นาฬิกา Octo Finissimo Titanium 37 mm

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE WATCH | BVLGARI Octo Finissimo กับเรื่องราวบทใหม่ที่มาพร้อมวัสดุและไซซ์แห่งความเหมาะสม

BVLGARI รังสรรค์นาฬิกา Octo Finissimo โฉมใหม่ประจำปี 2026 ที่เพียบพร้อมด้วยความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง คงความไอคอนิก และที่สำคัญคือการเลือกใช้วัสดุชั้นยอด รวมถึงไซซ์ใหม่ที่เปิดโลกยิ่งกว่าเดิม

27 พฤษภาคม 2569

     เรื่องราวของนาฬิกา Octo Finissimo เดินทางเข้าสู่สารบบหลักของวงการนาฬิกามาอย่างต่อเนื่อง ผลงานการรังสรรค์ของ Fabrizio Buonamassa ได้รับการประทับตราสถิติโลกครั้งแล้วครั้งเล่ากับนวัตกรรมทั้งเชิงกลไก วัสดุ และองค์ประกอบต่างๆ สำหรับ Watches & Wonders 2026 เป็นอีกครั้งที่ Bvlgari พาเรือนเวลานี้เฉิดฉายท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของงานแฟร์ ณ Palexpo เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเน้นย้ำรากฐานอันแข็งแกร่ง นำเสนอความเรียบง่าย ทว่ากลับเปี่ยมด้วยมนตร์เสน่ห์และความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ
 

     Octo Finissimo รหัส 104089 ที่ภายในอัดแน่นด้วยกลไก BVF 100 แบบบางเฉียบพร้อม micro-rotor ขับเคลื่อนให้นาฬิกาเดินอย่างแม่นยำและมีพลังงานสำรองนานถึง 72 ชั่วโมง แน่นอนว่านาฬิกาเรือนนี้ไม่ใช่นาฬิกากลไกระดับสูงชนิดซับซ้อนเกินความเข้าใจ แต่เป็นนาฬิกาที่ใครเห็นก็สัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายและลายเซ็นของเมซงโดยแท้จริง เข็มและหลักเวลาสีดำทำหน้าที่บอกเวลาอย่างลื่นไหลและถูกต้อง เลขหลัก 12 และ 6 นาฬิกาเป็นเลขอารบิก คงเอกลักษณ์เป็นอย่างดี นั่นทำให้ความประทับใจแรกของ Octo Finissimo เรือนนี้ไม่ใช่ความหวือหวาแต่เป็นความนิ่งสงบที่เก็บซ่อนความทรงพลังไว้อย่างหนักแน่น

     ไฮไลต์ของนาฬิกาเรือนนี้ที่น่าสนใจคือการเลือกใช้วัสดุไทเทเนียม วัสดุที่มีจุดเด่นเรื่องความเบา เมื่อสวมใส่จะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่าง มันลื่นไหลไปกับข้อมือแบบพอดิบพอดี ในขณะเดียวกันก็แข็งแรงทนทาน โดยเรือนเวลาโฉมใหม่มาในรูปแบบขัดด้าน (sandblasted) ทั้งตัวเรือนและสาย รวมถึงเม็ดมะยมที่ประดับด้วยเซรามิกสีดำสอดล้อไปกับหลักเวลาและเข็มบนหน้าปัด ยิ่งสายเป็นแบบเชื่อมต่อกับตัวเรือนโดยตรง (intergrated) ยิ่งมอบความรู้สึกลื่นไหลไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นพัฒนาของบุลการีกับนาฬิกาคอลเล็กชั่นนี้เสมอมา
 

     สำหรับบางคนเดิมที Octo Finissimo ถูกมองว่าเป็นนาฬิกาที่ใหญ่และเทอะทะ แม้จะสวมใส่สบายและมีน้ำหนักเบาในบางหลายวัสดุ หรือบ้างก็มองว่า Octo Finissimo จะยอดเยี่ยมเฉพาะกับนวัตกรรมสถิติโลก แต่นาฬิการุ่นพื้นฐานที่มีฟังก์ชั่นบอกเวลา 2 เข็ม พร้อมหน้าปัดย่อย Small Seconds ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงภาพจำ นำความโมเดิร์นและเฉียบคมมาปรับใช้คือการลดขนาดตัวเรือนเหลือ 37 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นการก้าวออกจากบรรทัดฐานเดิม และค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้หลงใหลนาฬิกาทั่วโลกมาขึ้น

     มุมมองต่อ Octo Finissimo กำลังจะเปลี่ยนไปเพราะไซซ์จริงหรือไม่…เรื่องนี้เป็นคำถามแสนจะปัจเจก แต่สำหรับบุลการี การมุ่งพัฒนาเพื่อสรรสร้างนาฬิกาที่เรียบง่ายแต่ครบถ้วนทุกความสำคัญขั้นพื้นฐาน พร้อมกับปรับขนาดใหม่ เท่ากับการเปลี่ยนมุมมองและผลักดันให้ Octo Finissimo เชื่อมโยงกับมิติด้านสไตล์มากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นาฬิกาเรือนนี้จากการคงสถานะเรือนเวลาอันทรงพลัง ตอนนี้กำลังเพิ่มมิติความสง่างามที่สามารถตอบรับกับสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลาย และเปิดโอกาสให้ผู้มีรสนิยมชื่นชอบนาฬิกาในไซซ์ขนาดกลางได้เข้าถึง Octo Finissimo ในอีกมุมมองหนึ่ง ทั้งหมดนี้ก็ยังคงตั้งอยู่บนรากฐานแนวคิด ‘Sprezzatura’ ตามแบบฉบับอิตาเลียนที่หมายถึงความสง่างามอันไม่ต้องพยายาม หรือถ้าจะหาคำนิยามแบบสากลมากขึ้น ผู้เขียนคงจะกล่าวว่ามันช่างละม้ายคล้ายกับคำศัพท์ ‘effortless’ เสียเหลือเกิน

     “ตอนนี้เรือนเวลาไอคอนิกของบุลการีคือ Octo Finissimo” หากผู้เขียนจะกล่าวแบบนี้คงไม่ผิดนัก แม้จะเริ่มจากการเป็นผู้รังสรรค์จิวเวลรีระดับแนวหน้าของโลก แต่การก้าวเข้าสู่แวดวงนาฬิกาอย่างจริงจัง และพัฒนาในรูปแบบที่ครบถ้วนในทุกมิติ ผลงานแสนเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพอย่าง Octo Finissimo โฉมใหม่ในปี 2026 เรือนนี้จึงถือเป็นคำตอบที่สามารถเทียบสมการตอบโจทย์คำถามและข้อสงสัยที่ทุกสายตาเคยมองบุลการีในช่วงเริ่มสรรสร้างนาฬิกาอย่างเข้มข้น ผลงานและแนวคิดเบื้องหลังนาฬิกาเรือนนี้สามารถบ่งบอกทุกสิ่งอย่างแล้วจริงๆ


(สามารถอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมเรื่องนาฬิกาบุลากรีได้เพิ่มเติมกับบทความ เจาะลึกเรือนเวลา Tubogas Manchette ไฮไลต์นาฬิกาจิวเวลรีจาก Bvlgari ใน LVMH Watch Week 2026)

ภาพ : Courtesy of Bvlgari