Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE BIJOUX | Boucheron และสร้อยเพชร ‘The Spark’ เมื่อจิวเวลรีไม่ควรเป็นสิ่งที่พันธนาการผู้หญิง!

145 ปีที่แล้ว ‘Frédéric Boucheron’ ตั้งคำถามว่าเครื่องประดับควรให้เสรีภาพกับผู้หญิง ไม่ใช่พรากมันไปและ ‘The Spark’ คือคำตอบ

25 พฤษภาคม 2569

เรื่อง: อมันดา อัมพรมหา
กราฟิก: สุกฤตา ว่องวัฒนพิบูลย์
รูป: Vogue Runway, Courtesy of Boucheron

     ใครจะไปคิดว่า 'เครื่องหมายคำถาม' จะสามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เครื่องประดับชั้นสูงได้ แต่สำหรับ Boucheron สิ่งธรรมดาที่สุดกลับมักซ่อนความหมายบางอย่างเอาไว้เสมอ เส้นโค้งของเครื่องหมายคำถามค่อยๆ เคลื่อนไหวราวริ้วกระโปรง เส้นแสงที่วิ่งอย่างอิสระเหมือนลายเส้นสเก็ตช์ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมเสียงดนตรีคลาสสิกที่ชวนให้นึกถึงปลายศตวรรษที่ 19 ทั้งหมดนี้คือวิธีที่เมซงใช้เล่าเรื่องของ 'Frédéric Boucheron' ผ่านคอลเล็กชั่น 'Histoire de Style 2026' ภายใต้ชื่อ 'Nom : Boucheron, Prénom : Frédéric' ย้อนกลับไปในยุคเก่าที่ผู้หญิงยังถูกรัดอยู่ในคอร์เซ็ต สวมชุดโครงสร้างแข็ง และต้องพึ่งพาสาวใช้ในการแต่งตัวทุกเช้า ‘Frédéric Boucheron‘ กลับมองเห็นบางสิ่งที่ต่างออกไป ว่าเครื่องประดับไม่ควรเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คอยพันธนาการผู้หญิงเอาไว้ แต่ควรเคลื่อนไหวไปพร้อมร่างกาย มอบอิสระให้กับผู้สวมใส่ และรู้สึกถูกปลดปล่อย

 

เมื่อเส้นสายที่ไม่ยอมอยู่ในกรอบ กลายเป็นจิวเวลรี

สร้อยคอ 'The Spark' คือการที่ 'Claire Choisne' หยิบภาพถ่ายจากคลังเอกสารของสร้อย 'Question Mark' ปี 1879 มาตีความใหม่ในแบบ เส้นสายของสร้อยเส้นนี้ไม่ได้เรียบหรืออยู่ในระเบียบ แต่เป็นเส้นที่วิ่ง โค้ง และหักมุมราวกับประกายไฟที่เพิ่งหลุดออกจากโครงสร้าง ให้ความรู้สึกดิบ มีพลัง และไม่สมมาตรอย่างตั้งใจ ซึ่งนั่นคือความคอนทราสที่งดงามที่สุดของชิ้นนี้ ระหว่างความเข้มงวดของโครงสร้างยุค เก่ากับเส้นอิสระที่ไม่ยอมอยู่ในกรอบ แต่ยังคงกลิ่นอายความหรูหราแบบฝรั่งเศสไว้อย่างครบถ้วน

 

 

Article

เพชร 8 เม็ดและเวลา 323 ชั่วโมง

หัวใจของ 'The Spark' คือเพชรแปดเม็ดที่เรียงลดหลั่นกันเป็นจุดเด่นกลางชิ้นงานราวกับสายประกายแสงที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แต่ละเม็ดถูกเลือกทั้งทรงและน้ำหนักอย่างพิถีพิถันเริ่มจากเพชรทรงมาร์คีส์ขนาด 0.81 กะรัต ตามด้วยเพชรทรงแอสเชอร์ 1.71 กะรัต, เพชรทรงวงรี 1.76 กะรัต, เพชรทรงหกเหลี่ยม 2.09 กะรัต, เพชรทรงหยดน้ำ 2.02 กะรัต, เพชรทรงเอเมอรัลด์ 3.07 กะรัต และเพชรทรงกลมบริลเลียนต์ 2.96 กะรัต ก่อนปิดท้ายด้วยเพชรทรงว่าวขนาด 5.01 กะรัต ล้อมรอบด้วยกรอบเพชรทรงบาแกตต์ทั้งเรือน ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยข้อต่อละเอียดแทบมองไม่เห็นหลายจุด เพื่อให้น้ำหนักและความสมดุลไม่ทำลายความรู้สึกของการสวมใส่ และใช้เวลาทำงานทั้งสิ้น 323 ชั่วโมง

 

สร้อยที่ไร้ตะขอ

สิ่งที่ทำให้สร้อยคอ 'The Spark' ยังคง คือวิธีการสวมใส่อันเรียบง่ายแต่ล้ำสมัย ตัวสร้อยไม่มี Clasp หรือตะขอแบบเครื่องประดับทั่วไป แต่ใช้เส้นโค้งของสร้อยโอบรับเข้ากับลำคอโดยตรง ทำให้ผู้สวมสามารถสวมและถอดได้ด้วยตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ ในยุคปลายศตวรรษที่ 19 แนวคิดเช่นนี้ถือว่าก้าวหน้ามาก เพราะเครื่องประดับส่วนใหญ่ยังถูกออกแบบให้มีโครงสร้างแข็งและซับซ้อน ต้องอาศัยคนช่วยสวม แต่ 'Frédéric Boucheron' กลับมองเครื่องประดับเหมือนเสื้อผ้าที่ควรเคลื่อนไหวไปพร้อมร่างกาย ไม่ใช่สิ่งที่คอยจำกัดมันไว้ และนั่นเองที่ทำให้ 'The Spark' สะท้อนแนวคิดเรื่องอิสรภาพ ความลื่นไหล และความร่วมสมัย ที่ยังคงรู้สึกทันสมัยแม้ในปัจจุบัน

 

 

ติดตาม VOGUE BIJOUX ได้ทางโซเชียลมีเดียของโว้กประเทศไทย ทุกวันจันทร์

 

(สามารถอ่านเรื่อง VOGUE BIJOUX | ราวกับหลุดออกมาจากภาพของ ‘Andy Warhol’ เมื่อ BVLGARI แปลงสีสันของยุค 60s เป็นจิวเวลรี ได้ที่นี่)

รูปภาพ และ ข้อมูล : Courtesy of Boucheron