโมง ถ่ายทอดจิตวิญญาณของเมซงผ่านลวดลายธรรมชาติ สัตว์สัญลักษณ์ และการเล่นกับประกายแวววาวในแบบที่ทั้งทรงพลังและเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก

     เบื้องหลังของ ‘Le Chœur des Pierres’ คือความเชื่อที่ว่าอัญมณีแต่ละเม็ดล้วนมีบุคลิกเฉพาะตัว และหน้าที่ของ Cartier คือการทำให้เสน่ห์นั้นเปล่งประกายออกมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด นอกเหนือจากมาตรฐานด้านคุณภาพ ความบริสุทธิ์ของเนื้ออัญมณี หรือความแม่นยำของการเจียระไน ยังมีบางสิ่งที่ยากจะอธิบายซึ่งเมซงเรียกว่า Je ne sais quoi เสน่ห์พิเศษที่ทำให้อัญมณีของ Cartier แตกต่างจากที่อื่น นักออกแบบและช่างฝีมือจึงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การร่างเส้นแรกบนกระดาษ ไปจนถึงขั้นตอนการฝังอัญมณีและขัดเงาชิ้นงาน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสี แสง เงา และมิติของโครงสร้างในทุกองศา จนเกิดเป็นภาษาการออกแบบอันลึกซึ้งและสง่างามที่สะท้อนตัวตนของ Cartier ได้อย่างชัดเจนที่สุด โว้กจึงคัดเลือก 3 ชิ้นงานไฮไลต์จากคอลเล็กชั่นนี้ชวนทุกคนมาทำความรู้จักมากขึ้น

 

 

Hyrama

แม้ว่าเสือแพนเตอร์จะเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำ Cartier ที่ผู้คนจดจำมาอย่างยาวนาน แต่เสือโคร่งก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง ช่างฝีมือของ Cartier ได้รวบรวมอิมพีเรียลโทปาชห้าเม็ด น้ำหนักรวมกว่า 28.04 กะรัต พร้อมด้วยโกเมน เพชรสีขาว สีเหลือง และสีส้มเข้าไว้ด้วยกัน สีสันจัดจ้านของอัญมณีนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดผลงานชิ้นนี้ โดยออกแบบให้โทปาชเรียงตัวลดหลั่นเป็นขั้นบันได เพื่อสร้างมิติและความพลิ้วไหวให้กับชิ้นงาน ตัวเสือโคร่งถูกถ่ายทอดอย่างสมจริง ราวกับกำลังก้าวย่างบนพื้นผิวของอัญมณี รายละเอียดทางกายวิภาคได้รับการรังสรรค์อย่างแม่นยำผ่านงานประติมากรรมและงานอัญมณีอันประณีต ความหลากหลายของโทนสีช่วยเสริมให้ผลงานดูมีชีวิตชีวา ยิ่งขึ้น ขณะที่สายสร้อยซึ่งออกแบบเป็นลวดลายพิกเซล ประดับด้วยออนิกซ์ที่เจียระไนขึ้นเป็นพิเศษ ชวนให้นึกถึงลายพาดกลอนของขนเสือเชื่อมโยงองค์ประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างลงตัวบนโครงสร้างที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และเมื่อสวมใส่จะโอบรับรอบลำคอได้อย่างพอดี

 

 

Olorra

มรกตโคลัมเบียสีเขียว 5 เม็ด น้ำหนักรวม 40.67 กะรัตเป็นตัวกำหนดโครงสร้างของสร้อยคอชิ้นนี้ ดีไซน์มอบพื้นที่ให้การตีความใหม่ของการตัดกันระหว่างสีเขียวและสีน้ำเงินหนึ่งในไอคอนคู่สีที่ปรากฏครั้งแรกในผลงานของ Cartier ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 เทอร์ควอยซ์และลาพิส ลาซูลีที่เจียระไนขึ้นเป็นพิเศษจัดวางสลับกับเพชร ก่อรูปเป็นจี้ทรงเรขาคณิตที่สร้างจังหวะให้กับโครงสร้างสร้อยคอแบบแผ่รัศมี ขณะเดียวกันองค์ประกอบขนาดเล็กที่รายล้อมรอบลำคอและลวดลายต่างๆ ยังช่วยเสริมให้ผลงานดูเปล่งประกายยิ่งขึ้น

 

 

Tutti kanya

Cartier ต่อยอดมรดกแห่ง 'Tutti Frutti' อีกครั้ง ผ่านสร้อยคอที่คืนชีวิตให้กับหนึ่งในสไตล์ไอคอนิกที่สุดของเมซง ซึ่งถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1920 จากแรงบันดาลใจที่ 'Jacques Cartier' ได้รับระหว่างการเดินทางสู่ประเทศอินเดีย และการค้นพบเสน่ห์ของอัญมณีแกะสลักในศิลปะโมกุล ก่อนนำมาผสานเข้ากับความโมเดิร์นแบบอาร์ตเดโค จนเกิดเป็นลายเซ็นอันโดดเด่นของ Cartier ในจิวเวลรีชั้นสูงคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ เลือกใช้ทับทิม ไพลิน และมรกต จัดวางราวกับกลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน ถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติผ่านการจับคู่แม่สีอย่างแดง เขียว และน้ำเงิน ซึ่งแม้แต่ละอัญมณีจะมีคาแร็กเตอร์เฉพาะตัว แต่กลับเชื่อมโยงกันอย่างกลมกลืน ตัวชิ้นงานโดดเด่นด้วยโครงสร้างที่เล่นกับมิติและการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะพู่ทับทิมที่ร้อยเรียงอย่างประณีต สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือถอดจี้หลักออกเพื่อใช้เป็นเข็มกลัด ขณะที่ด้านหลังของสร้อยคอยังเผยรายละเอียดลวดลายกิ่งก้านต้นไม้ที่รังสรรค์จากโลหะล้ำค่า สะท้อนความใส่ใจในทุกมุมมองของงานหัตถศิลป์ชั้นสูง และย้ำให้เห็นว่า 'Tutti Frutti' ยังคงเป็นหนึ่งในผลงานที่สะท้อนความกล้าในการใช้สีสันและจินตนาการของ Cartier เสมอ

 

(สามารถอ่านเรื่อง Zoe Saldaña เยือนเวิร์กช็อปเครื่องประดับชั้นสูงของ Cartier ก่อนเปิดตัว ‘Le Chœur des Pierres’ ได้ที่นี่)

รูปภาพ และ ข้อมูล : Courtesy of Cartier