ความมหัศจรรย์ของนาฬิกา Cartier เชื่อว่าทุกคนคุ้นเคยกันดีกับเรื่องรูปทรง จากหน้าประวัติศาสตร์ของเมซงมีนาฬิการูปทรงประหลาดตาปรากฏขึ้นมาตลอดเกินหลักศตวรรษ จนกระทั่งการถือกำเนิดของเรือนเวลา ‘Crash’ ในช่วงยุค 1960s โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากต้นกำเนิด ณ เวิร์กช็อปบนถนนบอนด์ กลางกรุงลอนดอน มันเปลี่ยนโฉมหน้าการตีความมิติความงดงามเชิงศิลป์ของโลกนาฬิกาไปโดยสิ้นเชิง แม้วันนี้จะมีนาฬิกา ‘Crash’ เวอร์ชั่นใหม่ สอดประสานไปกับความยอดเยี่ยมด้านงานฝีมือที่สลับซับซ้อนมากขึ้น แต่ผลงานชิ้นไอคอนิกจากยุคไม่ได้ถูกลดทอนคุณค่า ทว่าสามารถเพิ่มความพิเศษจากเงื่อนไขที่ไม่สามารถทำซ้ำได้อีก นำมาสู่การทุบสถิติโลกอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้นาฬิกา ‘Crash’ จากลอนดอนเพิ่งสร้างปรากฏการณ์ความหวือหวากับตัวเลขประมูลสูงแตะหลัก 1.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการประมูลขององค์กร Sotheby’s ณ ฮ่องกง แต่เวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ กลางเดือนพฤษภาคม 2026 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ก็ถูกเขียนขึ้นอีกครั้งเมื่อ ‘Crash’ จากกรุงลอนดอน เวอร์ชั่นปี 1990 ถูกประมูลโดย Christie’s ในโปรเจกต์ ‘Rare Watches’ ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พาตัวเลขพุ่งทะยานไปเกิน 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้นาฬิกาเรือนนี้เป็นนาฬิกาคาร์เทียร์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ทุบสถิติเดิมที่เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนหน้าไม่ถึงเดือนเท่านั้น
ความพิเศษของนาฬิกาจากปี 1990 แน่นอนว่าหัวใจสำคัญคือการเป็นผลงานที่รังสรรค์จากเวิร์กช็อปดั้งเดิมอันเป็นต้นกำเนิดของเรือนเวลา ‘Crash’ เพราะช่วงยุคหลังมีการย้ายฐานเหล่านี้สู่กรุงปารีส ทำให้นาฬิกาจากเวิร์กช็อปที่ผลิต ‘Crash’ พร้อมตราประทับ ‘London’ กลายเป็นของหายากของเหล่านักสะสม และเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดประมูล ด้วยความต้องการสูงลิ่ว สวนทางกับจำนวนการผลิตที่น้อยและไม่มีการผลิตเพิ่มอย่างแน่นอน ทำให้นาฬิกาเรือนนี้ที่ประทับตราเมืองหลวงของประเทศอังกฤษมีมูลค่าสูงทะลุเพดานในทุกการประมูล
จุดเด่นสำคัญของนาฬิกาเรือนนี้คือทุกรายละเอียดที่สะท้อนภาพกระบวนการผลิตของเมซงคาร์เทียร์ ณ กรุงลอนดอน นอกจากโลโก้และการระบุเมืองผลิต ยังมีรายละเอียดของหน้าปัดตัวเลขโรมันที่ใช้เทคนิคการเพนต์ ไม่ใช่การพิมพ์หรือการประทับ ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์บิดเบี้ยวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญที่สุดคือ ตราประทับ ‘JC’ ที่หมายถึง Jacques Cartier บริเวณตัวล็อคสาย นอกจากนี้ยังมีตราประทับตัวเลข ‘1990’ และ ‘Cartier London’ ตอกย้ำความพิเศษเหนือระดับจนทำให้เหล่านักสะสมและคอนาฬิกาทั่วโลกตาลุกวาว เพราะนี่ไม่ใช่เพียงนาฬิการูปทรงโดดเด่น แต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงโลกของศิลปะและนาฬิกาเข้าไว้ด้วยกัน สอดประสานกันผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ
1 / 7
2 / 7
3 / 7
4 / 7
5 / 7
6 / 7
7 / 7
(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมของเรือนเวลา‘Crash’ ได้กับบทความ VOGUE SCOOP | เจาะลึก ‘Cartier Crash’ ที่ไม่ว่านานเพียงใด ผลงานจากลอนดอนก็ทรงคุณค่าเสมอ)

