Vogue Thailand

WATCHES & JEWELLERY

VOGUE BIJOUX | ‘Clash de Cartier’ กับนิยามใหม่ของความสง่างามผ่านแหวน 5 ดีไซน์

ซูม 5 ดีไซน์ของ ‘Clash de Cartier’ ที่นำสีสันของอัญมณีและโครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรมมาปะทะกันอย่างลงตัว สะท้อนแนวคิดแห่ง ‘ความขัดแย้งที่ลงตัว’ ผ่านจิวเวลรีสไตล์โมเดิร์นที่ยังคงกลิ่นอายมรดกการออกแบบของ Cartier เอาไว้อย่างชัดเจน

18 พฤษภาคม 2569

บรรณาธิการฝ่ายดิจิทัล: นาทนาม ไวยหงษ์
นักเขียนด้านไลฟ์สไตล์และจิวเวลรี: อมันดา อัมพรมหา
วิดีโอ: จงทรรศ ผจญแคล้ว
ตัดต่อ: ธนิก พันธ์อภิวัฒน์

     จากจิวเวลรีที่เคยนิยามตัวเองผ่านความขัดแย้งอันลงตัวระหว่าง 'ความสง่างาม' และ 'ความขบถ' วันนี้ 'Clash de Cartier' ยังคงเดินหน้าขยายขอบเขตความคิดสร้างสรรค์อีกครั้ง ผ่าน 5 ดีไซน์ใหม่ที่เติมมิติของสีสัน อัญมณี และรูปทรงที่โดดเด่นยิ่งขึ้นลงไปในคอลเล็กชั่น โดยยังคงหัวใจสำคัญของ 'Clash' เอาไว้อย่างครบครัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ซึ่งชื่อคอลเล็กชั่น 'Clash de Cartier' สะท้อนแนวคิดของ 'สิ่งตรงข้ามที่มาอยู่ร่วมกัน' ได้กลายเป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นที่สะท้อนภาษาการออกแบบร่วมสมัยของ Cartier ได้อย่างชัดเจน ผ่านการนำหมุด Clous Carrés ลูกปัด และลวดลาย Clou de Paris มาประกอบเข้าด้วยกันเป็นโครงสร้างที่ทั้งคมชัดและยืดหยุ่นในเวลาเดียวกัน

 

ประวัติศาสตร์ Clash de Cartier

     หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของ Cartier จะพบว่าเมซงแห่งนี้หลงใหลในการนำรายละเอียดจากโลกอุตสาหกรรมและสถาปัตยกรรมมาตีความใหม่อยู่เสมอ ตั้งแต่หมุดประดับบนตัวเรือนนาฬิกา 'Santos' ไปจนถึงเครื่องประดับคอลเล็กชั่นไอคอนิกอย่าง 'Juste un Clou' ที่หยิบรูปทรงของตะปูมายกระดับให้กลายเป็นจิวเวลรีชั้นสูง ในช่วงยุค Art Deco หมุดสตั๊ด ลูกปัด และหมุดทรงจัตุรัสอย่าง Clous Clarrés เริ่มกลายเป็นหนึ่งในลายเซ็นด้านการออกแบบของ Cartier ผ่านเครื่องประดับที่เน้นโครงสร้างอันแข็งแรงแต่ยังคงความสง่างามเอาไว้ได้อย่างลงตัว ก่อนที่หัวใจของการออกแบบเช่นนี้จะถูกนำมาต่อยอดอีกครั้งใน 'Clash de Cartier' ที่เปิดตัวในปี 2019 ผ่านการผสมผสานระหว่างหมุด ลูกปัด และโครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรม

 

5 ดีไซน์ของ Clash de Cartier

     ครั้งนี้ Cartier เลือกนำสีสันของอัญมณีอย่างอาเกทเคลือบสีแดงและสีเขียว แคลซีโดนีสีชมพู และออนิกซ์เข้ามาเติมคาแร็กเตอร์ใหม่ให้กับ 'Clash de Cartier' เกิดเป็นอีกด้านของความหรูหราที่ดูสดใหม่ มีพลังมากขึ้นกว่าที่เคย พร้อมโครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้จิวเวลรีแต่ละชิ้นยังคงดูโดดเด่น แต่เคลื่อนไหวไปกับผู้สวมใส่อย่างเป็นธรรมชาติ

     ทุกองค์ประกอบถูกคำนวณอย่างละเอียดในระดับมิลลิเมตร ตั้งแต่การไล่เฉดสีไปจนถึงจังหวะของการเรียงตัว เพื่อให้ได้ความกลมกลืนที่สมบูรณ์แบบ ลูกปัดแต่ละเม็ดถูกเจาะและยึดด้วยหมุด Clou de Paris ผ่านกระบวนการที่ผสานความแม่นยำของเครื่องจักรเข้ากับการปรับแต่งด้วยมืออย่างพิถีพิถัน ส่งผลให้ผลงานรุ่นใหม่นี้มีจำนวนส่วนประกอบมากกว่ารุ่นทองคำล้วนจากรุ่นก่อนเกือบสองเท่า ปิดท้ายด้วยเวอร์ชั่นไวต์โกลด์ 18K ประดับเพชรบริลเลียนคัตกว่า 88 เม็ด ที่เผยอีกด้านของ 'Clash de Cartier' ผ่านประกายอันเฉียบคม สะอาดตา และสง่างามในแบบโมเดิร์นอย่างเต็มตัว

 

 

(สามารถอ่านเรื่อง VOGUE BIJOUX | ความไม่สมดุลที่สมดุลใน ‘Leaves Necklace by Jean Schlumberger’ จาก Tiffany & Co. ได้ที่นี่) 

TAGS : Cartier