Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

จิตวิญญาณแห่งความกล้าของ Panthère de Cartier โคจรกลับมาในแฟชั่นแคมเปญอีกครั้ง!

เสือแพนเตอร์แห่ง Cartier กลับมาอีกครั้ง ในบทใหม่ที่สง่างามและซับซ้อนกว่าที่เคย ด้วยดีไซน์เสือคู่หันหน้าเข้าหากัน สื่อถึงพลังแบบทวีคูณ มาพร้อมกลไกขยับได้จริงและงานฝีมือที่ท้าทายขีดจำกัดของการรังสรรค์จิวเวลรี

10 กุมภาพันธ์ 2569

     ในคอลเล็กชั่นล่าสุดของ 'Panthère de Cartier' เสือแพนเตอร์ไม่ได้กลับมาเพียงในฐานะสัญลักษณ์คลาสสิก หากแต่ถูกยกระดับให้มีบทบาท 'คู่ขนาน' ผ่านดีไซน์ใหม่ที่นำเสนอเสือแพนเตอร์สองตัวหันหน้าเข้าหากันอย่างสมมาตร เสมือนภาพสะท้อนของพลัง ความสง่างาม และจิตวิญญาณของผู้หญิงยุคใหม่ ผลงานนี้จึงแตกต่างจากรุ่นก่อนที่มักเน้นแพนเตอร์ตัวเดี่ยวๆ หรือเป็นดีไซน์ที่ดูกึ่งนามธรรม เพราะคอลเล็กชั่นใหม่นี้ออกแบบให้มี โครงสร้างเชิงประติมากรรม ที่เคลื่อนไหวได้จริง โดยใช้เทคนิคพิเศษภายในหัวเสือทั้งสองฝั่งที่ซ่อนกลไกสปริงและทองคำไขว้ ทำให้สร้อยคอและกำไลสามารถขยับโค้งรับกับเรือนร่างได้อย่างแนบเนียน ทั้งยังรักษาสมดุลของลวดลายจุดแต้มดำบนตัวเสืออย่างแม่นยำ

 

 

     ความประณีตของงานช่างฝีมือไม่เพียงอยู่ที่โครงสร้างกลไก แต่ยังรวมถึงการเลือกวัสดุ เช่น เยลโลว์โกลด์เคลือบแลกเกอร์ลายจุดแปดเหลี่ยม ไปจนถึงไวต์โกลด์ฝังเพชรพร้อมแต้มออนิกซ์ในตำแหน่งที่จัดวางอย่างมีจังหวะ ผลงานแต่ละชิ้นยังสามารถสวมเดี่ยวหรือจับคู่กับชิ้นอื่นได้อย่างลงตัว โดย Cartier ตั้งใจให้เสือแพนเตอร์เป็นตัวละครหลัก ที่มีทั้งอารมณ์ น้ำหนัก และจังหวะของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของสร้อยคอทรงทอร์ค แหวน ต่างหู หรือนาฬิกาจิวเวลรี เสือแพนเตอร์เวอร์ชั่นใหม่นี้จึงเปล่งประกายทั้งความลื่นไหลของดีไซน์ และความเฉียบคมของแนวคิดที่บ่งบอกถึงความมั่นใจและความงามที่ไม่เรียกร้อง คือเสน่ห์ของผู้หญิงในแบบฉบับของ Cartier

 

(สามารถอ่านเรื่อง Cartier เผยแรงดึงดูดที่ไม่อาจละสายตา เปิดตัวจิวเวลรีเสือแพนเธอร์สองตัวหันเข้าหากัน! ได้ที่นี่)

รูปภาพ และ ข้อมูล : Courtesy of Cartier
TAGS : Cartier