แหวน 'Doppio Baccellato' จากคอลเล็กชั่น 'Bvlgari Colors'

WATCHES & JEWELLERY

BVLGARI COLORS สำรวจพลังของสีผ่านแหวน ‘Doppio Baccellato’ และกำไล ‘Tubogas’ ดีไซน์ใหม่!

BVLGARI เดินหน้าสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ของสีสัน ผ่าน BVLGARI COLORS ที่นำเหล่าจิวเวลรีรุ่นไอคอนิกมาตีความใหม่ผ่านการจับคู่อัญมณีสีที่เป็นเอกลักษณ์ของเมซงมาตั้งแต่ยุค 1950s

22 มิถุนายน 2569

     Bvlgari เดินหน้าสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ของสีสันผ่าน 'Bvlgari Colors' บทใหม่ของจิวเวลรีที่ตอกย้ำหนึ่งในดีเอ็นเอสำคัญที่สุดของเมซง นั่นคือการใช้อัญมณีสีอย่างท้าทายและคาดไม่ถึง นับตั้งแต่ 1950s เป็นต้นมา Bvlgari เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่พลิกขนบการออกแบบเครื่องประดับด้วยการจับคู่พลอยสีต่างชนิดเข้าด้วยกัน แทนที่จะยึดติดกับสูตรสำเร็จแบบดั้งเดิมที่เน้นเพชรหรืออัญมณีเพียงชนิดเดียว สำหรับปี 2026 นี้ เมซงนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาต่อยอดอีกครั้งผ่านผลงานใหม่ที่ประกอบไปด่วยผลงานไฮไลต์อย่าง แหวน 'Doppio Baccellato' และกำไล 'Bvlgari Tubogas' ดีไซน์ใหม่ ซึ่งล้วนถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างสีสัน รูปทรง และการเคลื่อนไหวในมุมมองร่วมสมัย

 

 

     หัวใจสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้อยู่ที่แหวน 'Doppio Baccellato' ผลงานที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านงานทองของเมซงผ่านเทคนิค 'Baccellatura' หรือลวดลายร่องนูนอันได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมกรีกและโรมันโบราณ ก่อนจะถูกนำมาตีความใหม่ให้มีความนุ่มนวลและร่วมสมัยมากขึ้นบนพื้นผิวทองคำ 18 กะรัต ทั้งในเฉดเยลโลว์โกลด์และโรสโกลด์

     ความโดดเด่นอีกประการคือการเลือกใช้อัญมณีเจียระไนทรงคาโบชง ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Bvlgari มาอย่างยาวนาน พื้นผิวโค้งมนของคาโบชงช่วยเผยความลุ่มลึกของสีได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นคู่สีสดใสระหว่างซิตรินและบลูโทพาซ หรือการจับคู่ที่ละเมียดละไมระหว่างอเมทิสต์และเพอริดอต ขณะที่โครงสร้างแบบคู่ของตัวแหวนยังช่วยสร้างมิติและความรู้สึกเคลื่อนไหวราวกับประติมากรรมขนาดย่อมบนนิ้วมือ

 

 

Article

     ในส่วนของ 'Bvlgari Tubogas' นำเสนอความงามผ่านภาษาการออกแบบที่แตกต่างออกไป โดยเลือกใช้เส้นสายเชิงสถาปัตยกรรมและรูปทรงเรขาคณิตที่คมชัดมากขึ้น กำไลทั้ง 3 รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากสร้อยคอ 'Tubogas' ที่เปิดตัวในปี 2024 พร้อมเพิ่มมิติของสีสันผ่านรูเบลไลต์ แทนซาไนต์ และกรีนทัวร์มาลีน ซึ่งถูกจัดวางบนโครงสร้างทองคำอันยืดหยุ่นไร้รอยต่อจากเทคนิค 'Tubogas' อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bvlgari ความพิเศษของเทคนิคนี้อยู่ที่การสร้างโครงสร้างโลหะที่สามารถโค้งรับไปกับผิวได้โดยไม่ต้องใช้การบัดกรีที่มองเห็นได้ ทำให้เกิดทั้งความแข็งแรงและความลื่นไหลในชิ้นงานเดียวกัน

 

 

     สิ่งที่ทำให้ 'Bvlgari Colors' แตกต่างจากการเปิดตัวจิวเวลรีสีทั่วไป คือการที่เมซงไม่ได้มองสีเป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่ง แต่ใช้สีเป็นเครื่องมือในการสร้างรูปทรง จังหวะ และบุคลิกของชิ้นงาน 'Doppio Baccellato' ถ่ายทอดความนุ่มนวลผ่านเส้นโค้งและพื้นผิวที่เล่นกับแสง ขณะที่ 'Bvlgari Tubogas' นำเสนอความเฉียบคมผ่านโครงสร้างและสัดส่วนเชิงกราฟิก เมื่อสองแนวคิดนี้มาพบกัน จึงเกิดเป็นบทสนทนาระหว่างความอ่อนโยนและความแข็งแกร่ง สีสันและรูปทรง อันสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Bvlgari ที่ยังคงผลักดันขอบเขตของการออกแบบจิวเวลรีอย่างต่อเนื่อง

 

(สามารถอ่านเรื่อง เปิดสองลุคสองสไตล์ของ 'ออม-กรณ์นภัส' กับจิวเวลรี 'Serpenti' จาก BVLGARI ได้ที่นี่)

รูปภาพ และ ข้อมูล : Courtesy of Bvlgari